สรุปข่าว
- เทรดเดอร์รายหนึ่งบน Hyperliquid ถูกบังคับล้างพอร์ต 8 ครั้ง ในเวลาไม่กี่นาที เสีย Bitcoin 201 BTC มูลค่าราว 15.6 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 523 ล้านบาท
- ตลาดอนุพันธ์คริปโทฯ ทั้งระบบ ถูกล้างพอร์ตเกือบ 2.1 แสนราย รวม 1.08 พันล้านดอลลาร์ ฝั่ง Long เสียหายราว 88%
- ต้นเหตุมาจาก Nasdaq ที่ดิ่งเกือบ 5% เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ฉุด Bitcoin ร่วงจากระดับ 80,000 ดอลลาร์ลงมาที่ 75,572 ดอลลาร์
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Bearish
แรงขายที่เกิดจากการล้างพอร์ตแบบลูกโซ่ยังซ้ำเติมแรงกดดันจากหุ้นสหรัฐฯ ที่ยังไม่นิ่ง ความเชื่อมโยงระหว่างหุ้นเทคฯ กับคริปโทฯ ชัดเจนขึ้นในรอบนี้ ตราบใดที่ Nasdaq ยังไม่ฟื้นตัว Bitcoin ก็มีโอกาสถูกกดดันต่อในระยะสั้น
เกิดเหตุการณ์พอร์ตแตกครั้งใหญ่ในตลาดคริปโทฯ ฟิวเจอรส เมื่อเทรดเดอร์รายหนึ่งต้องสูญเงินมหาศาล หลังถูกระบบบังคับล้างพอร์ต รวดเดียวถึง 8 ครั้ง ในเวลาเพียงไม่กี่นาที ส่งผลให้สูญเสีย Bitcoin ไปมากถึง 201 BTC คิดเป็นมูลค่าความเสียหายราว 15.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 523 ล้านบาท
ข้อมูลจาก Lookonchain รายงานว่า เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นบน DEX อย่าง Hyperliquid ท่ามกลางคลื่นแรงเทขายอย่างตื่นตระหนกในตลาด จนทำให้เงินหลักประกัน (Margin) ในบัญชี ไม่เพียงพอที่จะรองรับการขาดทุนได้ทัน
เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งบทเรียน ถึงอันตรายของการใช้เลเวอเรจสูง ที่พร้อมจะเผาเงินลงทุนทั้งหมด ให้หายวับไปในพริบตา เมื่อตลาดเกิดความผันผวนรุนแรง
ตลาดอนุพันธ์พังระเนระนาด ถูกล้างพอร์ตรวมกว่า 1.08 พันล้านดอลลาร์ ฝั่ง Long โดนหนัก 88%
คลื่นความเสียหายไม่ได้จำกัดวงอยู่แค่เทรดเดอร์รายเดียว แต่ลุกลามสร้างความปั่นป่วนไปทั่วทั้งตลาดคริปโทฯ โดยข้อมูลจาก CoinGlass ชี้ว่า ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีนักเทรดถูกระบบบังคับล้างพอร์ต รวมกันมากถึงเกือบ 2.1 แสนราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมแตะ 1.08 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในจำนวนนี้ ฝั่งที่เปิด Long ได้รับผลกระทบหนักหน่วงที่สุดด้วยมูลค่าสูงถึง 956 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 88% ของความเสียหายทั้งหมด ขณะที่ฝั่ง Short เสียหายไปเพียง 130.78 ล้านดอลลาร์เท่านั้น

หากเจาะลึกเป็นรายเหรียญ Bitcoin ยังคงครองอันดับหนึ่งด้วยมูลค่าการล้างพอร์ต 282.37 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเกือบ 90% เกิดขึ้นกับฝั่ง Long ตามมาด้วย Ethereum ที่ 173.75 ล้านดอลลาร์
ทั้งนี้ Binance เป็นกระดานเทรดที่มีมูลค่าการล้างพอร์ตหนาแน่นที่สุดในตลาด คิดเป็นสัดส่วนกว่า 44.3% โดยเคสพอร์ตแตกเดี่ยวขนาดใหญ่ที่สุดในรอบวันก็เกิดขึ้นบน Binance เช่นกัน ซึ่งเป็นการถูกบังคับปิด Long Position ของเหรียญ ETH คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 10.94 ล้านดอลลาร์
ชนวนเหตุจากวอลล์สตรีทดิ่งหนักหุ้นเทคฯ และชิปนำดิ่ง ฉุด Bitcoin หลุด $76,000
ต้นตอของแรงกระแทกครั้งนี้ มีชนวนเหตุมาจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยดัชนี Nasdaq ดิ่งลงระหว่างวันเกือบ 5% นับเป็นการปรับตัวลดลงในวันเดียวที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายเดือน นำโดยแรงเทขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี AI และเซมิคอนดักเตอร์ ท่ามกลางบรรยากาศความไม่แน่นอนหลังการเลือกตั้ง และข้อกังขาต่อฟองสบู่กระแส AI ที่เริ่มหนาหูขึ้น ขณะที่ดัชนี S&P 500 ก็ปรับตัวลดลงตามไปราว 3.8%
แรงตื่นตระหนกดังกล่าวได้ลุกลามเข้าสู่ตลาดคริปโทฯ อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ราคา Bitcoin ที่เพิ่งพุ่งทะลุแนวต้าน 80,000 ดอลลาร์ไปหลังรับรู้ผลการเลือกตั้ง ต้องกลับทิศดิ่งฮวบลงมาแตะจุดต่ำสุดที่ 75,572 ดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum ร่วงลงมาอยู่ที่ 2,239 ดอลลาร์ และ Solana ปรับตัวลดลงไป 5.9%
ที่มา : beincrypto
มุมมองผู้เขียน : ตลาดคริปโทฯ ตอนนี้ขยับตามหุ้นเทคฯ แทบทุกจังหวะ ถ้าตลาดหุ้น Nasdaq ยังไม่หยุดร่วง แรงล้างพอร์ตรอบใหม่ก็พร้อมเกิดซ้ำได้ทุกเมื่อ ส่วนกรณีของนักลงทุนรายย่อย เคสนี้ย้ำเตือนว่า การใช้เลเวอเรจสูงคือดาบสองคม

