สรุปข่าว
- Jeremy Allaire CEO ของ Circle มองว่า “ยุคคริปโตต้องออกมาโชว์ของ” กำลังจบลง และบล็อกเชนกำลังเปลี่ยนสถานะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง
- Allaire เปรียบเทียบว่าเทคโนโลยีสำคัญในประวัติศาสตร์มักประสบความสำเร็จเมื่อผู้คนไม่จำเป็นต้องคิดถึงมันอีกต่อไป เช่นเดียวกับ TCP/IP ที่อยู่เบื้องหลังอินเทอร์เน็ต
- แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางล่าสุดของ Circle ที่กำลังผลักดัน USDC, ระบบชำระเงิน และ Arc ให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเงินบนโลกอินเทอร์เน็ต
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
มุมมองดังกล่าวถือเป็นมุมมองสนับสนุนต่ออุตสาหกรรมคริปโตในระยะยาวเพราะสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยการเก็งกำไรและกระแสความสนใจ ไปสู่การนำบล็อกเชนไปใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานจริงในระบบการเงิน, การชำระเงินและการทำธุรกรรมระหว่าง AI
“ยุคโชว์ของ” กำลังจบลง
Jeremy Allaire ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ Circle บริษัทผู้ออก Stablecoin USDC กล่าวระหว่างงานเปิดตัว Arc Mainnet ว่า “ยุคแห่งการโชว์ของคริปโตจบลงแล้ว” พร้อมมองว่าบล็อกเชนกำลังเปลี่ยนจากสิ่งที่ผู้คนพูดถึงโดยตรง ไปเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ทำงานอยู่เบื้องหลังระบบเศรษฐกิจ
Jeremy อธิบายว่า ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมคริปโตพยายามเรียกร้องความสนใจจากผู้คนผ่านสินทรัพย์เก็งกำไรและกระแสต่าง ๆ แต่ระยะต่อไปบล็อกเชนจะมีบทบาทคล้ายกับเทคโนโลยีพื้นฐานอื่น ๆ ที่ผู้คนใช้งานโดยไม่จำเป็นต้องรู้ว่ามันทำงานอยู่เบื้องหลัง
เขายกตัวอย่างว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไปแทบไม่มีใครคิดถึง TCP/IP ขณะกำลังค้นหาข้อมูล เช่นเดียวกับที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้คิดถึงระบบสายส่งไฟฟ้าเวลาสับสวิตช์ไฟ
นั่นคือไอเดียเดียวกันที่เขามองว่าจะเกิดขึ้นกับบล็อกเชนที่กำลังเดินไปในทิศทางเดียวกันโดยมันจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ผู้ใช้แทบไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของมัน
จากที่คนใช้คริปโตสู่การที่ “เครื่องจักรคุยกับเครื่องจักรกันเอง”
หนึ่งในประเด็นที่ Jeremy ให้ความสำคัญคือ ผู้ใช้งานบล็อกเชนในอนาคตอาจไม่ได้เป็นมนุษย์ทั้งหมดอีกต่อไป
เขามองว่าธุรกรรมจำนวนมหาศาลในอนาคตจะเกิดขึ้นระหว่างระบบอัตโนมัติและ AI ที่สามารถชำระเงินให้กันเอง โดยผู้ใช้อาจไม่จำเป็นต้องเปิด wallet คริปโตหรือเห็น Hash ของธุรกรรมด้วยซ้ำ
แนวคิดนี้สอดคล้องกับทิศทางที่ Circle กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยบริษัทระบุว่า USDC สามารถทำหน้าที่เป็นเงินที่ตั้งโปรแกรมได้สำหรับ AI Agent ซึ่งสามารถใช้จ่ายและรับเงินได้แบบอัตโนมัติ
Circle ยังระบุว่า USDC มีมูลค่าหมุนเวียนประมาณ 73,800 ล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 17 กันยายน 2026 และสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ wallet ของผู้ใช้งานปลายทางมากกว่า 500 ล้านรายการทั่วโลก
