สรุปข่าว
- รอดหวุดหวิด ซีอีโอ Binance สาขาฝรั่งเศสเกือบสิ้นชื่อหลังกลุ่มโจรบุกพังประตูถึงห้องนอนหวังปล้นทรัพย์แต่โชคช่วยเจ้าตัวไม่อยู่ห้อง คนร้ายจึงคว้าไปได้แค่โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องก่อนหนีไปก่อเหตุซ้ำและถูกรวบตัวได้ในที่สุด
- ฝรั่งเศสกลายเป็นแดนมิคสัญญีแห่งใหม่ของชาวคริปโตแซงหน้าสหรัฐฯ ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งของโลกด้านคดีปล้นจี้ทำร้ายร่างกาย สถิติปี 2025 พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์และปี 2026 แค่เริ่มต้นเดือนเศษก็มีเหยื่อเคราะห์ร้ายแล้วถึง 12 ราย
- ความโหดเหี้ยมทวีคูณเมื่อหนอนบ่อนไส้คือเจ้าหน้าที่สรรพากรที่แอบขายข้อมูลที่อยู่ของนักลงทุนให้กับแก๊งโจร จนนำไปสู่เหตุการณ์อุ้มรีดไถสุดสยองขวัญถึงขั้นตัดนิ้วเหยื่อเพื่อบังคับเอารหัสผ่าน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคาเป็นแบบ Neutral
แม้ข่าวนี้จะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อทิศทางราคาเหรียญบนกระดานเทรดโดยตรงแต่กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยส่วนบุคคลอย่างรุนแรง ซึ่งอาจกระตุ้นให้นักลงทุนตื่นตัวเรื่องการเก็บรักษาความลับและการโยกย้ายสินทรัพย์ไปสู่การจัดเก็บที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น
วงการคริปโตฝรั่งเศสต้องเผชิญกับฝันร้ายอีกครั้ง เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา สื่อท้องถิ่นหลายสำนักรายงานตรงกันว่าเกิดเหตุการณ์ชายฉกรรจ์สวมไอ้โม่งปิดบังใบหน้าจำนวน 3 คน บุกเข้าไปในอะพาร์ตเมนต์ส่วนตัวของ David Prinçay ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นซีอีโอของ Binance ประจำประเทศฝรั่งเศส โดยกลุ่มคนร้ายได้พยายามงัดแงะประตูเข้าไปในห้องผิดก่อนในจังหวะแรก ก่อนที่จะรู้ตัวและบุกเข้าไปยังห้องพักเป้าหมายได้สำเร็จ แต่โชคยังเข้าข้างที่ผู้บริหารหนุ่มไม่อยู่บ้านในช่วงเวลาดังกล่าว ทำให้คนร้ายกวาดทรัพย์สินไปได้เพียงโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องเท่านั้น
หลังจากก่อเหตุที่บ้านพักของผู้บริหารระดับสูง Binance แล้ว กลุ่มโจรกลุ่มเดิมยังมีความฮึกเหิม เดินหน้าไปก่อเหตุบุกรุกบ้านพักอีกหลังหนึ่งในเมือง Vaucresson ในช่วงเช้าตรู่วันเดียวกันและได้ทำร้ายร่างกายผู้อาศัยในบ้านหลังนั้นด้วย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจฝรั่งเศสสามารถแกะรอยเส้นทางหลบหนีจากยานพาหนะและสัญญาณโทรศัพท์ที่ถูกขโมยไป จนนำไปสู่การบุกรวบตัวผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 รายได้ที่เมือง Lyon ในเวลาต่อมา ทางฝั่ง Binance เองก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวโดยระบุว่าบริษัทรับทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วและกำลังทำงานร่วมกับตำรวจอย่างใกล้ชิด โดยย้ำว่าความปลอดภัยของพนักงานและครอบครัวคือสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญสูงสุด
ฝรั่งเศสขึ้นแท่นแดนอันตรายเบอร์หนึ่งของโลก
เหตุการณ์บุกบ้านซีอีโอ Binance ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของวิกฤตอาชญากรรมที่กำลังกัดกินวงการคริปโตฝรั่งเศส ข้อมูลจาก Jameson Lopp ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยที่เก็บรวบรวมสถิติการโจมตีทางกายภาพต่อนักลงทุนคริปโตทั่วโลกชี้ให้เห็นความจริงที่น่าตกใจว่า นับตั้งแต่ปี 2014 มีคดีปล้นจี้และทำร้ายร่างกายที่ได้รับการยืนยันแล้วเกือบ 300 คดี โดยปี 2025 ที่ผ่านมาถือเป็นปีประวัติศาสตร์ที่เลวร้ายที่สุด มีคดีเกิดขึ้นมากกว่า 70 ครั้ง และตัวเลขจริงน่าจะสูงกว่านี้มากเพราะเหยื่อหลายรายเลือกที่จะไม่แจ้งความ
