สรุปข่าว
- Michael Saylor และ Phong Le ออกมาคัดค้านข้อเสนอของ MSCI ที่อาจทำให้ Strategy ถูกถอดออกจากดัชนีสำคัญ โดยเรียกกฎเกณฑ์ดังกล่าวว่า “เลือกปฏิบัติ ตามอำเภอใจ และเข้าใจผิด”
- หากเกณฑ์ใหม่ถูกนำมาใช้ Strategy, Yellow Cake และ Metaplanet อาจถูกถอดออกจากดัชนี ขณะที่อีก 3 บริษัทจะถูกขึ้นบัญชีเฝ้าระวัง
- ประเด็นสำคัญคือ หาก Strategy หลุดออกจากดัชนีจริง อาจเกิดแรงขายจากกองทุนที่ลงทุนตามดัชนี โดย JPMorgan เคยประเมินว่า อาจมีเงินไหลออกประมาณ 2.8 พันล้านดอลลาร์
แนวโน้มลผลกระทบ: Bearish
Michael Saylor และ Phong Le ออกโรงคัดค้านข้อเสนอใหม่ของ MSCI ที่อาจทำให้ Strategy ถูกถอดออกจากดัชนีระดับโลก เนื่องจากเกณฑ์ดังกล่าวมุ่งตรวจสอบบริษัทที่มีสินทรัพย์จากธุรกิจดำเนินงานต่ำกว่า 50% ของสินทรัพย์ทั้งหมด โดยนักวิเคราะห์จาก JPMorgan เคยประเมินว่า หาก Strategy หลุดจากดัชนี อาจมีเงินทุนไหลออกจากหุ้นราว 2.8 พันล้านดอลลาร์ ตอนนี้ MSCI ยังอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็น และจะประกาศผลในเดือนตุลาคม ก่อนพิจารณาผลกระทบต่อดัชนีในเดือนพฤศจิกายน 2569
Michael Saylor ผู้ก่อตั้ง Strategy และ Phong Le ซีอีโอของบริษัท กำลังเปิดศึกกับ MSCI หลังผู้ให้บริการดัชนีระดับโลกเสนอเกณฑ์ใหม่ที่อาจทำให้บริษัทคลัง Bitcoin อย่าง Strategy ถูกถอดออกจากดัชนีสำคัญ
ในจดหมายที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ ทั้งคู่ระบุถึงข้อเสนอใหม่ของ MSCI ว่า “เลือกปฏิบัติ ตามอำเภอใจ และเข้าใจผิด” พร้อมโต้แย้งว่า เกณฑ์ดังกล่าวอาจเป็นการนำข้อเสนอเดิมที่มุ่งจำกัดบริษัทซึ่งถือครองคริปโตในสัดส่วนสูงกลับมาใช้ในรูปแบบใหม่
ประเด็นสำคัญคือ หากเกณฑ์นี้ถูกนำมาใช้จริง Strategy อาจหลุดออกจาก MSCI ACWI IMI ซึ่งเป็นดัชนีที่ครอบคลุมหุ้นทั่วโลกจำนวนมาก และนั่นอาจกลายเป็นแรงกดดันต่อเงินทุนที่ลงทุนในหุ้นของบริษัท
เกณฑ์ใหม่ของ MSCI อาจเขี่ย Strategy ออกจากดัชนี
ข้อเสนอใหม่ของ MSCI อาจทำให้ Strategy บริษัทที่ถือ Bitcoin รายใหญ่ ต้องหลุดออกจากดัชนี หากพบว่าสินทรัพย์จากธุรกิจดำเนินงานมีสัดส่วนน้อยกว่า 50% ของสินทรัพย์ทั้งหมด
MSCI จะพิจารณาบริษัทผ่าน 5 ปัจจัย ได้แก่ สัดส่วนสินทรัพย์จากการดำเนินงาน ค่าใช้จ่าย กระแสเงินสด การเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรม และการพึ่งพาเงินทุนภายนอก โดยหากไม่ผ่านอย่างน้อย 4 ใน 5 เกณฑ์ จะถือว่าไม่เข้าเงื่อนไข
สำหรับบริษัทที่อยู่ในดัชนีอยู่แล้ว จะต้องไม่ผ่านเกณฑ์ ติดต่อกัน 2 รอบ ก่อนถูกถอดออก
หากใช้เกณฑ์ดังกล่าวกับข้อมูลเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา MSCI ระบุว่า Strategy, Yellow Cake และ Metaplanet อาจถูกถอดออกจากดัชนี ขณะที่ SharpLink, Center Laboratories และ Lydia Holding จะถูกขึ้นบัญชีเฝ้าระวัง
Saylor โต้กลับ Strategy ไม่ควรถูกมองเป็นบริษัทไร้การดำเนินงาน
Strategy ยืนยันว่า Bitcoin Treasury หรือธุรกิจคลังสำรองบิตคอยน์ของบริษัทสามารถรายงานเป็นหน่วยธุรกิจแยกต่างหากได้ และการเปลี่ยนแปลงมูลค่า Bitcoin ตามราคาตลาดก็ถูกบันทึกในงบการเงินอย่างชัดเจน
ดังนั้น บริษัทจึงมองว่าไม่ควรถูกตีความไม่ผ่านเกณฑ์บางส่วนของ MSCI เพียงเพราะถือ Bitcoin ในปริมาณมหาศาล
ที่น่าสนใจคือ Strategy ไม่ได้มองว่า การถูกถอดออกจะสร้างความเสียหายต่อธุรกิจโดยตรงอย่างรุนแรง แต่ Saylor และ Le กลับมองว่า MSCI เองอาจเป็นฝ่ายเสียหายด้านความน่าเชื่อถือ หากตลาดมองว่า ผู้ให้บริการดัชนีรายนี้กำลังเลือกปฏิบัติต่อบริษัทที่ถือสินทรัพย์ดิจิทัล
นักวิเคราะห์จาก JPMorgan เคยประเมินว่า หาก Strategy ถูกถอดออกจากดัชนี MSCI อาจทำให้เกิดแรงขายจากกองทุนที่อิงดัชนีประมาณ 2,800 ล้านดอลลาร์ และหากผู้ให้บริการดัชนีรายอื่นดำเนินการตาม ตัวเลขดังกล่าวอาจพุ่งขึ้นถึง 11,600 ล้านดอลลาร์
MSCI จะเปิดรับความคิดเห็นต่อข้อเสนอนี้จนถึง 30 กันยายน 69 ก่อนประกาศผลภายใน 16 ตุลาคม และหากมีการเปลี่ยนแปลงจริง จะเริ่มมีผลกับดัชนีตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป
มุมมองผู้เขียน: นักลงทุนคริปโตควรจับตาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะผลลัพธ์อาจไม่ได้กระทบแค่ Strategy แต่มีโอกาสส่งแรงสั่นสะเทือนมาถึงตลาดคริปโตโดยรวม เนื่องจาก Strategy คือบริษัทที่ถือ Bitcoin รายใหญ่ที่สุดของโลก
ที่มา:finance.yahoo

