สรุปข่าว
- กลุ่มนักลงทุนรายใหญ่หรือวาฬยังคงเดินหน้ากว้านซื้อ XRP อย่างต่อเนื่องโดยล่าสุดได้เข้าสะสมเพิ่มอีก 72 ล้านเหรียญในช่วงยี่สิบสี่ชั่วโมงที่ผ่านมาส่งผลให้ยอดการถือครองรวมพุ่งทะลุ 12.18 พันล้านเหรียญเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
- กระแสเงินทุนที่ไหลเข้ากองทุน Spot XRP ETF กลับเข้าสู่ภาวะชะงักงันอย่างหนักหลังจากมีเงินทุนไหลเข้าเพียงเล็กน้อยในช่วงต้นเดือนสิงหาคมและมียอดสุทธิเป็นศูนย์ถึงสามวันติดต่อกันจนทำให้มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการสุทธิร่วงลงมาต่ำกว่าระดับหนึ่งพันล้านดอลลาร์
- แรงซื้อมหาศาลจากกลุ่มวาฬที่ระดับราคา 1 ดอลลาร์ได้กลายเป็นกำแพงป้องกันสำคัญที่ช่วยชดเชยสภาพคล่องที่หายไปจากฝั่ง ETF และสามารถพยุงราคาไม่ให้ร่วงทะลุแนวรับสำคัญทางเทคนิคที่ก่อตัวมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2024 ลงไปได้
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
เนื่องจากแรงซื้อสะสมอย่างต่อเนื่องจากกลุ่มวาฬสามารถช่วยหักล้างแรงกดดันจากกระแสเงินทุน ETF ที่หดหายไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งช่วยพยุงราคาให้รักษาระดับแนวรับสำคัญไว้ได้ในระยะสั้น
ตลาด XRP กำลังเผชิญกับการกระจายตัวของอุปทานครั้งใหญ่ โดยกลุ่มนักลงทุนระยะยาวรายใหญ่กำลังเร่งเพิ่มสัดส่วนการถือครองที่ระดับราคา 1 ดอลลาร์ ซึ่งการเข้าซื้อในครั้งนี้สามารถชดเชยความสนใจจากฝั่งสถาบันที่ลดลงจนกดดันให้มูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน ETF ร่วงลงต่ำกว่าเส้นแบ่งสำคัญที่ 1 พันล้านดอลลาร์ได้อย่างเต็มรูปแบบ
กระบวนการสะสมเหรียญดูเหมือนจะเข้าสู่ช่วงการกว้านซื้ออย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์บล็อกเชน Santiment ระบุว่ากระเป๋าเงินของกลุ่มผู้ถือครองรายใหญ่ได้กวาด XRP เพิ่มเข้าไปอีก 72 ล้านเหรียญในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา การไหลเข้าของเม็ดเงินนี้เป็นการต่อยอดแนวโน้มที่ถูกบันทึกไว้ก่อนหน้า โดยกลุ่มวาฬได้กว้านซื้อเหรียญรวมกันมากกว่า 452 ล้านเหรียญในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดคงเหลือรวมพุ่งแตะ 12.18 พันล้าน XRP ในขณะที่จำนวนกระเป๋าเงินที่ถือครองมากกว่า 1 ล้านเหรียญก็เพิ่มขึ้น 32 บัญชีในรอบไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
ในทางกลับกัน ข้อมูลจาก SoSoValue ชี้ให้เห็นว่ากระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่ Spot XRP ETF ได้หยุดชะงักลงอย่างสิ้นเชิง ตลอดช่วงครึ่งแรกของเดือนสิงหาคม กองทุนเหล่านี้สามารถดึงดูดเม็ดเงินได้เพียง 3.27 ล้านดอลลาร์เท่านั้น ในขณะที่ช่วงการซื้อขายในวันที่ 10, 11 และ 12 สิงหาคมล้วนปิดตัวลงด้วยกระแสเงินทุนสุทธิที่เป็นศูนย์ ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการสุทธิของกองทุน ETF จึงร่วงลงมาอยู่ที่ 942.25 ล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ 1 พันล้านดอลลาร์อย่างเป็นทางการ
ด้วยสภาวะที่เม็ดเงินทุนกำลังถอยร่นออกจากตลาด ราคาเหรียญควรจะร่วงลงอย่างต่อเนื่อง แต่ปฏิกิริยาของกลุ่มวาฬที่มีต่อระดับราคา 1 ดอลลาร์กลับช่วยพยุงราคาให้อยู่ในโซนนี้ได้อย่างแข็งแกร่ง สาเหตุที่มีการตั้งคำสั่งซื้อขนาดใหญ่ในบริเวณนี้มีความชัดเจนมากขึ้นเมื่อพิจารณาจากกราฟรายสัปดาห์ ซึ่งระดับราคา 1 ดอลลาร์เป็นจุดที่เหรียญลงมาแตะเส้นแนวรับสำคัญที่ยืนหยัดมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2024
ขณะเดียวกัน ตัวชี้วัดภายในเครือข่าย XRP Ledger ยังแสดงให้เห็นว่าจำนวนค่าเฉลี่ยรายวันของที่อยู่เครือข่ายที่มีความเคลื่อนไหวได้กระโดดขึ้นจาก 26,400 เป็น 35,700 บัญชี แม้ว่าจำนวนผู้ใช้งานใหม่จะยังคงหยุดนิ่งอยู่ที่ประมาณ 2,260 รายต่อวันก็ตาม ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่าผู้ที่เข้ามาไล่ซื้อที่ราคา 1 ดอลลาร์คือกลุ่มนักลงทุนหน้าเดิมที่มีประสบการณ์สูง การเข้าซื้ออย่างต่อเนื่องของวาฬกำลังเข้ามาแทนที่สภาพคล่องที่สูญเสียไปจาก ETF และยังคงเป็นปราการด่านหลักที่ป้องกันไม่ให้ XRP ร่วงทะลุระดับ 0.90 ดอลลาร์หรือต่ำกว่านั้นลงไปได้
ที่มา: u.today
มุมมองส่วนตัวประเมินว่า การต่อสู้กันระหว่างแรงขายฝั่ง ETF และแรงซื้อฝั่งวาฬที่ระดับราคา 1 ดอลลาร์ สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจของนักลงทุนรายใหญ่ที่มองเห็นมูลค่าของ XRP ในระยะยาว แม้ว่ากระแสเงินทุนจากนักลงทุนสถาบันผ่าน ETF จะแผ่วลงชั่วคราว แต่การมีฐานแนวรับที่แข็งแกร่งจากวาฬหน้าเก่าที่คอยดูดซับสภาพคล่องไว้ จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยลดความผันผวนและสร้างฐานราคาที่มั่นคงเพื่อรอรับปัจจัยบวกในรอบถัดไป