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือฝรั่งเศสได้กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์หลักของอาชญากรรมประเภทนี้ แซงหน้าสหรัฐอเมริกาไปเรียบร้อยแล้ว โดยในปี 2025 เพียงปีเดียว ฝรั่งเศสมีสถิติการโจมตีสูงถึง 19 คดี ในขณะที่สหรัฐฯ มีเพียง 8 คดี และสถานการณ์ในปี 2026 ก็ดูท่าจะเลวร้ายลงไปอีก เพราะเพียงแค่ผ่านไป 6 สัปดาห์แรกของปี ก็มีรายงานเหตุรุนแรงเกิดขึ้นแล้วถึง 12 ครั้ง
พฤติกรรมเลียนแบบและความโหดเหี้ยมที่ทวีคูณ
รูปแบบการก่อเหตุในฝรั่งเศสไม่ได้มีแค่การจี้ชิงทรัพย์ธรรมดา แต่ยกระดับความรุนแรงไปถึงขั้นลักพาตัวและทำร้ายร่างกายอย่างทารุณ ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมกราคม 2025 David Balland ผู้ร่วมก่อตั้ง Ledger บริษัทกระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์ชื่อดังและภรรยา ถูกกลุ่มคนร้ายลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่ โดยคนร้ายโหดเหี้ยมถึงขนาดตัดนิ้วของเขาเพื่อบังคับขู่เข็ญเอารหัสผ่าน ต่อมาในเดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน ยังมีเหตุการณ์อุกอาจกลางวันแสกๆ ที่คนร้ายพยายามจะลักพาตัวลูกสาวและหลานของ Pierre Noizat ซีอีโอ Paymium กลางถนนในกรุงปารีส และล่าสุดตำรวจเพิ่งจับกุมแก๊งคนร้ายที่ลักพาตัวผู้พิพากษาหญิงและแม่ไปขังไว้นานกว่า 30 ชั่วโมงเพื่อรีดไถสกุลเงินดิจิทัล
เกลือเป็นหนอน ข้าราชการขายข้อมูลให้โจร
คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยคือทำไมกลุ่มโจรถึงรู้ข้อมูลที่อยู่ของเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ คำตอบของเรื่องนี้ถูกเปิดเผยโดยสื่ออย่าง Le Parisien ที่รายงานข่าวสะเทือนวงการว่า มีเจ้าหน้าที่สรรพากรรายหนึ่งของฝรั่งเศสถูกศาลตัดสินจำคุกเมื่อเดือนมิถุนายน 2025 เนื่องจากใช้ตำแหน่งหน้าที่และซอฟต์แวร์ภาษีของรัฐบาลในการสืบค้นที่อยู่จริงของนักลงทุนคริปโต แล้วนำข้อมูลลับเหล่านั้นไปขายต่อให้กับแก๊งอาชญากร ซึ่งนี่คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้นักลงทุนในฝรั่งเศสตกเป็นเป้าโจมตีอย่างไม่หยุดหย่อน
ท่ามกลางสถานการณ์บ้านป่าเมืองเถื่อนเช่นนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยต่างออกมาเตือนให้นักลงทุนเก็บตัวเงียบที่สุด ไม่ควรทำตัวโดดเด่นหรืออวดความร่ำรวย หลีกเลี่ยงการนัดพบปะเพื่อซื้อขายแลกเปลี่ยนแบบตัวต่อตัว และควรใช้มาตรการจัดเก็บสินทรัพย์ขั้นสูงอย่างกระเป๋าเงินแบบ Multisignature ที่ต้องใช้อุปกรณ์อนุมัติธุรกรรมจากหลายสถานที่ เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นกับตนเองและคนใกล้ชิด เพราะในเวลานี้ การโพสต์อวดพอร์ตลงโซเชียลมีเดียอาจหมายถึงการชี้เป้าให้โจรมาเคาะประตูบ้านคุณในวันถัดไป
ในมุมมองส่วนตัวของผู้เขียน ข่าวนี้คือสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดที่บอกว่าการมีสินทรัพย์ดิจิทัลจำนวนมหาศาลอาจไม่ใช่เรื่องน่าอภิรมย์เสมอไปหากปราศจากการป้องกันที่ดีพอ โดยเฉพาะเมื่อภัยร้ายมาจากการที่เจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้ชี้เป้าเสียเอง ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่ป้องกันได้ยากที่สุด ดังนั้นคาถาป้องกันตัวที่ดีที่สุดในยุคนี้คือการทำตัวให้จนและลึกลับเข้าไว้ การโพสต์โชว์พอร์ตเขียวหรือไลฟ์สไตล์หรูหราลงโซเชียลมีเดียเปรียบเสมือนการแจกบัตรเชิญให้โจรมาเคาะประตูบ้าน การเก็บรักษา Private Key ให้เป็นความลับสุดยอดเท่านั้นคือทางรอดเดียวในสมรภูมินี้
ที่มา: forbes

