bitkub-banner

รอยยิ้มอเวจีพลิกชีวิต ! เจ้าของมีม ‘เด็กหญิงบ้านไหม้’ ประมูลขายรูป NFT โกยเงินกว่า 15 ล้านบาท

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Zoë Roth หญิงสาวเจ้าของใบหน้าในภาพมีมชื่อดัง “Disaster Girl” ได้นำภาพต้นฉบับที่ถ่ายไว้ตั้งแต่ปี 2005 มาแปลงเป็น NFT แล้วประมูลขายบนแพลตฟอร์ม Foundation
  • ผู้ชนะประมูลคือ ผู้ใช้งานชื่อ @3FMusic ที่เสนอราคา 180 ETH คิดเป็นมูลค่าราว 475,000 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนราคาจะพุ่งทะลุ 510,000 ดอลลาร์ตามราคา Ethereum ที่ปรับตัวขึ้นในเวลาต่อมา
  • ครอบครัว Roth ยังถือลิขสิทธิ์ภาพไว้ตามเดิม พร้อมรับส่วนแบ่ง 10% ทุกครั้งที่มีการซื้อขายเปลี่ยนมือในอนาคต

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral 

ดีลนี้เป็นข่าวเชิงวัฒนธรรมและกระแสสังคมมากกว่าปัจจัยพื้นฐานของตลาดคริปโต การประมูลมีมด้วยมูลค่าหลักแสนดอลลาร์ ช่วยตอกย้ำว่า NFT ในตอนนั้นยังมีดีมานด์อยู่ในกลุ่มนักสะสมเฉพาะทาง แต่ไม่ได้มีน้ำหนักมากพอที่จะขยับราคา Ethereum หรือตลาด NFT ในภาพรวมอย่างมีนัยสำคัญ

Zoë Roth หญิงสาวเจ้าของมีมอินเทอร์เน็ตระดับตำนานอย่าง “Disaster Girl” ถูกถ่ายภาพมีมประวัติศาสตร์นี้ไว้ เมื่อปี 2005 ตั้งแต่ตอนที่เธออายุเพียง 4 ขวบ ในขณะที่เธอกำลังยืนยิ้มมุมปาก หน้าบ้านที่กำลังถูกไฟไหม้ ซึ่งในเวลาต่อมา ภาพต้นฉบับนี้ ถูกนำไปประมูลขายในรูปแบบ NFT ได้เป็นเงินสูงถึง 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 16,591,250 บาท

รายงานจาก The New York Times ระบุว่า ครอบครัว Roth ได้เดินทางไปดูการซ้อมดับเพลิง ด้วยการเผาบ้านที่จัดขึ้นโดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในละแวกบ้านของพวกเขา โดย Dave Roth ผู้เป็นพ่อของ Zoë ได้ขอให้ลูกสาวส่งยิ้มให้กล้องเพื่อถ่ายรูปเก็บไว้ และนั่นคือจุดกำเนิดของภาพ “Disaster Girl”

หลังจากนั้นในอีกสองปีต่อมา Dave ก็คว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดภาพถ่ายจากภาพดังกล่าว ซึ่งนับแต่นั้นเป็นต้นมา ภาพนี้ก็ได้กลายเป็นกระแสไวรัลไปทั่วโลกออนไลน์ โดยผู้คนต่างนำใบหน้ายิ้มมุมปากของเธอ ไปตัดต่อใส่ในเหตุการณ์หายนะ และมีมตลกต่าง ๆ มากมาย เพื่อแชร์บนเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียโดยที่เธอเองก็ไม่สามารถควบคุมได้

การแปลงความนิยมสู่นวัตกรรม NFT และเงื่อนไขการถือครอง

หลังจากเห็นภาพของตัวเองกลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์มานานนับสิบปี ในที่สุด Zoë ก็สามารถเปลี่ยนความโด่งดังนั้น ให้กลายเป็นประโยชน์ทางการเงินก้อนใหญ่ได้สำเร็จ  โดยเธอได้นำภาพถ่ายต้นฉบับมาแปลงเป็น NFT และไปเปิดประมูลบนแพลตฟอร์ม Foundation เมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา

ผู้ที่ชนะการประมูลไปคือ ผู้ใช้งานชื่อ @3FMusic ด้วยราคาประมูล 180 Ether ซึ่งในขณะนั้นมีมูลค่าราว 475,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ด้วยราคาเหรียญ Ethereum ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในเวลาต่อมา จึงส่งผลให้มูลค่าของภาพนี้ พุ่งสูงทะลุ 510,000 ดอลลาร์สหรัฐไปเป็นที่เรียบร้อย

ทั้งนี้ในสัญญากรรมสิทธิ์ NFT ทั่วไป ครอบครัว Roth ยังคงเป็นผู้ถือครองลิขสิทธิ์ (Copyright) ของภาพถ่ายตามกฎหมายตามเดิม ส่วนผู้ชนะการประมูลจะได้ครอบครองสิทธิ์ ในฐานะของสะสมดิจิทัลชิ้นเดียวในโลกที่ได้รับการรับรองความถูกต้อง 

ยิ่งไปกว่านั้น เงื่อนไขใน Smart Contract ของ NFT ชิ้นนี้ ยังระบุให้ครอบครัว Roth จะได้รับส่วนแบ่ง 10% จากมูลค่าการขายในทุก ๆ ครั้ง ที่มีการเปลี่ยนมือซื้อขายในอนาคตอีกด้วย

การนำรายได้ไปใช้ประโยชน์ และกระแสมีมยุค NFT

ปัจจุบัน Zoë อายุ 26 ปี ซึ่งตอนที่เธอเป็นนักศึกษาชั้นปีสุดท้ายที่ University of North Carolina at Chapel Hill เธอเปิดเผยว่า มีแผนการที่จะนำเงินรายได้ส่วนหนึ่ง จากการขาย NFT ไปชำระคืนเงินกู้เพื่อการศึกษา และนำเงินอีกส่วนหนึ่งไปบริจาคเพื่อการกุศล 

ทั้งนี้ ภาพมีม “Disaster Girl” ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระแสการนำมีมไวรัลชื่อดังมาแปลงเป็น NFT เพื่อประมูลขายในช่วงที่ผ่านมา 

โดย Zoë ได้แสดงความรู้สึกทิ้งท้ายว่า การที่ภาพของเธอกลายเป็นไวรัลและยังคงเป็นกระแสมาได้ยาวนานขนาดนี้ เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายมาก ซึ่งเธอรู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณสำหรับทุกประสบการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น

ที่มา : petapixel


มุมมองผู้เขียน : กรณีนี้น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้เจ้าของมีมไวรัลคนอื่น ๆ เริ่มมองหาวิธีสร้างรายได้จากคอนเทนต์ของตัวเองมากขึ้น แต่ก็ต้องยอมรับว่ามูลค่าของมีมแต่ละชิ้น ขึ้นอยู่กับกระแสความนิยมและจังหวะตลาดคริปโตในขณะนั้นเป็นหลัก หากตลาด NFT ยังคงซบเซาต่อเนื่อง ดีลลักษณะนี้อาจไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยเหมือนช่วงที่ตลาดกำลังบูม