สรุปข่าว
- กระทรวงการคลังเยอรมนียกข้อเสนอร่างกฎหมายภาษีฉบับใหม่ เตรียมยกเลิกกฎยกเว้นภาษีสำหรับคริปโตที่ถือครองเกิน 12 เดือน แล้วเปลี่ยนมาใช้อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายคงที่ 25% แทน ครอบคลุมทั้ง กำไรจากการขาย รายได้จากการปล่อยกู้ และการสเตกกิ้ง
- กฎหมายใหม่จะใช้กับคริปโตที่ซื้อตั้งแต่ 31 ธันวาคม 2026 เป็นต้นไปเท่านั้น ส่วน Bitcoin และ Ethereum ที่ซื้อก่อนหน้านั้น ยังได้รับสิทธิประโยชน์ภายใต้กฎเดิม
- รัฐบาลเยอรมนีคาดว่า จะเก็บภาษีเพิ่มได้ราว 160 ล้านยูโร ภายในปี 2028 และเพิ่มเป็น 350 ล้านยูโรต่อปี ภายในปี 2031 ซึ่งร่างกฎหมายต้องรอการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาต่อไป แม้ร่างกฎหมายลักษณะเดียวกันจะเคยถูกรัฐสภาตีตกมาแล้ว เมื่อเดือนพฤษภาคม
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
ข่าวนี้แทบไม่กระทบราคาตลาดโดยตรง เพราะเป็นเพียงร่างกฎหมายภายในของเยอรมนีที่ต้องผ่านคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาอีกหลายขั้นตอน กว่าจะมีผลบังคับใช้จริงทำให้แรงเทขายแบบกระทันหันไม่น่าเกิดขึ้น แต่ในระยะยาว หากกฎหมายผ่านจริง อาจลดแรงจูงใจของนักลงทุนรายย่อยในเยอรมนีที่เคยถือ Bitcoin ยาวเพื่อรอภาษี 0% ซึ่งจุดนี้เป็นปัจจัยลบเชิงโครงสร้างที่ต้องจับตาต่อไป
กระทรวงการคลังเยอรมนีได้ยกร่างแผนปฏิรูปภาษีฉบับใหม่ ที่เตรียมยกเลิกสิทธิยกเว้นภาษีคริปโทฯ ตามระยะเวลาการถือครอง โดยจากเดิมที่เคยยกเว้นภาษีสำหรับผู้ถือครองคริปโทฯ เกิน 12 เดือนขึ้นไป ส่วนการขายออกภายใน 12 เดือนต้องเสียภาษีเงินได้สูงสุด 42%
แต่ร่างกฎหมายใหม่จะเปลี่ยนมาเก็บภาษีหัก ณ ที่จ่ายในอัตราคงที่ 25% สำหรับกำไรจากการขาย รายได้จากการให้กู้ยืม และการสเตกกิ้ง โดยไม่สนใจระยะเวลาการถือครองอีกต่อไป ซึ่งหากรวมภาษีบำรุงส่วนกลาง อัตราภาษีจริงจะอยู่ที่ประมาณ 26% อย่างไรก็ตาม แผนใหม่นี้ยังคงยกเว้นภาษีให้ สำหรับกรณีที่มีกำไรไม่เกิน 1,000 ยูโรต่อปีไว้ตามเดิม
เงื่อนไขการบังคับใช้ และการคาดการณ์รายได้ภาษีของรัฐบาล
ข้อเสนอกระทรวงการคลัง เยอรมนีระบุว่า กฎหมายใหม่จะครอบคลุมเฉพาะคริปโทฯ ที่ซื้อตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2026 เป็นต้นไป ทำให้สินทรัพย์อย่าง Bitcoin และ Ethereum ที่ซื้อก่อนหน้านั้น ยังคงได้สิทธิยกเว้นภาษีตามเกณฑ์เดิม
ทั้งนี้ กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2027 และเริ่มระบบหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตโนมัติผ่านกระดานเทรดในวันที่ 1 มกราคม 2028 โดยจะมุ่งเน้นไปที่เหรียญหลักเป็นสำคัญ แต่จะไม่ครอบคลุมถึง NFT, Stablecoin บางประเภท, Security Token และ RWA
ซึ่งกระทรวงการคลังเยอรมนีคาดว่า การปฏิรูปครั้งนี้จะสร้างรายได้ให้รัฐบาลเพิ่มขึ้นราว 160 ล้านยูโรในปี 2028 และเติบโตสู่ 350 ล้านยูโรต่อปี ภายในปี 2031 ด้วยเหตุผลว่าคริปโทฯ มีลักษณะการเก็งกำไรและสภาพคล่องใกล้เคียงกับหุ้น
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากร่างกฎหมายลักษณะนี้เคยถูกตีตกเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้ร่างฉบับนี้ยังอาจต้องผ่านการปรับแก้ไขเพิ่มเติม ก่อนจะได้รับการเสนอเข้าสู่การอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาต่อไป
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : จุดที่น่าสนใจคือ การกำหนดเส้นตายในวันที่ 31 ธันวาคม 2026 ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยเร่งให้นักลงทุนในเยอรมนีแห่เข้าซื้อสะสม Bitcoin และ Ethereum ล่วงหน้า เพื่อล็อกสิทธิประโยชน์ทางภาษี 0% ก่อนที่กติกาใหม่จะเริ่มบังคับใช้ ซึ่งหากเกิดกระแสนี้ขึ้นจริงในช่วงปลายปี 2026 เราอาจได้เห็นแรงซื้อสะสมที่คึกคักอย่างชัดเจนจากฝั่งเยอรมนี ก่อนที่ตลาดจะค่อย ๆ ปรับตัวกลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังจากกฎหมายใหม่มีผลอย่างเป็นทางการ