Arc คือภาพสะท้อนของวิสัยทัศน์นี้
Jeremy ได้ออกมาแสดงทัศนะในช่วงเวลาเดียวกับที่ Circle เพิ่งเปิดตัว Arc Mainnet เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทวางตำแหน่งให้เป็น Layer 1 ที่ถูกสร้างขึ้นสำหรับตลาดการเงิน, การโอนเงินแบบเรียลไทม์, สินทรัพย์ในรูปโทเค็นและเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI
Arc เปิดตัวพร้อมแอปพลิเคชันมากกว่า 100 อย่างและมีสถาบันกับผู้พัฒนาในระบบนิเวศมากกว่า 100 รายเข้าร่วมตั้งแต่วันแรก โดยมีชื่ออย่าง BlackRock, Visa, Mastercard และสถาบันการเงินรายใหญ่อื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
จุดที่น่าสนใจคือ Arc ไม่ได้บังคับให้ผู้ใช้ต้องถือเหรียญประจำเครือข่ายเพื่อจ่ายค่าธรรมเนียม แต่ใช้ USDC เป็นค่า Gas ซึ่งช่วยลดความผันผวนของต้นทุนสำหรับธุรกิจและสถาบัน
Circle ระบุว่า Arc ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าบล็อกเชนแต่เป็น “ระบบปฏิบัติการทางเศรษฐกิจ” สำหรับอินเทอร์เน็ต โดยมีเป้าหมายรองรับตลาดการเงิน, การชำระเงิน, การออกสินทรัพย์ดิจิทัลและธุรกรรมของ AI Agents
USDC กำลังถูกวางให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน
ตัวเลขการใช้งานบนเครือข่ายเองก็เริ่มสะท้อนให้เราได้เห็นแล้วว่า Circle กำลังพยายามขยับ USDC ออกจากการเป็นเพียง Stablecoin สำหรับตลาดคริปโต
ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 ของ Circle ระบุว่า USDC มีมูลค่าหมุนเวียน 73,300 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 19% จากปีก่อน ขณะที่โวลุมธุรกรรมบนเครือข่ายในไตรมาสดังกล่าวสูงถึง 14.8 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 151% เมื่อเทียบกับปีก่อน
นอกจากนี้ Circle ยังเดินหน้าขยายระบบชำระเงินและบริการทางการเงิน โดยมีทั้ง Circle Payments Network, Agent Stack และระบบโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการโอนเงินข้ามเครือข่าย
ภาพรวมดังกล่าวจึงสอดคล้องกับคำพูดของ Jeremy ที่ว่าอนาคตของบล็อกเชนอาจไม่ได้อยู่ที่การทำให้ผู้คน “รู้สึกว่ากำลังใช้คริปโต” แต่เป็นการทำให้บล็อกเชนทำงานอยู่เบื้องหลังจนผู้ใช้แทบไม่จำเป็นต้องรู้ด้วยซ้ำว่ากำลังใช้งานผ่านเทคโลยีนี้อยู่
Jeremy Allaire ได้ให้มุมมองที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของอุตสาหกรรม จากยุคที่คริปโตต้องพยายามดึงดูดความสนใจด้วยราคา, เหรียญใหม่และกระแสเก็งกำไร ไปสู่ยุคที่บล็อกเชนพยายามทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของระบบการเงิน
ส่วนตัวมองว่าแนวคิดนี้น่าสนใจตรงที่ เทคโนโลยีอาจประสบความสำเร็จมากที่สุดในวันที่ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องรู้ว่ากำลังใช้งานมันอยู่ หาก USDC, Arc, Tokenization และระบบชำระเงินของ AI สามารถเติบโตได้จริง สิ่งที่เรียกว่า “คริปโต” ในอนาคตอาจไม่ได้มีหน้าตาเหมือนตลาดคริปโตในวันนี้เลย แต่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเงินและอินเทอร์เน็ตที่ทำงานอยู่เบื้องหลังอย่างเงียบ ๆ
ที่มา : Investor.Circle, CoinMarketCap, Stock Analysis
