ตลาดคริปโตเผชิญแรงขายอย่างหนักอีกครั้ง หลังข้อมูลล่าสุดจาก SoSoValue ระบุว่า กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลออกสุทธิสูงถึง 817.9 ล้านดอลลาร์ภายในวันเดียว สะท้อนการลดความเสี่ยงของนักลงทุนสถาบันอย่างชัดเจน
มูลค่าตลาดคริปโตร่วง 6% สูญเกือบ 2 แสนล้านดอลลาร์
แรงขายดังกล่าวส่งผลให้มูลค่าตลาดรวมของคริปโตปรับตัวลดลงราว 6% ภายในวันเดียว โดยข้อมูลจาก CoinGecko ระบุว่า Market Cap รวมล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 2.92 ล้านล้านดอลลาร์ ลดลงเกือบ 200 พันล้านดอลลาร์ จากระดับสูงสุดก่อนหน้านี้ที่เคยแตะเหนือ 3 ล้านล้านดอลลาร์
ETF หลายตัวโดนพร้อมกัน
นอกจาก Bitcoin ETF แล้ว ข้อมูลจาก SoSoValue ยังชี้ให้เห็นว่า กองทุน Ethereum ETF ได้มีเงินไหลออก 155.6 ล้านดอลลาร์ และกองทุน XRP ก็มีเงินไหลออก 92.9 ล้านดอลลาร์เช่นเดียวกัน
สะท้อนว่าการเทขายไม่ได้จำกัดอยู่เพียง Bitcoin แต่เกิดขึ้นในกลุ่มสินทรัพย์คริปโตเกือบทั้งหมด
หนักสุดนับตั้งแต่พฤศจิกายน 2025
SoSoValue ระบุว่า วันพฤหัสบดีที่ผ่านมาเป็นวันที่มียอดเงินไหลออกจาก Bitcoin ETF มากที่สุด นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025 และสูงกว่าวันก่อนหน้าที่มีเงินไหลออก 708.7 ล้านดอลลาร์

ตัวเลขดังกล่าวทำให้ยอดเงินไหลเข้าสุทธิในเดือนมกราคมกลับมาติดลบ โดยยอดไหลออกสุทธิของเดือนนี้อยู่ที่ประมาณ 1.1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นการ “กลับลำ” จากช่วงที่กระแสเงินไหลเข้าอย่างต่อเนื่องในก่อนหน้านี้
แม้เงินไหลออกหนัก แต่สินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการยังสูง
แม้จะเกิดการไถ่ถอนในระดับสูง แต่กองทุน Bitcoin ETF ยังคงถือครองสินทรัพย์จำนวนมาก โดย SoSoValue ประเมินว่า AUM หรือ สินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ ของ Bitcoin ETF อยู่ที่ 1.07 แสนล้านดอลลาร์ คิดเป็นราว 6.5% ของมูลค่าตลาด Bitcoin
ในด้าน Ethereum ETF มี AUM ประมาณ 1.675 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราว 5% ของมูลค่าตลาด Ether
ขณะที่ CoinShares รายงานว่า สินทรัพย์ภายใต้การบริหารของผลิตภัณฑ์ ETF คริปโตรวมทั้งหมดอยู่ที่ 1.78 แสนล้านดอลลาร์หรือประมาณ 5.7% ของมูลค่าตลาดคริปโตรวม
นักวิเคราะห์มองว่าสัดส่วน AUM ที่ยังสูง ช่วยลดความเสี่ยงของเหตุการณ์ลุกลามเป็นวงกว้าง แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ตลาดตั้งคำถามว่า กระแสเงินจะกลับเข้ามาได้เร็วแค่ไหน
ความเสี่ยงมหภาคกดดันทั้งคริปโต ทองคำ และหุ้น
แรงขายใน9]kfคริปโตถูกเชื่อมโยงกับแรงกดดันระดับมหภาค โดยข้อมูลจาก TradingView ระบุว่าราคาทองคำร่วงลงราว 4% ในช่วงเวลาใกล้เคียงกับการปรับฐานของตลาดคริปโต

ความกังวลเรื่องนโยบายภาษีใหม่ของประธานาธิบดี Donald Trump รวมถึงแรงขายในหุ้นเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่ม AI ที่ทำให้หุ้น Microsoft ร่วงลงถึง 10% ได้เพิ่มแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
ในช่วงเวลาดังกล่าว ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีเคลื่อนไหวไปพร้อมกับหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์ ตอกย้ำว่าตลาดคริปโตยังคงมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
Source: TheCoinRepublic
