สรุปข่าว
- คนรุ่นใหม่ Gen Z และ Millennials หันมาลงทุนในตลาดการเงิน โดย 42% ของ Gen Z และ 36% ของ Millennials ถือครองคริปโต มากกว่าหุ้นและอสังหาริมทรัพย์
- สาเหตุหลักคือราคาบ้านแพงเกินจนไม่สามารถซื้อได้ ทำให้หันมาสะสมทรัพย์สินทางเลือก (Alternative Assets) เพื่อสร้างความมั่งคั่ง
- คนรุ่นใหม่จัดสรรพอร์ตถึง 31% ในคริปโตและ Alternative Assets เทียบกับคนรุ่นเก่าที่จัดสรรเพียง 6%
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
การที่คนรุ่นใหม่ในจำนวน 40% ของ Gen Z และ 36% ของ Gen Y วางแผนจะเพิ่มการลงทุนในคริปโตในปี 2026 สะท้อนแนวโน้มการไหลเข้าของเม็ดเงินใหม่จากกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้อมูลที่ว่า 42% ของ Gen Z ถือครองคริปโตแล้ว และ 65% มีแผนจะลงทุนเพิ่มในปีนี้ แม้ว่าตลาดจะผันผวน แต่เม็ดเงินจากคนรุ่นใหม่ที่มีความเชื่อมั่นในคริปโตมากกว่าธนาคารจะช่วยหนุนตลาดในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่ากลุ่มนี้กำลังจะรับมรดกมูลค่า 84 ล้านล้านดอลลาร์ในอีก 10-20 ปีข้างหน้า
จากรายงานของ Wall Street Journal และ Binance News เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2026 เผยว่าคนรุ่นใหม่ Gen Z และ Gen Y จำนวนมากกำลังหันหลังให้กับตลาดอสังหาริมทรัพย์ และเลือกที่จะสร้างความมั่งคั่งผ่านตลาดการเงินแทน โดยเฉพาะการลงทุนในหุ้น คริปโตและเครื่องมือทางการเงินอื่น ๆ เนื่องจากราคาบ้านที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าจ้างยังคงนิ่ง ทำให้การเป็นเจ้าของบ้านกลายเป็นความฝันที่ไกลเกินเอื้อม นักวิเคราะห์มองว่าแนวโน้มนี้สะท้อนถึงการปรับตัวของคนรุ่นใหม่ต่อความท้าทายทางเศรษฐกิจ โดยหันไปหาช่องทางใหม่ ๆ ในการสะสมความมั่งคั่ง
คริปโตกลายเป็นสินทรัพย์ยอดนิยมของคนรุ่นใหม่
ข้อมูลจากการสำรวจหลายชุดพบว่า 42% ของ Gen Z (อายุ 18-27 ปี) และ 36% ของ Gen Y ถือครองคริปโตเคอร์เรนซีอยู่แล้ว และที่น่าสนใจคือสัดส่วนการถือครองคริปโตของ Gen Z (20%) นั้นสูงกว่าการถือครองหุ้น (18%), อสังหาริมทรัพย์ (13%) และพันธบัตร (11%) เสียอีก สำหรับ Millennials พบว่า 22% ถือครองคริปโต ซึ่งแม้จะยังน้อยกว่าหุ้น (27%) และอสังหาริมทรัพย์ (24%) แต่ก็ถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับคนรุ่นเก่า
ที่สำคัญคือการสำรวจในเดือนมกราคม 2026 พบว่า 40% ของ Gen Z และ 36% ของ Millennials วางแผนจะซื้อคริปโตเพิ่มในปีนี้ ซึ่งสูงกว่าคน Baby Boomer ถึง 4 เท่า (11%) สะท้อนความเชื่อมั่นและความมุ่งมั่นของคนรุ่นใหม่ที่จะสะสมคริปโตต่อไป
ทำไมถึงเลือกคริปโตมากกว่าหุ้นและบ้าน?
