สรุปข่าว
- นักลงทุนที่ถือครอง Ethereum มานานกว่า 8 ปี ต้องสูญเสียสินทรัพย์จำนวน 59 ETH คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4.9 ล้านบาท จากเหตุการณ์ CryptoBillis
- ผู้เสียหายตัดสินใจย้ายสินทรัพย์ไปยังกระเป๋าเงินใบใหม่เพื่อความปลอดภัย แต่กลับกลายเป็นกระเป๋าที่ถูกมิจฉาชีพดัดแปลงมาตั้งแต่ก่อนส่งถึงมือผู้ใช้
- เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับรายเดียว โดยมูลค่าความเสียหายรวมในอุตสาหกรรมขณะนี้ใกล้เคียงหรือทะลุ 90 ล้านดอลลาร์แล้ว
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
เหตุการณ์สูบคริปโทฯ จากกระเป๋าครั้งใหญ่ในกรณีความผิดพลาดของ CryptoBilis ได้สร้างเหยื่อใหม่อีกราย ที่ในคราวนี้เป็นนักลงทุนมือเพชรอดทนไม่ขาย Ethereum มานานถึง 8 ปีแต่สุดท้ายต้องมาหมดตัวเพียงเพราะว่าการโอนสินทรัพย์ไปยังกระเป๋าใหม่เพียงแค่ครั้งเดียว
เหตุการณ์ปล้นคริปโตจากกระเป๋าเงิน hardware wallet จากความผิดพลาดของตัวแทนจำหน่าย “CryptoBilis” ปัจจุบันกำลังเป็นที่ถูกพูดถึงเป็นวงกว้างในอุตสาหกรรมคริปโต เนื่องจากมีความร้ายแรงสูงและมีเหยื่อผุดขึ้นมาใหม่เป็นจำนวนมาก แม้กระทั่งนักเทรดที่อยู่ในวงการมานานก็ยังไม่รอด
อ้างอิงข้อมูลจาก Lookonchain นักลงทุนมือเพชรรายหนึ่งที่ได้ถือครอง Ethereum (ETH) มาเป็นระยะเวลานานกว่า 8 ปี ได้สูญสิ้นสินทรัพย์ที่ยอมอดทนอดกลั้นไม่ขายออกไปทั้งหมดให้กับเหตุการณ์ของ CryptoBilis อีกราย
รายละเอียดระบุว่า นักลงทุนรายดังกล่าวถือครองสินทรัพย์ โดยไม่มีการเคลื่อนไหวมานานกว่า 4 ปี ก่อนจะตัดสินใจโอนย้ายเหรียญไปยังกระเป๋าเงินใบใหม่เมื่อเดือนที่ผ่านมา
แต่โชคร้ายที่กระเป๋าเงินปลายทางกลับเป็นอุปกรณ์หรือระบบที่ถูกดัดแปลงและฝังโค้ดอันตรายโดยมิจฉาชีพไว้ล่วงหน้า ส่งผลให้เขาต้องสูญเสีย Ethereum ไปกว่า 59 ETH คิดเป็นมูลค่าความเสียหายราว 146,800 ดอลลาร์ หรือประมาณ 4.9 ล้านบาท ณ ระดับราคาปัจจุบัน
ในทางทฤษฎี การกระทำของนักลงทุนรายนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องทั้งหมดตามหลักการลงทุนระยะยาว เพราะการใช้งาน Wallet รุ่นเก่าต่อไปเรื่อยๆ ล้วนมีความเสี่ยงที่ระบบจะถูกเจาะได้เช่นกัน แต่ความรอบคอบและวินัยในการบริหารความเสี่ยงกลับย้อนมาทำร้ายตัวเขาเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อความเสียหายไม่ได้เกิดจากความประมาทเลินเล่อ แต่เกิดจากการที่อุปกรณ์ถูกลักลอบดัดแปลงมาตั้งแต่ต้น แม้จะสั่งซื้อผ่านร้านค้าที่ดูน่าเชื่อถือก็ตาม
อย่างไรก็ตามนักลงทุนรายนี้ไม่ใช่ผู้เสียหายเพียงรายเดียวจากกรณีอุปกรณ์ที่ผ่านมือตัวแทนจำหน่าย CryptoBilis โดยก่อนหน้านี้ มีรายงานพบนักลงทุนอีกรายที่ต้องสูญเสีย Bitcoin ไปมากกว่า 80 BTC จากเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน โดยความเสียหายที่เชื่อมโยงกับกรณีดังกล่าว ถูกประเมินว่าใกล้แตะหรืออาจทะลุระดับ 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,000 ล้านบาท) เข้าไปแล้ว ในขณะที่รายงาน
มุมมองผู้เขียน: เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงในรูปแบบ Supply Chain Attack ที่แม้แต่นักลงทุนที่มีวินัยและรอบคอบก็อาจตกเป็นเหยื่อได้ยากจะหลีกเลี่ยง ทำให้ผู้ผลิตต้องหาแนวทางแก้ไขว่าถัดจากนี้จะมีวิธีการใดในการลดความเสี่ยงจากคนกลาง

