(14 ม.ค. 2026) – บรรยากาศการลงทุนในตลาดการเงินทั่วโลกกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เมื่อศาลสูงสุดสหรัฐฯ (Supreme Court) ยังไม่มีการประกาศคำวินิจฉัยในคดีประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับอำนาจการขึ้นภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในวันนี้ ส่งผลให้ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจต้องยืดเยื้อออกไปท่ามกลางการจับตามองอย่างใกล้ชิดจากนักลงทุนและภาคธุรกิจ
คดีนี้นับเป็นเดิมพันครั้งสำคัญที่สุดในวาระการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 ของทรัมป์ โดยมีประเด็นหลักอยู่ที่ความชอบธรรมทางกฎหมายในการใช้อำนาจพิเศษตามกฎหมายฉุกเฉิน (IEEPA) เพื่อเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตราสูงจากประเทศคู่ค้า หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Liberation Day Tariffs” ซึ่งหากศาลตัดสินว่าการกระทำดังกล่าวเกินขอบเขตอำนาจ รัฐบาลสหรัฐฯ อาจต้องเผชิญกับภาระทางการคลังมหาศาลในการคืนเงินภาษีที่จัดเก็บไปแล้วกว่า 1.5 แสนล้านดอลลาร์ ให้แก่ผู้นำเข้า ซึ่งนักวิเคราะห์หวั่นเกรงว่าอาจนำไปสู่ภาวะช็อกทางการคลังได้
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้แสดงความกังวลอย่างชัดเจนผ่านถ้อยคำที่ดุเดือดว่า หากศาลตัดสินให้รัฐบาลแพ้คดี จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความมั่นคงของชาติ อย่างไรก็ตาม การเลื่อนตัดสินในครั้งนี้ส่งผลกระทบในทันทีต่อตลาดหุ้น โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่พึ่งพาการนำเข้าซึ่งปรับตัวลดลงจากความกังวลที่ยังไม่คลี่คลาย ขณะที่ตลาดคริปโทเคอร์เรนซียังคงรักษาระดับราคาไว้ได้ โดยตลาดต้องกลับไปลุ้นระทึกกันอีกครั้งในสัปดาห์หน้า ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงเวลาชี้ชะตาทิศทางสงครามการค้าโลกอย่างแท้จริง
ที่มา: @WatcherGuru