โพลสำรวจของ Bank of America Private Bank พบว่า 72% ของคนรุ่นใหม่เชื่อว่าการลงทุนในหุ้นและพันธบัตรแบบเดิม ๆ ไม่สามารถสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่าค่าเฉลี่ยได้อีกต่อไป เมื่อเทียบกับคนรุ่นเก่าที่มีความเชื่อเช่นนี้เพียง 28% นี่คือเหตุผลที่ทำให้พวกเขาหันไปหาสินทรัพย์ทางเลือกและคริปโตเคอร์เรนซี โดยคนรุ่นใหม่จัดสรรพอร์ตไปลงทุนในสินทรัพย์เหล่านี้ถึง 31% เทียบกับคนรุ่นเก่าที่จัดสรรเพียง 6%
Michael Pelzar หัวหน้าฝ่ายลงทุนของ Bank of America Private Bank อธิบายว่า “Gen Y ได้ประสบกับวิกฤตตลาดการเงินใหญ่ ๆ สองครั้งในช่วงวัยหนุ่มสาว” ทั้งวิกฤตปี 2000, วิกฤตการเงินปี 2008-2009 และวิกฤตจากโควิด-19 ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้พวกเขามีมุมมองต่อการกระจายความเสี่ยงและการจัดสรรสินทรัพย์ที่แตกต่างจากคนรุ่นเก่าอย่างสิ้นเชิง
นอกจากนี้ ปัจจัยสำคัญอีกประการคือราคาบ้านที่สูงเกินจนไม่สามารถเข้าถึงได้ ทำให้คนรุ่นใหม่หันไปหาคริปโตและสินทรัพย์ทางเลือกแทน โดยข้อมูลแสดงให้เห็นว่าเมื่อนำ Gen Z และ Millennials มารวมกัน พบว่า 21% ถือครองคริปโต ใกล้เคียงกับ 20% ที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์ แต่เมื่อเทียบกับ Baby Boomer ที่มีถึง 45% ถือครองอสังหาริมทรัพย์ ก็แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน
ความเชื่อมั่นในคริปโตสูงกว่าธนาคาร
ข้อมูลจากการสำรวจของ OKX พบว่า 40% ของ Gen Z และ 41% ของ Millennials ให้คะแนนความเชื่อมั่นในแพลตฟอร์มคริปโตที่ 7 คะแนนขึ้นไป (จาก 10) เทียบกับ Baby Boomer ที่มีเพียง 9% เท่านั้น นั่นหมายความว่าคนรุ่นใหม่เชื่อมั่นในคริปโตมากกว่าคนรุ่นเก่าถึง 5 เท่า
ในขณะเดียวกัน 74% ของ Baby Boomer ให้คะแนนความเชื่อมั่นสูงกับธนาคาร ขณะที่มีเพียง 1 ใน 5 ของคนรุ่นใหม่เท่านั้นที่แสดงความเชื่อมั่นในสถาบันการเงินแบบดั้งเดิม การพลิกกลับของความเชื่อมั่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวิธีคิดของคนรุ่นใหม่ที่มองว่าระบบการเงินแบบดั้งเดิมอาจไม่ใช่คำตอบสำหรับพวกเขาอีกต่อไป
เรียนรู้จาก YouTube และ TikTok
การสำรวจพบว่าคนรุ่นใหม่ครึ่งหนึ่งใช้โซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะ YouTube และ TikTok เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับการลงทุนหลัก ซึ่งแตกต่างจากคนรุ่นเก่าที่เพียง 6% เท่านั้นที่ใช้โซเชียลมีเดีย ความง่ายในการเข้าถึงข้อมูลและแพลตฟอร์มการซื้อขายออนไลน์ที่ไม่มีค่าคอมมิชชั่นทำให้การลงทุนสำหรับคนรุ่นใหม่ง่ายกว่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายคนเตือนว่า 13% ของ Gen Z และ 11% ของ Millennials ยินดีที่จะรับความเสี่ยงสูงเพื่อผลตอบแทนที่สูง เทียบกับ Baby Boomer ที่มีเพียง 3% ซึ่งหมายความว่าคนรุ่นใหม่กำลังเล่นเกมที่เสี่ยงกว่า โดยเฉพาะการลงทุนใน Meme Coins และ NFT ที่มีความผันผวนสูง
มรดกมหาศาล 84 ล้านล้านดอลลาร์รอคอย
สิ่งที่น่าสนใจคือ “Great Wealth Transfer” หรือการถ่ายโอนทรัพย์สินข้ามรุ่นที่กำลังเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าถึง 84 ล้านล้านดอลลาร์ (~2,688 ล้านล้านบาท) ที่จะถูกถ่ายโอนจาก Gen X, Baby Boomer และ Silent Generation ไปยังทายาทในอีก 10-20 ปีข้างหน้า โดย 72 ล้านล้านดอลลาร์ (~2,304 ล้านล้านบาท) จะตกไปที่ทายาท และอีก 12 ล้านล้านดอลลาร์ไปให้องค์กรการกุศล
เม็ดเงินมหาศาลนี้หากตกอยู่ในมือของคนรุ่นใหม่ที่มีความชอบในการลงทุนในคริปโตและสินทรัพย์ทางเลือกสูงกว่าคนรุ่นเก่า อาจทำให้ตลาดคริปโตและสินทรัพย์ทางเลือกเติบโตอย่างมหาศาลในอนาคต
ในมุมผู้เขียนมองว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการลงทุนเท่านั้น แต่เป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมครั้งใหญ่ คนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับเทคโนโลยีและประสบการณ์วิกฤตการเงินหลายครั้ง มีความเชื่อมั่นในระบบการเงินแบบดั้งเดิมน้อยลง และเลือกที่จะสร้างอนาคตของตัวเองผ่านช่องทางใหม่ ๆ แม้ว่าการลงทุนในคริปโตและสินทรัพย์ทางเลือกจะมีความเสี่ยงสูง แต่สำหรับคนรุ่นใหม่ที่รู้สึกว่าถูก “ทิ้งไว้ข้างหลัง” โดยการเพิ่มขึ้นของราคาบ้านและค่าครองชีพ การเสี่ยงนี้อาจเป็นทางเลือกเดียวที่พวกเขามี และเมื่อเงินมรดกมหาศาล 84 ล้านล้านดอลลาร์เริ่มไหลเข้ามา ตลาดคริปโตอาจกำลังจะเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในอีก 10-20 ปีข้างหน้า
ที่มา: binance, fool, fortune, thestreet, cryptoslate

