สรุปข่าว
- วันพฤหัสบดีจะมีการรายงานดัชนี PPI เดือนสิงหาคม ซึ่งคาดว่า Headline PPI จะขยับขึ้น 0.4% ส่วนอัตราเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิตรายปีอาจเร่งขึ้นสู่ระดับ 5.4% จากแรงกดดัน
- ตัวเลข CPI ในวันศุกร์ คาดว่าจะทรงตัวที่ 3.3%–3.4% ขณะที่ Core CPI มีแนวโน้มชะลอตัวลงจาก 2.5% โดยตลาดหวังว่าตัวเลขจะไม่ออกมาสูงกว่าคาด
- เฟดอาจดำเนินนโยบายเข้มงวด กดดันราคา Bitcoin และดัน Yield พันธบัตรให้พุ่งสูงขึ้นหากตัวเลขเงินเฟ้อออกมาไม่ดี
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
สัปดาห์ระหว่างวันที่ 7–11 กันยายน ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลก่อนเข้าสู่การประชุม FOMC ในสัปดาห์หน้า แม้ช่วงต้นสัปดาห์จะไม่ค่อยมีประเด็นที่น่าจับตาแต่ความผันผวนจะเริ่มเร่งตัวขึ้นในวันพฤหัสบดี โดยหากตัวเลขต่างๆ ออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์ก็อาจทำให้เฟดมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากขึ้นในงานประชุม
ชะตากรรมของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย เพราะสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สำคัญที่นักลงทุนต่างเฝ้ารอตัวเลขชุดสุดท้ายที่ใช้ในการประเมินทิศทางของตลาดก่อนที่งานประชุม FOMC กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในสัปดาห์หน้า
บทความนี้เราจะพาทุกท่านมาดูกันว่าในช่วงระหว่างวันที่ 7-11 กันยายน มีเหตุการณ์ใดบ้างที่นักลงทุนจะต้องติดตาม
ตัวเลขชุดสุดท้าย
ปฏิทินเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ในช่วงวันจันทร์ถึงวันพุธนักลงทุนคริปโทฯ อาจเบาใจได้เปลาะหนึ่งเพราะตลาดสหรัฐฯ ปิดทำการในจันทร์ซึ่งตรงกับวันแรงงาน ส่วนวันอังคารและพุธก็ไม่ได้มีเหตุการณ์สำคัญอะไรที่ส่งผลกระทบต่อตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมากนักทำให้สิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาจะเริ่มขึ้นในวันพฤหัสบดี
สำหรับตัวเลขแรกที่นักลงทุนจะต้องจับตาจะเป็นตัวเลข PPI ประจำเดือนสิงหาคมที่ใช้ดูแนวโน้มของภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่า ดัชนีราคาผู้ผลิตทั่วไป (Headline PPI) จะปรับตัวขึ้น 0.4% เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งฟื้นตัวขึ้นจากเดือนกรกฎาคมที่ไม่พบการเติบโตเลย
ขณะเดียวกันดัชนีราคาผู้ผลิตพื้นฐาน (Core PPI) คาดว่าจะอยู่ที่ 0.3% ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิตรายปีมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นจาก 4.7% สู่ระดับ 5.4% ซึ่งหากตัวเลขจริงออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ อาจตอกย้ำมุมมองที่ว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อกำลังกลับมารวมตัวอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ราคาน้ำมันยังคงปรับตัวสูงขึ้นจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นใหม่
อย่างไรก็ตาม วันศุกร์ที่จะถึงกลับกลายเป็นวันที่สำคัญมากที่สุดสำหรับสินทรัพย์เสี่ยงเนื่องจากจะมีการประกาศตัวเลข CPI ซึ่งคาดว่าอัตราเงินเฟ้อยังคงค้างอยู่ที่ราว 3.3% – 3.4% ต่อปี
ในขณะที่ดัชนี CPI พื้นฐานจะชะลอตัวลงจากระดับ 2.5% ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการคาดการณ์เรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
หากตัวเลข CPI ออกมาสูงกว่าที่คาดไว้ แนวโน้มของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็จะมีมากขึ้นซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อราคา Bitcoin และดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้น ในทางกลับกัน หากตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาด ก็จะส่งผลในทางตรงกันข้าม
ปัจุจบัน แนวโน้มในภาพรวมของตลาดยังอยู่ในโซนเป็นกลางไม่ได้เอนเอียงไปทางไหนเป็นพิเศษเห็นได้จากราคาที่ยังคงยืนระยะเหนือหรือใกล้เคียงกับระดับ $80,000 ได้อยู่แม้ว่าตัวเลขในสัปดาห์ก่อนจะออกมาเหนือความคาดหมาย
ทิศทางถัดจากนี้ไปถึงมีความสำคัญมากเพราะถ้าตลาดมีแต้มต่อก่อนที่จะเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นมาราคาก็อาจปรับตัวลงไม่มาก แต่ถ้าทั้งสองสัปดาห์ถัดจากนี้มีแต่ข่าวดีก็อาจทำให้ตลาดคริปโทฯ กลับมาเป็นขาขึ้นได้อย่างสมบูรณ์
ที่มา: Cryptopotato

