ตลาดคริปโตความวัวไม่ทันหายความควายเข้ามาแทรกทันที เมื่อจู่ๆ พี่ใหญ่อย่าง Binance ดันกระแสข่าวลือว่า กระดานเทรดแห่งนี้อาจกลายเป็น FTX 2.0 จนเกิดแฮชแท็กไล่ปิดบัญชีกันว่อนโซเชียล จนหลายคนเริ่มเกิดคำถามว่าสรุปแล้ว นี่มันเป็นสัญญาณเตือนหรือแค่ข่าว Fud เหมือนในอดีตที่ผ่านมา
ความกังวลเริ่มทวีความรุงแรงมากยิ่งขึ้น เมื่อกราฟราคาเหรียญ BNB ดิ่งลงเหว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ข่าวลือบน X เริ่มมีการนำกราฟของ Binance ไปเทียบกับช่วงก่อนที่ FTX จะล่มสลายมาขยี้ปมความกังวลเรื่องความโปร่งใส
แต่สิ่งที่เป็นเหมือนการเติมเชื้อไฟให้เรื่องนี้ให้ลุกโชกคือ จังหวะที่ Binance ประกาศปิดระบบฝากถอนชั่วคราว ซึ่งตรงกับช่วงเวลาที่เกิดประเด็นดราม่าพอดิบพอดี สถานการณ์นี้จึงทำให้ผู้ใช้จินตนาการไปไกลว่า เงินของพวกเขากำลังถูกขังและตกอยู่ในอันตราย ทั้งที่ความจริงอาจเป็นเพียงแค่การปิดปรับปรุงระบบตามปกติของ Binance
เมื่อวิเคราะห์รายละเอียดกลับพบพิรุธครั้งใหญ่ที่ชี้ว่า นี่คือการจัดฉากมากกว่าเรื่องจริง บัญชีโซเชียลจำนวนมากโพสต์ข้อความแพทเทิร์นเดียวกันเป๊ะว่า “ผมตัดสินใจปิดบัญชี Binance ไปแล้ว”
แต่จากการตรวจสอบพบว่า บัญชีเหล่านี้ใช้นามแฝงคล้ายๆ กัน รูปโปรไฟล์ซ้ำกัน และบางบัญชีสืบประวัติแล้วพบว่า เพิ่งถูกสวมรอยเปลี่ยนมือมาเพื่อโจมตี Binance โดยเฉพาะในเดือนสิงหาคม 2025
ประเด็นนี้จึงเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า นี่ไม่ใช่เสียงสะท้อนจากผู้ใช้งานตัวจริง แต่เป็นกองทัพบอทที่ถูกจ้างมาเพื่อทำลายชื่อเสียงของ Binance
ในขณะที่โซเชียลกำลังตื่นตูม ข้อมูล Onchain กลับเล่าเรื่องราวที่ต่างออกไป โดย CryptoQuant บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนชื่อดังได้กางตัวเลขให้ดูชัด ๆ ว่าไม่เห็นสัญญาณวิกฤตอะไรเลย
เงินสำรอง Bitcoin ของ Binance ยังอยู่ครบที่ราว 659,000 BTC แทบไม่ต่างจากตัวเลขเมื่อสิ้นปีที่แล้ว สรุปง่ายๆ คือไม่มีใครแห่ถอนเงินเหมือนที่เป็นข่าว เงินลูกค้ายังอยู่ครบและสถานะการเงินของ Binance ยังแข็งแกร่งสวนทางกับข่าวลือ
สรุปจบดราม่าด้วยการที่ CZ ต้องออกมาซัดกลับว่า ตลาดขาลงเกิดขึ้นจากพฤติกรรมสกปรกว่าใช้ข่าว FUD เป็นเครื่องมือ ส่วนทีมงานก็เปรยทิ้งท้ายไว้น่าคิดว่า ช่วงที่อุตสาหกรรมย่ำแย่เราควรจะช่วยกันสร้างความเชื่อมั่น แต่กลับมีกลุ่มคนไม่หวังดีมาทำแบบนี้ มันน่าเศร้าจริง ๆ
ที่มา: Cointelegraph


