bitkub-banner

Changer+ เปิดตัว Stablecoin Wallet แบบ Self-Custodial ชูจุดเด่นใช้ง่ายที่สุดในโลก

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Changer+ เปิดตัวกระเป๋าเงินดิจิทัลแบบ Self-Custodial Stablecoin Wallet ที่รองรับ USDT และ USDC บนเครือข่ายบล็อกเชนหลัก 
  • ผู้ใช้งานไม่ต้องถือเหรียญ Gas ประจำเครือข่ายล่วงหน้าเพื่อทำธุรกรรม และแพลตฟอร์มผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยจาก Echo Pulse
  • มอบสิทธิ์ทำธุรกรรมฟรี 3 ครั้งต่อเชน ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม ถึง 6 พฤศจิกายน 2026 พร้อมเพิ่มบริการเสริม เช่น eSIM 

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

Changer+ ประกาศเปิดตัวกระเป๋าเงินดิจิทัลแบบ Self-Custodial Stablecoin Wallet ที่มุ่งลดความซับซ้อนในการใช้งานสเตเบิลคอยน์อย่าง USDT และ USDC บนเครือข่ายบล็อกเชนหลัก เช่น Ethereum, TRON, BNB Chain และ Solana โดยผู้ใช้ไม่ต้องถือเหรียญ Gas ล่วงหน้าเพื่อทำรายการ และยังคงถือ Private Keys ของตนเองอย่างสมบูรณ์ พร้อมกับสิทธิ์ทำธุรกรรมฟรี 3 ครั้งต่อเชนระหว่างวันที่ 6 ตุลาคม ถึง 6 พฤศจิกายน 2026

Changer+ ประกาศเปิดตัวกระเป๋าเงินดิจิทัลแบบดูแลสินทรัพย์ด้วยตัวเอง (Self-Custodial Stablecoin Wallet) อย่างเป็นทางการ มุ่งปลดล็อกข้อจำกัดและลดความซับซ้อนในการถือครอง โอนย้าย ตลอดจนการนำสเตเบิลคอยน์ไปใช้งานจริง โดยแพลตฟอร์มรองรับสเตเบิลคอยน์ชั้นนำอย่าง USDT และ USDC บนเครือข่ายบล็อกเชนหลัก ได้แก่ Ethereum, TRON, BNB Chain และ Solana พร้อมเดินหน้าเตรียมรองรับเครือข่ายและเหรียญอื่นๆ เพิ่มเติมในอนาคต

Changer+ พัฒนาขึ้นจากแนวคิดพื้นฐานที่เชื่อว่า ผู้ใช้งานไม่ควรต้องมานั่งทำความเข้าใจกลไกบล็อกเชนที่ซับซ้อน หรือต้องคอยหาซื้อเหรียญ Gas ประจำเครือข่ายเพียงเพื่อต้องการโอนหรือใช้สเตเบิลคอยน์ของตนเอง 

โดย Leon Gao ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Changer+ ผู้มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมฟินเทคและระบบชำระเงินมากว่า 10 ปี ระบุว่า ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านบล็อกเชน เบื้องหลังอาจมีเทคโนโลยีที่ซับซ้อน แต่ประสบการณ์ที่ส่งมอบให้ผู้ใช้งานต้องเรียบง่าย ชัดเจน และเชื่อถือได้

นอกจากความง่ายในการใช้งานแล้ว Changer+ ยังยึดมั่นในปรัชญาของ Web3 เรื่องการกระจายอำนาจและการดูแลสินทรัพย์ด้วยตนเอง โดยผู้ใช้จะยังคงถือ Private Keys และมีอำนาจในการอนุมัติทุกธุรกรรมด้วยตัวเองอย่างสมบูรณ์ 

ซึ่ง Yun Han Wong ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเติบโตของ Changer+ เน้นย้ำว่า ความไว้วางใจคือหัวใจสำคัญของ Web3 แนวคิดดั้งเดิมเรื่อง ‘Be your own bank’ คือ เรื่องของการเป็นเจ้าของสินทรัพย์ที่แท้จริง ไม่ใช่การส่งมอบอำนาจควบคุมกลับไปให้ตัวกลาง และความสะดวกสบายในการใช้งานก็ไม่ควรแลกมาด้วยการเสียอำนาจการควบคุมสินทรัพย์

ด้านฟังก์ชันและเทคโนโลยีความปลอดภัย Changer+ ได้ตัดขั้นตอนที่ยุ่งยากออกไป ด้วยการเปิดให้ผู้ใช้งานสามารถครอบคลุมค่าธรรมเนียมธุรกรรมเครือข่ายได้โดยไม่จำเป็นต้องถือเหรียญ Gas ประจำเชนล่วงหน้า เช่น ไม่จำเป็นต้องซื้อ ETH, TRX, BNB หรือ SOL แยกต่างหากก่อนทำรายการ 

ขณะเดียวกันยังได้ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัย การประเมินช่องโหว่ และการทดสอบเจาะระบบ (VAPT) จาก Echo Pulse ผู้ให้บริการความปลอดภัยไซเบอร์ที่ได้รับใบอนุญาตในสิงคโปร์และมาตรฐาน CREST ภายใต้การนำของ Zack Chen ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ผู้จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS)

นอกเหนือจากการโอนและจัดเก็บ Changer+ ยังเพิ่มประโยชน์การใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น บริการแพ็กเกจดาต้า eSIM ทั่วโลก ตลาดจำหน่ายบัตรไลฟ์สไตล์ (Lifestyle Ticket Marketplace) และระบบแจ้งเตือนความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่ช่วยคัดกรองพฤติกรรมน่าสงสัยหรือที่อยู่กระเป๋าที่อาจไม่ปลอดภัย โดยโปรเจกต์ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานครอบครัวเอกชน (Private Family Office) ที่มุ่งเน้นการเติบโตระยะยาว เน้นการใช้งานจริง ความปลอดภัย และการดูแลสินทรัพย์ มากกว่าการพึ่งพากลไกเหรียญเก็งกำไร

เพื่อเป็นการฉลองการเปิดตัว Changer+ มอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้งานใหม่ ทำธุรกรรมฟรี 3 ครั้งต่อเครื่องบนแต่ละเชน (Ethereum, Solana และ BNB Chain) ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม ถึง 6 พฤศจิกายน 2026 โดยครอบคลุมค่าธรรมเนียมเครือข่ายสำหรับธุรกรรมที่ร่วมรายการตามเงื่อนไขที่กำหนด

ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Changer+ ได้แล้ววันนี้ ทั้งบนระบบ iOS และ Android: