ตลาดคริปโทฯ เข้าขั้น “โคม่า” หลังราคา Bitcoin ร่วงแรง 6 วันติด ซึ่งล่าสุดราคาได้ร่วงทะลุแนวรับจิตวิทยา $90,000 ลงไปกองที่จุดต่ำสุด $87,767 สร้างความหวาดผวาไปทั่วโลก คำถามเดียวที่ดังก้องในหัวนักลงทุนตอนนี้คือ การปรับฐานรอบนี้เป็นเพียงการย่อเพื่อไปต่อ หรือเป็นสัญญาณเตือนภัยว่าขาลงของจริงที่กำลังมาเยือน
ในบทความนี้ SiamBlockchain จะมาสรุป 3 มรสุมลูกใหญ่ที่กำลังถล่มตลาดคริปโทฯ อยู่ในปัจจุบัน

1.วิกฤต ‘ทรัมป์-กรีนแลนด์’ เดือด !
ชนวนเหตุสำคัญที่จุดไฟเผาตลาดสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึง Bitcoin ในสัปดาห์นี้ คือความบ้าคลั่งทางภูมิรัฐศาสตร์ เมื่อ “โดนัลด์ ทรัมป์” งัดไม้แข็ง ขู่รีดภาษีนำเข้า 8 ชาติยุโรปสูงสุด 25% หากสหรัฐฯ ไม่ได้ครอบครอง “กรีนแลนด์”
สถานการณ์ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อล่าสุดทรัมป์ออกมาให้สัมภาษณ์ยืนยันเรื่องกรีนแลนด์ว่า “ไม่มีทางถอยหลังกลับ” อีกทั้งยังมีการโพสต์ภาพตนเองปักธงสหรัฐฯ ลงบนกรีนแลนด์ พร้อมข้อความยั่วยุ

ความตึงเครียดนี้ ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดิ่งลงเหว เนื่องจากนักลงทุนแห่เทขายสินทรัพย์เสี่ยง เพราะกังวลเรื่องนโยบายต่างประเทศที่คาดเดาไม่ได้ จนลามมาถึง Bitcoin และตลาดคริปโทฯ ทั้งหมด
2. สัญญาณอันตราย! ยุโรปเริ่มเทขาย ‘บอนด์สหรัฐฯ’
อีกหนึ่งสัญญาณอันตราย ที่สื่อถึงความตึงเครียดคือ AkademikerPension กองทุนบำนาญของเดนมาร์ก ซึ่งเป็นประเทศที่ครอบคอง “กรีนแลนด์” อยู่ในปัจจุบัน ได้ประกาศเทขายบอนด์สหรัฐฯ ทิ้งทั้งหมด ภายในสิ้นเดือนมกราคมนี้
แม้ตัวเลขการเทขายจะอยู่ที่ราว 100 ล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจดูไม่มากในภาพรวม แต่สิ่งที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนคือ เหตุผลของในการเทขายของเดนมาร์ก โดย CIO ของกองทุนดังกล่าว ระบุชัดเจนว่า สถานะทางการเงินของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์นั้น “ไม่ยั่งยืนอีกต่อไป” เนื่องจากวินัยทางการคลังที่หย่อนยาน และความเสี่ยงด้านเครดิตที่พุ่งสูงขึ้น
3.เงินทุนไหลออกจาก Bitcoin ETF
ความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันในสหรัฐฯ เองก็เริ่มสั่นคลอน โดยสะท้อนให้เห็นได้จากกระแสเงินทุน ของกองทุน Spot Bitcoin ETF ที่พลิกกลับมาเป็นลบอย่างน่าตกใจ
Farside Investors รายงานว่า เมื่อวานนี้ (20 ม.ค.) กองทุน Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ เผชิญกับแรงเทขายสุทธิวันเดียวสูงถึง 479.7 ล้านดอลลาร์ และเป็นการไหลออกติดต่อกันเป็นวันที่ 2 นับตั้งแต่ข่าวความขัดแย้งเรื่องกรีนแลนด์ปะทุขึ้น การที่เม็ดเงินก้อนใหญ่จากสถาบันไหลออกเช่นนี้ เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า ความหวังสุดท้ายที่จะคอยเข้ามาพยุงราคา Bitcoin กำลังเรือนลางหายไป

นักวิเคราะห์แนวหน้ามองการปรับตัวลงของ Bitcoin รอบนี้อย่างไร ?
นักวิเคราะห์ระดับเซียนอย่าง Peter Brandt และ Benjamin Cowen ต่างมองไปในทิศทางเดียวกันว่า Bitcoin ยังคงอยู่ในโซนอันตราย
โดย Peter Brandt ออกมาเตือนว่า Bitcoin กำลังติดแนวต้านใหญ่ที่ $102,300 หากราคาไม่สามารถยืนเหนือระดับนี้ได้ ตลาดจะยังคงเป็นขาลง และอาจร่วงลงลึกไปถึงโซน $58,000 – $62,000 ซึ่งคิดเป็นการปรับฐานกว่า 30-37% จากราคาปัจจุบัน
ในขณะที่ Benjamin Cowen แม้จะมองว่า ปลายทาง Bitcoin จะไปถึง $110,000 ได้แน่นอน แต่ “ยังไม่ใช่ตอนนี้” โดยระบุว่า สภาพคล่องที่หดตัวจะทำให้ราคาซึมลงอย่างต่อเนื่อง พร้อมให้จุดสังเกตสำคัญว่า หาก Bitcoin จะกลับตัวจริง ต้องสามารถดีดกลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย MA 50 สัปดาห์ (ราว $100,000) ให้ได้ติดต่อกัน 2-3 สัปดาห์เสียก่อน
ทั้งนี้ หากเหตุการ์ดังกล่าวไม่เกิดขึ้น Cowen ยังคงมองว่า Bitcoin อยู่ในแนวโน้มขาลง และประเมินว่า BTC จะกลับมาเป็นขาขึ้นอีกทีช่วงปลายปี 2026
ภาพรวมตลาดในขณะนี้ สะท้อนชัดว่า ความเชื่อมั่นจากนักลงทุนสถาบันกำลังถดถอย ขณะที่การรีบาวด์ระยะสั้นมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นเพียง “เด้งหลอก” มากกว่าการกลับตัวจริง และหากแรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจมหภาคยังไม่คลี่คลาย แนวโน้มขาลงของ Bitcoin อาจยืดเยื้อกว่าที่นักลงทุนหลายคนคาดการณ์ไว้

