bitkub-banner

Strategy ของ Michael Saylor กำไร Bitcoin พุ่งเกือบ $5,000 ล้านหลังถือเหรียญกว่า 845,000 BTC

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • พอร์ต Bitcoin ของ Strategy บริษัทที่มี Michael Saylor เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง กำลังมีกำไรในทางบัญชีราว 4,930 ล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลที่เผยแพร่ล่าสุดจากรายงาน
  • ปัจจุบัน Strategy ถือ Bitcoin อยู่ 845,050 BTC ด้วยต้นทุนรวมประมาณ 63,730 ล้านดอลลาร์ หรือราคาเฉลี่ยราว 75,412 ดอลลาร์ต่อ BTC
  • บริษัทเพิ่งกลับมาซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 4,603 BTC มูลค่า 369.7 ล้านดอลลาร์ หลังจากหยุดซื้อไปเกือบ 2 เดือน สะท้อนว่า Strategy ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์สะสม Bitcoin ในระยะยาว

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

ข่าวนี้มีแนวโน้มไปในเชิงในบวกต่อ Bitcoin อันเนื่องจากเป็นการแสดงให้เห็นว่า Strategy ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถือ Bitcoin รายใหญ่ที่สุดของโลก ยังคงมีต้นทุนเฉลี่ยต่ำกว่าราคาตลาด และการลงทุนตั้งแต่ปี 2020 สามารถสร้างกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงหลายพันล้านดอลลาร์อย่างไรก็ตาม ตัวเลขกำไรดังกล่าวไม่ได้หมายความว่า Strategy ได้รับเงินสดเข้าบริษัทแล้ว และยังสามารถเกิดเปลี่ยนแปลงขึ้นลงตามราคา Bitcoin ดังนั้นผลกระทบต่อราคาจึงเป็นไปในเชิงจิตวิทยามากกว่าการสร้างแรงซื้อโดยตรง

Strategy กำไร Bitcoin แตะเกือบ $5,000 ล้าน

Strategy บริษัทมหาชนที่เดินหน้าสะสม Bitcoin อย่างจริงจังภายใต้แนวทางของ Michael Saylor กำลังมีกำไรจากการถือครอง Bitcoin ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงประมาณ 4,930 ล้านดอลลาร์ หลังราคาของ BTC ปรับตัวกลับขึ้นมาเหนือระดับ 80,000 ดอลลาร์

ข้อมูลดังกล่าวถูกเผยแพร่โดย Watcher.Guru ผ่านบัญชีบน X โดยระบุถึงผลตอบแทนจากการลงทุน Bitcoin ของ Strategy นับตั้งแต่บริษัทเริ่มเข้าซื้อ BTC ในปี 2020

อย่างไรก็ตาม กำไรระดับ 4,930 ล้านดอลลาร์เป็นตัวเลขที่อ้างอิงจากราคาตลาดในช่วงเวลาที่โพสต์ ดังนั้นตัวเลขดังกล่าวสามารถเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ทันทีตามความเคลื่อนไหวของ Bitcoin

ถือ Bitcoin กว่า 845,000 BTC ต้นทุนเฉลี่ย $75,412

ข้อมูลจากเอกสารที่ Strategy ยื่นต่อสำนักงาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ ระบุว่า ณ วันที่ 30 สิงหาคม 2026 บริษัทถือครอง Bitcoin ทั้งหมด 845,050 BTC หลังจากเข้าซื้อเพิ่ม 4,603 BTC ในช่วงวันที่ 24–30 สิงหาคม

การซื้อครั้งล่าสุดมีมูลค่าประมาณ 369.7 ล้านดอลลาร์ ที่ราคาเฉลี่ย 80,318 ดอลลาร์ต่อ Bitcoin ส่งผลให้ต้นทุนสะสมทั้งหมดของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 63,730 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นต้นทุนเฉลี่ยประมาณ 75,412 ดอลลาร์ต่อ BTC

หากนำต้นทุนดังกล่าวมาเทียบกับราคาตลาด Bitcoin ในช่วง 80,000 ดอลลาร์ขึ้นไป จะเห็นว่า Strategy มีส่วนต่างระหว่างราคาตลาดกับต้นทุนเฉลี่ยหลายพันดอลลาร์ต่อ BTC

ด้วยจำนวน Bitcoin ที่บริษัทถือครองมากกว่า 845,000 BTC แม้ราคา BTC ขยับเพียงไม่กี่พันดอลลาร์ ก็สามารถทำให้มูลค่าพอร์ตของ Strategy เปลี่ยนแปลงเป็นหลักพันล้านดอลลาร์ได้

Strategy กลับมาซื้อ Bitcoin อีกครั้ง หลังหยุดไปเกือบ 2 เดือน

การเพิ่มขึ้นของตัวเลขกำไรในทางบัญชีเกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่ Strategy กลับมาเดินหน้าซื้อ Bitcoin อีกครั้ง

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม บริษัทประกาศเข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มกว่า 4,603 BTC คิดเป็นมูลค่า 369.7 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นการซื้อครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน โดยใช้เงินที่ได้จากการขายหุ้นสามัญผ่านโครงการระดมทุนในตลาด

การเคลื่อนไหวดังกล่าวถือว่าน่าสนใจ เพราะก่อนหน้านี้ Strategy ได้ขาย Bitcoin ออกมาบางส่วนในช่วงที่บริษัทต้องการนำสภาพคล่องเพื่อไปเคลียร์เรื่องของหุ้นบุริมสิทธิ โดยในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมมีการขาย Bitcoin รวมหลายพัน BTC

ล่าสุดบริษัทจึงกลับมาเพิ่มจำนวน Bitcoin ในคลังอีกครั้ง และทำให้ Strategy ยังคงเป็นบริษัทมหาชนที่ถือ Bitcoin มากที่สุดในโลก


Strategy ของ Michael Saylor กำลังมีกำไรจากการถือ Bitcoin ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงราว 4,930 ล้านดอลลาร์ หลังราคาของ BTC ฟื้นตัวกลับขึ้นมาเหนือระดับ 80,000 ดอลลาร์ ขณะที่บริษัทถือ Bitcoin อยู่ถึง 845,050 BTC ด้วยต้นทุนเฉลี่ย 75,412 ดอลลาร์ต่อเหรียญ

สิ่งที่น่าจับตามองมากกว่าตัวเลขกำไร คือ Strategy ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์คลังเก็บสะสม Bitcoin อย่างต่อเนื่อง แม้บริษัทจะเคยขาย BTC ออกบางส่วนในช่วงที่ผ่านมา และล่าสุดก็กลับมาซื้อเพิ่มอีก 4,603 BTC ก็เป็นไปได้ว่าอาจไม่สำคัญที่เราจะเห็น Strategy มีการเทขายเหรียญออกไปบ้าง เพราะสุดท้ายการบริหารจัดการของพวกเขาท้ายที่สุดปลายทางคือการซื้อ Bitcoin เก็บไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ที่มา : Watcher.Guru, SEC, The Block