สรุปข่าว
- บริษัท Strategy ได้ทำการขายเหรียญ Bitcoin ออกไปจำนวน 1,638 เหรียญเพื่อระดมทุนมูลค่า 104.73 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ยอดการถือครองเหรียญรวมของบริษัทลดลงเหลือ 842,138 เหรียญ ด้วยต้นทุนเฉลี่ย 75,419 ดอลลาร์ต่อเหรียญ
- ทางบริษัทได้ระดมทุนเพิ่มเติมจากการเสนอขายหุ้นสามัญ MSTR จำนวน 3.01 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่า 290.6 ล้านดอลลาร์ และนำเงินจำนวน 81.2 ล้านดอลลาร์ไปซื้อหุ้นบุริมสิทธิ STRC คืนรวมทั้งสิ้น 912,143 หุ้น
- การดำเนินการครั้งนี้ช่วยเพิ่มเงินสดสำรองในรูปดอลลาร์ของบริษัทขึ้นอีก 250 ล้านดอลลาร์ รวมเป็น 4 พันล้านดอลลาร์ พร้อมทั้งประกาศคงอัตราเงินปันผลประจำปีของ STRC ไว้ที่ระดับ 12% เช่นเดิม
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
เนื่องจากข่าวการเทขาย Bitcoin ของ Strategy อาจสร้างความกังวลและกดดันบรรยากาศการลงทุนในตลาดระยะสั้น
เอกสารที่ยื่นต่อ SEC เมื่อเช้าวันจันทร์ระบุว่า บริษัท Strategy ภายใต้การนำของ Michael Saylor ได้ทำการปรับลดการถือครอง Bitcoin ลงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทำการขายเหรียญออกไป 1,638 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าราว 104.73 ล้านดอลลาร์ การปรับลดสินทรัพย์ในครั้งนี้ทำให้ยอดรวมการถือครอง Bitcoin ของบริษัทลดลงเหลือ 842,138 เหรียญ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าต้นทุนสะสมรวม 63.51 พันล้านดอลลาร์ หรือมีต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 75,419 ดอลลาร์ต่อเหรียญ นอกจากนี้บริษัทยังได้ระดมเงินทุนก้อนใหม่จากการขายหุ้นสามัญ MSTR เพิ่มเติมอีก 3.01 ล้านหุ้น ได้เงินเข้ามาสู่งบการเงินอีก 290.6 ล้านดอลลาร์
สำหรับเงินทุนที่ได้มานั้น ส่วนหนึ่งถูกนำไปใช้ซื้อหุ้นบุริมสิทธิ STRC คืนจำนวน 912,143 หุ้น คิดเป็นมูลค่ารวม 81.2 ล้านดอลลาร์ พร้อมกันนั้นบริษัทยังได้เพิ่มเงินสดสำรองในรูปดอลลาร์ขึ้นอีก 250 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้เงินสดสำรองรวมพุ่งขึ้นไปแตะระดับ 4 พันล้านดอลลาร์ ในขณะเดียวกันทางบริษัทได้ยืนยันการคงอัตราการจ่ายเงินปันผลประจำปีของหุ้น STRC ไว้ที่ระดับ 12% ต่อไป และยังไม่มีแผนที่จะปรับลดลงจนกว่าราคาหุ้นในตลาดจะขยับขึ้นมาซื้อขายใกล้เคียงกับมูลค่าที่แท้จริงระดับ 100 ดอลลาร์
ที่มา: coindesk
มุมมองส่วนตัวประเมินว่าการเคลื่อนไหวของ Strategy ในรอบนี้สะท้อนถึงการปรับกลยุทธ์ในการบริหารงบการเงินอย่างชัดเจน การยอมขาย Bitcoin บางส่วนออกไปในช่วงที่ราคาตลาดปรับตัวลงมาอยู่ที่ราว 62,500 ดอลลาร์ เพื่อนำเงินไปเพิ่มสภาพคล่องเป็นเงินสดสำรองดอลลาร์และช้อนซื้อหุ้นบุริมสิทธิ STRC คืน ถือเป็นการพยายามบริหารความเสี่ยงและพยุงโครงสร้างทางการเงินของบริษัทท่ามกลางภาวะตลาดที่กดดัน แม้ว่าแรงขายนี้อาจสร้างความกังวลให้กับตลาดในระยะสั้น แต่การสะสมเงินสดสำรองเพิ่มเป็น 4 พันล้านดอลลาร์จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นทางกลยุทธ์ให้กับบริษัทในการรับมือกับความผันผวนของราคา Bitcoin ในอนาคตได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น

