bitkub-banner

3 ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาดคริปโตในสัปดาห์นี้ อะไรคือสิ่งที่นักลงทุนควรรู้!

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00

สัปดาห์หน้าจะเป็นสัปดาห์ที่ยุ่งวุ่นวาย สำหรับปฏิทินเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เนื่องจาก มีข้อมูลเงินเฟ้อชุดสุดท้ายก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ย

สัปดาห์ที่แล้ว ถือเป็นสัปดาห์ที่โหดร้ายสำหรับตลาดคริปโต เนื่องจากมีการขาดทุนที่ยืดเยื้อไปจนถึงวันหยุดสุดสัปดาห์

ข้อมูลการจ้างงานจากสหรัฐฯ ไม่สามารถหยุดตลาดหุ้นจากการร่วงลงได้เช่นกัน  เนื่องจาก “Slumptember” กำลังเป็นไปตามชื่อของมัน

ในสัปดาห์นี้จะมีการรายงานข้อมูลเงินเฟ้อจำนวนมาก พร้อมกับรายงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขอรับสวัสดิการว่างงาน

Kobeissi Letter ตั้งข้อสังเกต พร้อมระบุว่า “นี่คือสัปดาห์สุดท้ายสำหรับข้อมูลเงินเฟ้อ ก่อนที่จะมีการประชุมเฟดในเดือนกันยายนที่ทุกคนรอคอยมานาน” 

เหตุการณ์เศรษฐกิจในวันที่ 9-13 ก.ย.

วันพุธนี้ จะเป็นวันที่มีการรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นหนึ่งในสองตัวชี้วัดเงินเฟ้อหลักที่ธนาคารกลางใช้ ข้อมูลดังกล่าวจะสะท้อนถึงแนวโน้มของราคาสินทรัพย์ในระบบเศรษฐกิจ และกำหนดรูปแบบการใช้จ่ายของผู้บริโภค

ดังนั้นนักลงทุนจึงควรจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับผู้กำหนดนโยบายของเฟด เนื่องจาก ปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจในเรื่องการกำหนดอัตราดอกเบี้ย

รายงานดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนสิงหาคม จะเผยแพร่ในวันพฤหัสบดี ซึ่งสะท้อนถึง ราคาของปัจจัยการผลิตสำหรับผู้ผลิตและผู้ประกอบการ

นอกจากนี้ ยังเป็นตัวชี้วัดล่วงหน้าของแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ เนื่องจากเป็นการวัดต้นทุนการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค ทำให้เป็นตัวชี้วัดหลักสำหรับรายงาน CPI ในเดือนถัดไป

ซึ่งในวันพฤหัสบดี จะมีการเผยแพร่ข้อมูลการขอรับสวัสดิการว่างงานในเบื้องต้น ซึ่งทำให้เห็นภาพรวมเกี่ยวกับตลาดแรงงานในวงกว้างมากขึ้น

รายงานเบื้องต้นสำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมิชิแกน ในเดือนกันยายนจะถูกเผยแพร่ในวันศุกร์

ซึ่งรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ออกมามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะสะท้อนมุมมองของผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจในภาพรวม รวมถึงความคาดหวังต่ออัตราเงินเฟ้อในระยะยาว ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้ถูกนำไปใช้วิเคราะห์เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นส่วนประกอบสำคัญในการคำนวณดัชนีความคาดหวังต่ออัตราเงินเฟ้อของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

หลังจากที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาอ่อนแอในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดการเงินก็ให้ความสนใจกับการประชุมของเฟดในเดือนกันยายนเป็นอย่างมาก นักลงทุนต่างคาดการณ์ว่าเฟดอาจจะตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% หรือ 0.5% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่จะออกมาในเร็วๆ นี้ก็จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของเฟดในครั้งนี้

หากรายงาน CPI ออกมาอ่อนแอกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ก็จะยิ่งเพิ่มความเป็นไปได้ที่เฟดจะตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.5% ในการประชุมครั้งหน้า โดยเครื่องมือ CME Fed Watch ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ประเมินความน่าจะเป็นของการตัดสินใจของเฟดในครั้งต่อไป ก็แสดงให้เห็นว่า ณ ขณะนี้ ตลาดให้ความน่าจะเป็นที่ 31% ที่เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.5% ในวันที่ 18 กันยายน

แนวโน้มตลาดคริปโต

ในทางทฤษฎี การปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่มากขึ้น  จะส่งผลดีต่อตลาดสกุลเงินดิจิทัล แต่ถึงอย่างนั้น ก็ดูจะยังไม่เพียงพอที่จะสลัดความรู้สึกด้านลบออกไปได้ในขณะนี้

 ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีได้เผชิญกับความผันผวนอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา โดยหลังจากเหตุการณ์ “Black Monday” เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มูลค่ารวมของตลาดร่วงลงอย่างหนักจนแตะระดับต่ำกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงปลายสัปดาห์นั้น สถานการณ์ก็ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง

แม้ว่าในภายหลังมูลค่ารวมของตลาดจะสามารถฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อย แตะที่ระดับ 2.03 ล้านล้านดอลลาร์ได้ แต่ก็ยังคงเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา 

ราคา Bitcoin ได้ร่วงแตะระดับต่ำสุดในช่วงสุดสัปดาห์ที่ 53,300 ดอลลาร์ แต่หลังจากนั้นราคาก็ฟื้นตัวขึ้นมาแตะระดับ 55,000 ดอลลาร์ในช่วงเช้าวันจันทร์ 

ส่วนราคา Ethereum มีผลงานแย่ลง โดยราคาร่วงลงมาต่ำกว่า 2,200 ดอลลาร์ในช่วงสุดสัปดาห์ แต่ราคา Ethereum ก็ได้ฟื้นตัวกลับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 2,300 ดอลลาร์ 

ในขณะที่รายงาน ราคา Bitcoin กำลังซื้อขายอยู่ที่ 54,847.46 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.01% ภายใน 24 ชั่วโมง อ้างอิงข้อมูลจาก coinmarketcap

ที่มา : cryptopotato