bitkub-banner

ประธาน FED Kevin Warsh เตรียมกล่าวสุนทรพจน์ ชี้ชะตาทิศทางสภาพคล่องและอนาคต Bitcoin

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ตลาดคริปโตจับตาการขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ของ Kevin Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ในการประชุมประจำปี Jackson Hole ซึ่งอาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางราคาบิตคอยน์หลังจากที่พุ่งขึ้นมาแตะระดับ 80,000 ดอลลาร์
  • นักวิเคราะห์ประเมินว่าประธานเฟดน่าจะเน้นไปที่การปฏิรูปโครงสร้างและการวัดอัตราเงินเฟ้อมากกว่าการส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยแบบเฉพาะเจาะจง โดยคาดว่าจะยังไม่มีการขึ้นดอกเบี้ยก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม
  • ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าราคาบิตคอยน์ไม่ได้ตอบสนองต่อการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยโดยตรง แต่ขับเคลื่อนด้วยสภาพคล่องในระบบและการเคลื่อนไหวของผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวเช่นเดียวกับทองคำ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

ในระยะสั้นเนื่องจากตลาดยังคงรอฟังความชัดเจนของทิศทางนโยบายการเงิน แต่มีโอกาสเป็น Bullish หากการแทรกแซงตลาดพันธบัตรยังช่วยหนุนสภาพคล่องในระบบอย่างต่อเนื่อง

ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีกำลังจับตาการประชุมสัมมนาทางวิชาการประจำปีของธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาแคนซัส ซิตี้ ที่จัดขึ้น ณ เมือง Jackson Hole อย่างใกล้ชิด โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ของ Kevin Warsh ประธานเฟด ในช่วงเช้าวันศุกร์นี้ ซึ่งการปรากฏตัวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับตลาดการเงินทั่วโลก

ในเวลานี้ อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟดอย่างชัดเจน โดยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลหรือ PCE เดือนกรกฎาคมพุ่งขึ้นแตะระดับ 3.7% ซึ่งได้รับแรงกดดันส่วนหนึ่งมาจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากผลกระทบของสงครามในอิหร่าน ขณะที่ต้นทุนการกู้ยืมระยะยาวก็ยังคงทรงตัวอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบหลายปี ส่งผลให้นักลงทุนต่างพยายามประเมินว่าเฟดจะตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งหรือไม่ หลังจากที่ตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่กรอบ 3.50% ถึง 3.75% มาตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ ราคาของบิตคอยน์ได้พุ่งทะยานอย่างร้อนแรงตลอดช่วงสิบวันที่ผ่านมาจนขึ้นมาทดสอบแนวต้าน 80,000 ดอลลาร์ ซึ่งแรงหนุนหลักมาจากการที่ Scott Bessent และกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ดำเนินมาตรการเข้าซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวเพื่อสกัดกั้นและกดให้ผลตอบแทนพันธบัตรลดลง หลังจากที่ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบ 19 ปี การส่งสัญญาณดังกล่าวช่วยคลายแรงเทขายในตลาดพันธบัตรและกลายเป็นเชื้อเพลิงสำคัญที่ผลักดันให้ตลาดคริปโตฟื้นตัวขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม Mark Connors ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Risk Dimensions คาดการณ์ว่าการแถลงของ Warsh ในครั้งนี้จะไม่เน้นไปที่การชี้นำเรื่องอัตราดอกเบี้ยแบบเจาะจงเหมือนที่ตลาดเคยคุ้นเคย แต่จะมุ่งเน้นไปที่แผนการยกเครื่องโครงสร้างของเฟดในภาพรวม รวมถึงแนวคิดในการทบทวนวิธีการวัดอัตราเงินเฟ้อและการสื่อสารกับตลาด โดยเขาเชื่อว่าเฟดจะยังคงเปิดทางเลือกเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยเอาไว้แต่จะยังไม่มีการปรับขึ้นจริงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม

ทางด้าน Samir Kerbage ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Hashdex ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ความเชื่อมโยงระหว่างผลการประชุมเฟดกับทิศทางราคาบิตคอยน์นั้นเป็นผลทางอ้อมมากกว่า เพราะแท้จริงแล้วบิตคอยน์ไม่ได้ตอบสนองต่อการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยในรอบเดือนกันยายนโดยตรง แต่จะเคลื่อนไหวตามสภาพคล่องในระบบการเงินโลกและทิศทางผลตอบแทนของพันธบัตรระยะยาวเช่นเดียวกับพฤติกรรมราคาของทองคำ การปรับตัวขึ้นของบิตคอยน์ในรอบนี้จึงถือเป็นปรากฏการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วยสภาพคล่องเป็นหลัก

นอกจากประเด็นเรื่องนโยบายการเงินแล้ว การประชุม Jackson Hole ในปีนี้ยังมีความสำคัญต่อนักลงทุนคริปโตเป็นพิเศษ เนื่องจากหัวข้อหลักของการประชุมเน้นไปที่เรื่องนวัตกรรมทางการเงิน ระบบการชำระเงิน และนโยบายกำกับดูแล ซึ่งทำให้ประเด็นเรื่องเหรียญสเตเบิลคอยน์ เงินฝากแบบโทเคน และระบบการชำระบัญชีความเร็วสูง ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือในเวทีระดับโลกอย่างเป็นทางการ

ที่มา: coindesk


มุมมองส่วนตัวประเมินว่า สุนทรพจน์ของ Kevin Warsh ในครั้งนี้จะเป็นจุดวัดใจครั้งสำคัญของตลาดการเงิน แม้ว่าประธานเฟดอาจจะยังคงรักษาท่าทีที่เข้มงวดต่อเงินเฟ้อ แต่ปัจจัยที่กำหนดทิศทางราคาบิตคอยน์อย่างแท้จริงคือสภาพคล่องในระบบและต้นทุนทางการเงินระยะยาว หากกระทรวงการคลังและเฟดยังคงสามารถควบคุมผลตอบแทนพันธบัตรไม่ให้พุ่งสูงขึ้นได้ สภาพคล่องที่ไหลเวียนอยู่ในตลาดก็จะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนเชิงบวกให้กับสินทรัพย์ดิจิทัลต่อไป ยิ่งไปกว่านั้น การที่เวที Jackson Hole เปิดพื้นที่พูดคุยเรื่องสเตเบิลคอยน์และเทคโนโลยีบล็อกเชน ยิ่งตอกย้ำว่าสินทรัพย์ดิจิทัลได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการเงินกระแสหลักที่ไม่อาจมองข้ามได้แล้ว