สรุปข่าว
- Arthur Hayes มองตลาดเป็นขาขึ้นอย่างแรง โดยกล่าวว่าการไม่ถือหุ้น, ทองคำและ Bitcoin ในเวลานี้ถือเป็นเรื่องที่ “โง่” หลังรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว
- กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศ เพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวอย่างน้อย 2 เท่า เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและช่วยลดแรงกดดันในตลาดพันธบัตร
- Hayes มองว่าการเข้าแทรกแซงตลาดพันธบัตรอาจเป็นแรงส่งให้เงินทุนไหลเข้าสู่ สินทรัพย์หายากอย่าง Bitcoin และทองคำมากขึ้น
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
มุมมองของ Hayes เป็นบวกต่อ Bitcoin อย่างชัดเจน โดยเฉพาะหากตลาดมองการซื้อพันธบัตรคืนของสหรัฐฯว่าเป็นสัญญาณของการเข้ามาพยุงสภาพคล่องในระบบ อย่างไรก็ตาม การซื้อคืนพันธบัตร ไม่ใช่การทำ QE โดยตรง และผลกระทบต่อ Bitcoin ยังขึ้นอยู่กับทิศทางของดอลลาร์, อัตราผลตอบแทนพันธบัตร และสภาพคล่องในระบบโดยรวม
Arthur Hayes มอง “ไม่ถือ Bitcoin ตอนนี้คือเรื่องโง่”
Arthur Hayes ผู้ร่วมก่อตั้ง BitMEX และหนึ่งในนักวิเคราะห์ตลาดคริปโตที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก ออกมาแสดงมุมมองเชิงบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงในชนิดที่เรียกว่าดุดันไม่เกรงใจใคร เขาพูดไว้ในการคุยกับ Ran Neuner ว่า นักลงทุนไม่ควรหลีกเลี่ยงการลงทุน หุ้น, ทองคำและ Bitcoin ในสถานการณ์ปัจจุบัน หลังรัฐบาลสหรัฐฯ เข้ามาดำเนินมาตรการในตลาดพันธบัตรเพื่อรับมือกับแรงกดดันด้านอัตราผลตอบแทน
มุมมองดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ภายใต้รัฐมนตรีคลัง Scott Bessent ประกาศเพิ่มวงเงินการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวอย่างน้อย 2 เท่า โดยจะเน้นพันธบัตรอายุ 10–20 ปี และ 20–30 ปี เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องและลดแรงกดดันในตลาดพันธบัตรระยะยาว
ทำไมการที่กระทรวงการคลังซื้อพันธบัตรคืนถึงเป็นบวกต่อ Bitcoin?
ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่กระทรวงการคลังซื้อ Bitcoin โดยตรงแต่คือผลกระทบต่อสภาพคล่องและความเชื่อมั่นในตลาดการเงิน
การประกาศเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาวปรับตัวลงทันที โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีลดลงเกือบ 10 จุด มาอยู่ที่ประมาณ 5.19% ขณะที่พันธบัตรอายุ 10 ปีลดลงราว 6 จุด มาอยู่ที่ประมาณ 4.66% หลังมีการประกาศมาตรการดังกล่าว
ตลาดยังตอบสนองด้วยการขายดอลลาร์และเข้าซื้อสินทรัพย์ทางเลือก โดย Bitcoin ปรับตัวขึ้นเหนือระดับ $77,000 ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ราคาทองคำก็พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งเช่นกัน
Hayes จึงมองว่าหากรัฐบาลยังคงต้องเข้ามาพยุงตลาดพันธบัตร ขณะที่หนี้สาธารณะและภาระดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับสูง นักลงทุนอาจต้องการถือสินทรัพย์ที่มีอุปทานจำกัดและไม่ขึ้นอยู่กับการออกเงินของรัฐบาล มากขึ้น ซึ่ง Bitcoin และทองคำเข้ามาตอบโจทย์นี้
Bitcoin กำลังถูกมองเป็นสินทรัพย์รับมือความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ?
สิ่งที่ทำให้มุมมองของ Hayes น่าสนใจคือเขาไม่ได้มอง Bitcoin แยกออกจากทองคำ แต่จัดทั้งสองสินทรัพย์ไว้ในกลุ่มเดียวกันกับหุ้นในฐานะสินทรัพย์ที่ควรถือท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางการเงินที่ไม่แน่นอน
ข้อมูลตลาดล่าสุดสะท้อนภาพดังกล่าวเช่นกัน โดย Bitcoin ปรับตัวจากระดับประมาณ $62,653 ขึ้นไปแตะเกือบ $79,500 ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ขณะที่ทองคำก็ทำจุดสูงใหม่เหนือ $4,600 ต่อออนซ์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ หนี้รัฐบาล และค่าเงินดอลลาร์
ดังนั้นประเด็นที่กำลังกลับมาร้อนแรงคือสินทรัพย์ที่มีอุปทานจำกัด ซึ่งนักลงทุนสามารถใช้เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากการลดค่าของเงินในระยะยาว
Arthur Hayes ยังคงมีมุมมอง Bullish อย่างชัดเจน ต่อ Bitcoin โดยเชื่อว่าการเข้ามาพยุงตลาดพันธบัตรของสหรัฐฯ อาจกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ผลักดันเงินทุนเข้าสู่ Bitcoin, ทองคำและสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่า ประเด็นที่ต้องจับตาดูให้ดีคือสิ่งที่ตลาดจะตีความต่อจากนี้ หากนักลงทุนเริ่มเชื่อว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จำเป็นต้องเข้ามาพยุงตลาดพันธบัตรอย่างต่อเนื่อง ความกังวลเรื่องหนี้, เงินเฟ้อและการอ่อนค่าของดอลลาร์อาจยิ่งทำให้ Bitcoin ถูกนำกลับมาเปรียบเทียบกับทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่มีจำนวนจำกัดมากขึ้น
ที่มา: CoinMarketCap, AP News, Bitcoin News, Reuters

