สรุปข่าว
- การฟื้นตัวของราคา Bitcoin ในระยหลังได้ส่งผลทำให้อัตราผลตอบแทนย้อนหลังในรอบทศวรรษพุ่งขึ้นแตะ 13,491% แซงหน้าแชมป์หุ้นกลุ่มเทคฯ อย่าง Nvidia
- ข้อมูลจาก Roxom ชี้ว่าผลตอบแทนของ BTC และ Nvidia นั้นทิ้งห่างสินทรัพย์อื่นๆ ในตลาดอย่างมหาศาลเป็นเท่าตัว
- ผลตอบแทนของทั้งสองจะใกล้เคียงกันมากจนสลับตำแหน่งกันได้ตลอดเวลา แต่ในแง่ของระยะการเติบโตปัจจุบันราคา Bitcoin ยังเหลือช่องว่างให้วิ่งมากกว่า
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Bitcoin สามารถกลับมาสร้างสถิติใหม่ด้วยการมีอัตราผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปีสูงถึง 13,491% เฉือนชนะหุ้นที่ร้อนแรงที่สุดอย่าง Nvidia ที่ตกลงไปอันดับสองได้สำเร็จซึ่งในเชิงความน่าสนใจของการลงทุน Bitcoin อาจมีความได้เปรียบกว่าในศึกครั้งนี้ เนื่องจากราคายังมีช่องว่างให้เติบโตอีกกว่า 37% กว่าจะทะลุระดับสูงสุดเดิม ต่างจาก Nvidia ที่ปัจจุบันอยู่ห่างจากจุดสูงสุดเดิมเพียงแค่ 10% เท่านั้น
Bitcoin คริปโทเคอร์เรนซีเบอร์ 1 ของโลกหลังจากที่ซบเซาไปนานหลายเดือนในที่สุดก็สามารถกลับมายืนเหนือ $80,000 อีกครั้งส่งผลทำให้ อัตราผลตอบแทนในรอบทศวรรษปรับตัวขึ้นมาจนแซงหน้า Nvidia ที่ในขณะนี้กำลังพักตัวได้สำเร็จ
อ้างอิงข้อมูลจาก Roxom เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2026 ระบุว่า หากนับตั้งแต่ 10 ปีที่ผ่านมาผลตอบแทนของ Bitcoin จวบจนปัจจุบันจะคิดเป็นการเติบโตขึ้น 13,491% ในขณะที่ Nvidia มีอัตราผลตอบแทนที่ 13,428 ร่วงลงมาเป็นอันดับที่สอง
ภายในภาพยัเผยให้เห็นอีกว่า นอกจาก Bitcoin และ Nvidia แล้วสินทรัพย์อื่นๆ ไม่มีไหนเลยที่ให้ผลตอบแทนในระดับที่ใกล้เคียง 13 เท่า ขนาด AMD และ Micron ที่มาแรงสุดๆ ในยุคของ AI ยังให้ผลตอบแทนเป็นลำดับ 3 และ 4 ที่ 5,987% และ 5,632 ตามลำดับ
ถึงกระนั้น การจะด่วนสรุปว่าศึกนี้เป็นชัยชนะของ Bitcoin ก็อาจดูเกินจริงไปสักนิด เพราะในความเป็นจริง อัตราผลตอบแทนระหว่าง Bitcoin และหุ้นเทคฯ อย่าง Nvidia นั้นสูสีกันมาก จนอันดับสามารถสลับสับเปลี่ยนกันได้ตลอดเวลา ตามจังหวะความผันผวนของตลาดแต่ละฝั่ง
แต่หากมองในมุมของ Upside เทียบกับสถิติราคาสูงสุดเดิมจะพบความได้เปรียบที่ซ่อนอยู่ ปัจจุบันราคา Nvidia อยู่ห่างจากจุดสูงสุดเพียง 10% ขณะที่ Bitcoin ยังเหลือช่องว่างให้วิ่งขึ้นอีกกว่า 37% ดังนั้น หากวัดศักยภาพในการกลับไปทดสอบจุดสูงสุดเดิม Bitcoin ยังถือไพ่เหนือกว่าและมีแต้มต่อที่ชัดเจนกว่าในศึกนี้
มุมมองผู้เขียน : การที่ Nvidia สามารถตีคู่กันมากับ Bitcoin ได้แสดงให้เห็นว่าโอกาสในการเติบโตของสินทรัพย์ไม่จำเป็นที่จะต้องถูกผูกติดอยู่กับเรื่องการเงินเท่านั้น อีกทั้งยังเป็นการตอกย้ำว่าพลังของ AI น่ากลัวแค่ไหนในปัจจุบัน

