สรุปข่าว
- บอนด์ยีลด์อายุ 10 ปีพุ่งแตะ 4.76% และ 30 ปีพุ่งทะลุ 5.269% แม้กระทรวงการคลังจะประกาศขยายวงเงินซื้อคืนหนี้เพิ่มเป็น 4,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนกันยายนก็ตาม
- Ray Dalio แสดงความกังขาต่อความสามารถของรัฐบาลในการคุมตลาดพันธบัตร พร้อมชี้ว่าทั้ง Bitcoin และทองคำจะเป็นสินทรัพย์หลักที่ใช้ป้องกันความเสี่ยงได้ดี
- นักวิเคราะห์ Rekt Capital ออกโรงเตือน พบสัญญาณ Hidden Bearish Divergence ในกราฟรายวัน หลังดัชนี RSI พุ่งยังคงขึ้นสูงอยู่ในโซนซื้อมากเกินไป
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
Bitcoin ยังคงทรงตัวใกล้ระดับราคา $78,000 แต่แรงกดดันจากตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาวยังคงอยู่หลังอัตราผลตอบแทนปรับตัวพุ่งสูงขึ้นทำสถิติใหม่ส่งผลทำให้ภาพรวมของตลาดทุนยังคงคลุมเครือ ประกอบกับสัญญาณเตือน Bearish Divergence ของนักวิเคราะห์ทำให้ Bitcoin สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดการปรับฐานลง
ราคา Bitcoin ในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมาเริ่มส่งสัญญาณแกว่งตัวให้เห็นเล็กน้อย โดยอ้างอิงจากกราฟ BTC/USD พบว่า ราคาเกิดความผันผวนอยู่ในกรอบราว 1% ก่อนจะกลับมาประคองตัวอยู่ใกล้ระดับ 78,000 ดอลลาร์
แรงกระเพื่อมระยะสั้นนี้เกิดขึ้นทันที หลังจากที่ Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อถึงทิศทางของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม บรรดานักลงทุนในตลาดต่างประเมินว่า พฤติกรรมอ่อนไหวของราคาที่เกิดขึ้นในช่วงข้ามคืนนี้ เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น และอาจเป็นสัญญาณเตือนให้สายเทรดเตรียมรับมือกับความผันผวนที่กำลังจะก่อตัวตลอดทั้งเดือนกันยายนนี้

แหล่งข่าวต่างประเทศระบุว่า Bessent ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ เพื่อประคองอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว ซึ่งได้แก่ พันธบัตรอายุ 10 ปี และ 30 ปี พร้อมเสริมว่าเขายัง “รับได้” กับการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรดีดตัวกลับขึ้นมาหลังจากที่มีการประกาศ
ก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังประกาศว่า จะปรับเพิ่มขนาดการซื้อคืนหนี้เพิ่มขึ้นอย่างน้อยเท่าตัว เป็น 4,000 ล้านดอลลาร์ โดยเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นไป ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว อัตราผลตอบแทนได้ปรับตัวลดลง ทว่า ในวันจันทร์ที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี กลับพุ่งสูงขึ้นสู่ระดับ 4.76% นับตั้งแต่ ม.ค. 2025
ขณะเดียวกัน ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี ได้ทะยานขึ้นไปถึง 5.269% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2007 ซึ่งดูเหมือนว่าตลาดพันธบัตรจะเพิกเฉยต่อความเคลื่อนไหวของกระทรวงการคลังสหรัฐอย่างสิ้นเชิง ส่วนตลาดหุ้นเองก็มีการชะลอตัวลงกันถ้วนหน้าซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความขัดแย้งในอิหร่าน
ด้าน Ray Dalio นักลงทุนชื่อดัง ได้แสดงความกังขาต่อความสามารถของกระทรวงการคลังในการควบคุมตลาดพันธบัตร เขาคาดการณ์ถึงวิกฤตหนี้สินของสหรัฐฯ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยเขาได้ระบุชื่อทั้งบิตคอยน์และทองคำว่าเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่มีศักยภาพ อย่างไรก็ตามสำหรับตัว Bitcoin แล้ว ในเชิงเทคนิคอาจต้องพบกับความเสี่ยงของการปรับฐานอีกครั้ง
RSI ส่งคำเตือน
แม้ Bitcoin จะยังคงสามารถรักษาระดับราคาได้ใกล้เคียงกับเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ EMA 50 วันได้หลังปิดกราฟเดือนแต่ นักวิเคราะห์ Rekt Capital กลับออกมาเตือนว่าเขาได้ค้นพบสัญญาณ “Bearish Divergence” แอบแฝงอยู่ในกราฟวัน โดยดูจากราคาและดัชนี RSI
นักวิเคราะห์เตือนว่า ถึงภาพใหญ่ของ RSI ในกราฟสัปดาห์จะเอียงไปทางขาขึ้น แต่จากที่เขาเห็นถ้า RSI รายวันยังคงทำจุดสูงสุดที่ต่ำลงหรือ Lower highs อย่างต่อเนื่อง (เส้นสีน้ำเงิน) สิ่งนี้จะยิ่งซ้ำเติมให้สถานการณ์ของตลาดในบริเวณนี้อ่อนแอลงเรื่อยๆ โดยค่า RSI ในรายวันวัดได้ที่ระดับ 70.7 ในวันจันทร์ ซึ่งยังคงอยู่ในเขตซื้อมากเกินไป ส่งผลทำให้ราคามีโอกาสที่จะย่อตัวลงมาได้อีก

ที่มา: Cointelegraph
มุมมองผู้เขียน : อย่างไรก็ดี แม้ในระยะสั้นตลาดอาจมีการย่อตัวแต่ในมิติระยะยาว ความกังวลเรื่องวิกฤตหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่ Ray Dalio หยิบยกขึ้นมา จะยิ่งกลายเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ผลักดันให้ Bitcoin ถูกมองในฐานะสินทรัพย์หลบภัยมากยิ่งขึ้น

