สรุปข่าว
- JPMorgan ประเมินว่าเงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์ดิจิทัลในปี 2026 อยู่ที่ประมาณ $50,000 ล้าน หรือคิดเป็นอัตรารายปีราว $66,000 ล้านดอลลาร์
- เงินที่ไหลเข้ากองทุน ETF คริปโตนั้นก็เริ่มฟื้นตัวตั้งแต่เดือนสิงหาคม ขณะที่สถานะซื้อขาย Bitcoin และ Ethereum Futures ของนักลงทุนสถาบันก็เริ่มเพิ่มขึ้นในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา
- แม้โมเมนตัมเริ่มดีขึ้นก่อนเข้าสู่ไตรมาส 4 แต่เม็ดเงินที่ไหลเข้ายังมีอัตราต่ำกว่าปีก่อนประมาณครึ่งหนึ่ง และนักขุด Bitcoin ยังขายเหรียญสุทธิราว $1,800 ล้านในปีนี้
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา : Bullish
เงินทุนที่ไหลเข้าสู่ตลาดคริปโตเพิ่มขึ้นประกอบกับ ETF ที่กลับมามีเงินไหลเข้าสุทธิและนักลงทุนสถาบันเพิ่มสถานะ Futures ถือเป็นสัญญาณบวกต่อความต้องการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินกระแสเงินทุนหลายประเภท ไม่ใช่เงินที่ไหลเข้าซื้อ Bitcoin โดยตรงทั้งหมด จึงยังต้องติดตามว่าแรงซื้อจะต่อเนื่องในไตรมาส 4 หรือไม่
เงินทุนไหลเข้าคริปโตแตะ $50,000 ล้าน
JPMorgan ธนาคารยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ประเมินว่า ในปี 2026 มีเงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์ดิจิทัลแล้วประมาณ $50,000 ล้าน โดยคิดเป็นอัตรารายปีราว $66,000 ล้านตามรายงานของทีมนักวิเคราะห์ที่นำโดย Nikolaos Panigirtzoglou ซึ่งเผยแพร่เมื่อต้นเดือนตุลาคม
ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นจากอัตรารายปีราว $52,000 ล้านที่ JPMorgan ประเมินไว้เมื่อเดือนพฤษภาคม สะท้อนว่ากระแสเงินทุนในตลาดคริปโตเริ่มฟื้นตัวหลังเผชิญแรงกดดันในช่วงครึ่งแรกของปี
อย่างไรก็ตาม อัตราเงินทุนไหลเข้าปัจจุบันยังอยู่ที่ประมาณครึ่งหนึ่งของปีก่อน แสดงให้เห็นว่าตลาดกำลังฟื้นตัว แต่ยังไม่กลับไปมีแรงหนุนจากเงินทุนในระดับเดียวกับช่วงก่อนหน้า
ETF ฟื้นตัว สถาบันเพิ่มการลงทุนใน Bitcoin และ Ethereum
ในช่วงครึ่งแรกของปี เงินทุนส่วนใหญ่ที่ไหลเข้าสู่ตลาดมาจากการซื้อ Bitcoin ของบริษัทที่ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะ Strategy รวมถึงเงินลงทุนจากธุรกิจเงินร่วมลงทุนในอุตสาหกรรมคริปโต
ขณะเดียวกัน กองทุน ETF เผชิญแรงขายอย่างหนักในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ก่อนที่กระแสเงินจะเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่เดือนสิงหาคม จนยอดเงินไหลเข้าสุทธิของ ETF กลับมาเป็นบวกเมื่อวัดตั้งแต่ต้นปี
ด้านตลาดอนุพันธ์ สถานะการลงทุนใน Bitcoin และ Ethereum Futures บนตลาด CME ของนักลงทุนสถาบันเพิ่มขึ้นในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โดย position Futures ใน Bitcoin ขยับสูงกว่าจุดสูงสุดก่อนหน้า ขณะที่สถานะ Ethereum เข้าใกล้ระดับสูงสุดเมื่อเดือนตุลาคม 2025
JPMorgan มองว่าการเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนการมีส่วนร่วมที่เพิ่มขึ้นจากทั้งนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบัน ซึ่งเป็นปัจจัยช่วยสร้างโมเมนตัมเชิงบวกให้ตลาดก่อนเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปี
แต่แรงซื้อยังไม่ทั่วถึงทั้งตลาด นักขุดขายเริ่มขาย Bitcoin
แม้ภาพรวมเงินทุนจะดีขึ้น แต่ยังมีแรงขายจากฝั่งนักขุด Bitcoin โดย JPMorgan ประเมินว่านักขุดขายสินทรัพย์สุทธิประมาณ $1,800 ล้านในปีนี้ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากบริษัทเหมืองขุดที่จดทะเบียนในตลาดหุ้น
บริษัทบางแห่งเริ่มขาย Bitcoin ที่ขุดได้ใหม่ รวมถึงลดการถือครองของเก่าที่มีในมือออกไปด้วย เพื่อนำเงินไปสนับสนุนค่าใช้จ่ายและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์
นอกจากนี้ แม้ยอดเงินไหลเข้า ETF จะกลับมาเป็นบวกเมื่อวัดตั้งแต่ต้นปี แต่หากนับตั้งแต่ตลาดเริ่มปรับตัวลงเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2025 ยอดเงินสะสมยังคงเป็นลบอยู่
อีกประเด็นที่ต้องระวังคือ สถานะในสัญญา Futures ที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าเป็นแรงซื้อสินทรัพย์จริงทั้งหมด เพราะตลาดอนุพันธ์สามารถใช้ทั้งเปิด long และ short รวมถึงใช้เพื่อป้องกันความเสี่ยงได้ จึงควรพิจารณาควบคู่กับเงินไหลเข้า ETF และตลาด Spot
JPMorgan ประเมินว่าเงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์ดิจิทัลในปีนี้อยู่ที่ประมาณ $50,000 ล้าน โดยมีอัตรารายปีราว $66,000 ล้านดอลลาร์ และกระแสเงินจาก ETF รวมถึงสถานะ Futures ที่เพิ่มขึ้นกำลังช่วยสร้างโมเมนตัมก่อนเข้าสู่ไตรมาส 4
นี่เป็นสัญญาณเชิงบวกต่อภาพรวมตลาด แต่ยังไม่ควรตีความว่าเงินทั้งหมดกำลังไหลเข้าซื้อ Bitcoin หรือราคาจะต้องปรับขึ้นทันที สิ่งที่สำคัญกว่าคือความต่อเนื่องของเงินไหลเข้า ETF และการฟื้นตัวของตลาด Spot หากทั้งสองปัจจัยยังแข็งแกร่งต่อไป ก็จะช่วยยืนยันได้มากขึ้นว่าตลาดกำลังฟื้นตัวจากแรงซื้อจริง ไม่ใช่เพียงการเพิ่มสถานะเก็งกำไรในตลาดอนุพันธ์
ที่มา : The Block, CoinMarketCap
