bitkub-banner

กันยายนพารอดหรือร่วง สถิติราคา Bitcoin กำลังเตือนอะไรนักลงทุนในช่วงนี้ 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bitcoin แม้จะปิดเดือนสิงหาคมในแดนบวกได้อย่างแข็งแกร่ง แต่มุมมองเชิงสถิติจาก Coinglass ชี้ว่าเดือนกันยายนมักเป็นเดือนที่ผลงานอ่อนแอที่สุดของปี
  • ตลาดคริปโทฯ ในช่วงโค้งสุดท้ายของไตรมาส 3 ต้องเผชิญความผันผวนจาก 4 ปัจจัยสำคัญ เช่น FOMC, ภูมิรัฐศาสตร์, CLARITY Act และวันหมดอายุของสัญญาออปชัน
  • หาก BTC ยังคงรักษาระดับราคาปัจจุบันได้ จะส่งผลให้รูปแบบคล้ายคลึงกับวัฏจักรปี 2018 ที่รีบาวด์ใน Q3 ก่อนจะมีการย่อตัวใหญ่ Q4 ก่อนที่จะกลับตัวเป็นขาขึ้นใหญ่

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

เดือนกันยายนถือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่โค้งสุดท้ายของไตรมาส 3 ซึ่งข้อมูลเชิงสถิติล้วนบ่งชี้ว่าเดือนนี้ Bitcoin มีความเสี่ยงที่จะเกิดการปรับฐาน ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจาก 4 มรสุมสำคัญ แต่ในภาพรวมก็ยังคงลุ้นที่จะปิดไตรมาสเป็นบวกเพื่อทำรูปแบบเดียวกันกับปี 2018 เตรียมตัวสะสมพลังเข้าสู่ขาขึ้นรอบถัดไป

ตลาดคริปโทฯ ปี 2026 กำลังนับถอยหลังเข้าสู่โค้งสุดท้ายของไตรมาสที่ 3 ก่อนจะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ช่วงปลายปีที่นักลงทุนต่างตั้งตารออย่าง Uptober หรือ Moonvember แต่ก่อนจะถึงช่วงเวลานั้น ตลาดในเดือนกันยายนยังคงแฝงไปด้วยสัญญาณความผันผวนที่พร้อมสลัดนักเทรดจนหลายคนเริ่มลังเลว่าขาขึ้นของจริงได้เริ่มต้นขึ้นแล้วหรือยัง? 

บทความนี้เราจะพาทุกท่านมาดูกันว่าเดือนกันยายนจะมีอะไรรอนักลงทุนอยู่และแนวโน้มเชิงสถิติของตลาดคริปโทฯ เป็นอย่างไร?

อ้างอิงข้อมูลจาก Bitcoin monthly returns chart หรือ อัตราผลกำไรของบิทคอยน์จาก Coinglass พบว่า ปัจจุบันราคา Bitcoin ยังคงอยู่ในสถานะ “ก้ำกึ่ง” กล่าวคือราคาในขณะนี้ยังคงขยับอยู่ในกรอบราคาที่แคบและใกล้กับราคาเปิดกราฟเดือนทำให้ยังระบุแนวโน้มไม่ได้

เมื่อย้อนดูตามสถิติที่ผ่านมาจะเห็นได้ชัดว่า ในทุกๆครั้งที่ Bitcoin ปิดกราฟเดือนสิงหาคมที่มักเป็นเดือนอ่อนแอและซบเซาในแดนบวกได้อย่างสง่างาม มักตามมาด้วยการปรับฐานเล็กน้อยในเดือนกันยายน โดยมีค่าเฉลี่ยการย่อตัวที่ประมาณ -2.84% ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่แย่ที่สุดของปี

หากคำนวณจากระดับราคาปัจจุบัน และใช้ค่าเฉลี่ยเทียบจะพบว่าราคาอาจมีการปรับตัวลงในช่วงสิ้นเดือนไปยังระดับ $75,784 โดยถึงแม้ว่าจะเป็นตัวเลขที่ไม่ได้น่าตื่นตะลึงแต่นักเทรดต้องอย่าลืมเวลาตัวข้างต้นคือตัวเลข “ปิดกราฟเดือน” หมายความว่าในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ Bitcoin อาจเกิดการย่อตัวอย่างหนักก่อนที่จะฟื้นกลับขึ้นมาในช่วงท้ายเดือนก็เป็นไปได้เช่นกัน

กันยายนมีอะไรรออยู่?

สำหรับเดือนกันยายน สิ่งที่น่าจะส่งผลกระทบมากที่สุดต่อตลาดคริปโทฯ คงหนีไม่พ้นการประชุม FOMC ที่จะเป็นการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งปัจจุบันมีแนวโน้มสูงมากว่าจะทำการขึ้นดอกเบี้ยกดดันสินทรัพย์เสี่ยง

ถัดมาจะเป็นเรื่องของ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงไม่สงบลง รวมถึงปัจจัยเฉพาะของคริปโทฯ อย่างการหารือเรื่องร่างกฎหมาย CLARITY Act ที่ยังไม่มีข้อสรุป ประกอบกับสัญญาออปชันระดับไตรมาสหมดอายุ รวมเป็น 4 ปัจจัยที่ต้องจับตา ซึ่งยังไม่รวมถึงตัวเลขทางเศรษฐกิจอื่นๆ และปริมาณเงินที่ไหลเข้าออกกองทุน ETFs

มองในภาพใหญ่

อย่างไรก็ตาม หากมองในภาพใหญ่จะพบว่า หาก Bitcoin ยังคงรักษาระดับราคานี้เอาไว้ได้ ปี 2026 ก็มีลุ้นที่จะปิดไตรมาส 3 ในแดนบวกสูงถึง 34.72% และนี่จะนับเป็นการปิดบวกได้เป็นครั้งแรกของปี หลังจากที่ร่วงลงอย่างต่อเนื่องใน 2 ไตรมาสแรก 

ความน่าสนใจคือ แพทเทิร์นการเคลื่อนไหวระดับไตรมาสแบบนี้ บังเอิญคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ในอดีตเมื่อปี 2018 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตลาดกำลังเผชิญกับฤดูหนาวคริปโทฯ อย่างหนักหน่วงเช่นเดียวกัน 

ย้อนกลับไปตอนนั้น Bitcoin เปิด Q1 ด้วยผลงานสุดย่ำแย่ ก่อนแรงเทขายจะเริ่มชะลอตัวใน Q2 และฟื้นกลับมาใน Q3 ทว่าใน Q4 ราคากลับโดนทุบทิ้งดิ่งลงอย่างหนักอีกครั้งแม้จะไม่ลึกเท่าช่วงต้นปี แต่หลังจากจบแพทเทิร์นรอบนั้น ตลาดก็จุดชนวนเข้าสู่ขาขึ้นครั้งใหญ่ตลอด 2 ปีถัดมา 

หากประวัติศาสตร์เตรียมซ้ำรอยปี 2018 สมมติฐานคือใน Q4 ปีนี้ เราอาจได้เห็นราคา Bitcoin โดนทุบเพื่อปรับฐานใหญ่อีกรอบ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ราคาอาจย้อนกลับไปทดสอบจุดต่ำสุดแถวๆ 62,400 ดอลลาร์อีกครั้ง เพื่อสร้างฐานใหม่ก่อนที่จะเปิดประตูสู่ตลาดกระทิง 

ถึงกระนั้น นักลงทุนต้องท่องจำให้ขึ้นใจว่า สถิติในอดีต ไม่ได้การันตีอนาคตเสมอไป  แต่เป็นเพียงแค่กรอบแนวทางคร่าวๆ เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มเท่านั้น นักเทรดจึงไม่ควรปักใจเชื่อสถิติเพียงอย่างเดียว แต่ควรจับตาดูปัจจัยมหภาคอื่นๆ ควบคู่ไปด้วยเสมอ 


บทความนี้เป็นเพียงการเปรียบเทียบแนวโน้มจากข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุนแต่อย่างใด เนื่องจากการลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจเริ่มลงทุน