สรุปข่าว
- Bitcoin (BTC) ไม่สามารถทำราคาสูงสุดใหม่ได้นานใกล้ครบ 365 วันแล้ว ตามข้อมูลที่นักวิเคราะห์ Darkfost เปิดเผย
- สถิติในอดีตชี้ว่า ระยะเวลาที่ BTC ใช้ในการทำ ATH ใหม่ของแต่ละวัฏจักรกำลังสั้นลงต่อเนื่อง จาก 1,180 วัน เหลือ 1,094 วัน และครั้งล่าสุดเหลือเพียง 849 วัน
- Halving ครั้งถัดไปคาดว่า จะเกิดขึ้นราวเดือนเมษายน 2028 ขณะที่โครงสร้างวัฏจักรของ BTC ในรอบนี้เริ่มเปลี่ยนไปจากรูปแบบเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Bullish
ข้อมูลเชิงสถิติที่ชี้ว่า ระยะเวลาการทำ ATH ใหม่สั้นลงทุกวัฏจักร สร้างความหวังให้นักลงทุนว่า รอบนี้ Bitcoin อาจกลับมาทำจุดสูงสุดใหม่เร็วกว่าที่คาดไว้ แม้ราคาจะยังไม่ขยับทำสถิติในช่วงที่ผ่านมา แต่แนวโน้มเชิงบวกจากมุมมองวัฏจักรก็มีน้ำหนักพอที่จะช่วยหนุนความเชื่อมั่นในระยะกลาง
Darkfost นักวิเคราะห์คริปโทเคอร์เรนซี ได้ออกมาเปิดเผย โดยโพสต์ข้อความลงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X เมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา ระบุว่า Bitcoin (BTC) กำลังจะทำสถิติราคา ไม่สามารถพุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ได้ยาวนานใกล้ครบ 365 วันแล้ว
โดยเขาชี้ให้เห็นว่า รูปแบบในอดีตที่ Bitcoin มักจะทำราคาสูงสุดใหม่ทันที หลังเกิด Halving กำลังเริ่มเปลี่ยนไป และไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
นอกจากนี้ เขายังได้เปิดเผยแผนภูมิข้อมูลอ้างอิงจาก CryptoQuant และ Axel Adler Jr. ซึ่งคาดการณ์ว่า เหตุการณ์ Halving ครั้งถัดไป จะเกิดขึ้นในช่วงประมาณเดือนเมษายน 2028 พร้อมทั้งวิเคราะห์ถึงโครงสร้างวัฏจักรของ Bitcoin ในรอบนี้ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
ระยะเวลาจากจุดสูงสุดสู่ ATH ใหม่ ที่สั้นลงในแต่ละรอบ
ข้อสังเกตสำคัญจาก Darkfost ชี้ว่า ระยะเวลาที่ Bitcoin ใช้ในการทำราคาสูงสุดใหม่ (ATH) ในแต่ละวัฏจักร เริ่มสั้นลงอย่างต่อเนื่อง
โดยสถิติระบุว่า ในช่วงปี 2014–2017 ต้องใช้เวลานานถึง 1,180 วัน กว่าจะทำราคาสู่จุดสูงสุดใหม่ ก่อนจะลดลงเหลือ 1,094 วันในช่วงปี 2017–2020 และล่าสุดในช่วงปี 2021–2024 ใช้เวลาลดลงเหลือเพียง 849 วันเท่านั้น
จากสถิติดังกล่าว นักวิเคราะห์จึงประเมินว่า หากแนวโน้มนี้ยังคงดำเนินต่อไป ระยะเวลาในการกลับมาทำราคาสูงสุดใหม่ก็มีโอกาสเร่งตัวเร็วขึ้นอีกในวัฏจักรปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม เขาได้มีการเตือนว่า ข้อสรุปนี้อิงจากข้อมูลเพียงแค่ 3 วัฏจักรที่ผ่านมาเท่านั้น จึงไม่สามารถการันตีได้ว่า ทฤษฎีวัฏจักร 4 ปี จะยังคงดำเนินไปตามรูปแบบเดิมอย่างสมบูรณ์ในอนาคต
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : ตัวเลขที่ Darkfost นำเสนอนั้นน่าสนใจ แต่ก็ไม่ควรยึดติดกับแพตเทิร์นเดิมมากเกินไป เนื่องจากสภาวะตลาดในปัจจุบันแตกต่างจากปี 2017 หรือ 2021 อย่างสิ้นเชิงในหลายมิติ โดยการวิเคราะห์ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคควบคู่ไปกับสถิติเชิงวัฏจักรจึงช่วยให้เห็นภาพรวมของตลาดได้แม่นยำและสมบูรณ์กว่าการพึ่งพาตัวเลขเพียงอย่างเดียว

