<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

จากแม่บ้านสู่เสาหลัก: บทเรียนซิงเกิ้ลมัมที่ใช้คริปโต ทวงคืนอิสรภาพทางการเงิน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • หญิงชาวเท็กซัสชื่อ Karin เล่าว่าการหย่าร้างได้ทำให้เธอกลายเป็นคนไร้ตัวตนในระบบธนาคาร ถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง เนื่องจากธุรกรรมเคยถูกสามีควบคุมเอาไว้หมด 
  • โชคดีที่เธอมีการลงทุนในคริปโต และเธอได้ต่อสู้จนถึงที่สุดในการได้อิสรภาพทางการเงินกลับคืนมา โดยมีคริปโตเป็นกุญแจสำคัญ
  • คริปโตเคอร์เรนซีไม่ใช่เรื่องของผู้ชายเท่านั้น และเทคโนโลยีไม่เคยตัดสินใครจากเพศสภาพหรืออายุ

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

หญิงชาวเท็กซัสชื่อ Karin เปิดเผยประสบการณ์ชีวิตว่า คริปโตเคอร์เรนซี คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เธอหลุดพ้นจาก การถูกล่วงละเมิดทางการเงินระหว่างการฟ้องหย่าสามีที่ควบคุมธุรกรรมการเงินทุกอย่างในบ้าน โดยเธอถูกตัดขาดจากระบบธนาคารดั้งเดิมและบัตรเครดิต แต่สามารถอยู่รอดได้ด้วย Bitcoin และ Ethereum ที่เก็บไว้ในกระเป๋าเงินส่วนตัว แม้จะเผชิญแรงกดดันจากศาลให้ขายสินทรัพย์ แต่เธอได้ต่อสู้จนได้อิสรภาพมาในที่สุด

ความแตกแยกในครอบครัว นอกจากจะส่งผลทำให้เกิดปัญหาด้านจิตใจแล้ว ปัญหาด้านการเงินยังเป็นอีกเรื่องที่ไม่มีใครอยากที่จะเผชิญ เหมือนดังในกรณีของ Karin แม่เลี้ยงเดี่ยวรายหนึ่งจากเมือง Fort Worth รัฐเท็กซัส ที่ได้ออกมาบอกเล่าประสบการณ์ของการเป็นซิงเกิ้ลมัมลูกสี่ ที่ถูกตัดขาดออกจากระบบการเงินจนแทบจะเอาตัวไม่รอดแต่ก็ได้คริปโตเคอร์เรนซีเข้ามาช่วยในยามคับขัน

เรื่องมีอยู่ว่า Karin ได้ทำการฟ้องหย่ากับสามีของเธอ แต่การฟ้องร้องนั้นได้ทำให้เธอตกเป็นเหยื่อของ “การถูกล่วงละเมิดทางการเงิน” เนื่องจากสามีของเธอควบคุมธุรกรรมการเงินทุกอย่างในบ้านแบบเบ็ดเสร็จ ทำให้เธอถูกตัดขาดจากระบบธนาคารดั้งเดิมและบัตรเครดิต

เธอเล่าว่า หลังการหย่าร้างเธอได้พบกับความจริงอันน่าตกใจว่าเธอถูกปฏิเสธการให้บริการโดยธนาคารเนื่องจากไม่ได้เป็นผู้ถือบัญชีเงินฝากมาเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 10 ปี ส่งผลทำให้สถานะของเธอเปรียบเสมือนไร้ตัวตน ซึ่งเป็นเรื่องที่ย่ำแย่อย่างมากโดยเฉพาะการเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวในสหรัฐฯ

ครั้น จะนำเงินสดก้อนใหญ่นำไปฝากธนาคารกลับไม่ได้ช่วยทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น เพราะมีกฎหมายต่อต้านการฟอกเงินคอยกำกับไว้อยู่ ทำให้สถานะของเธอถูกบีบหนักกว่าเดิม พอหันไปพึ่งบัตรเครดิต ก็พบว่าวงเงินที่เหลืออยู่แทบไม่พอใช้

การปล่อยให้สามีของเธอคอยดูแลธุรกรรมการเงินทั้งหมดกลายเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ของเธอ เพราะระบบแบบดั้งเดิมที่ผูกติดกับอัตลักษณ์ส่วนบุคคล เช่น การเช่ารถหรือการจองโรงแรม ต่างปฏิเสธเธอเพราะ Karin ไม่มีบัตรเครดิตที่ใช้งานได้ จนเธอต้องขอร้องให้คนอื่นช่วยออกเงินไปก่อนด้วยบัตรเครดิตของพวกเขา โดยที่เธอสัญญาว่าจะจ่ายเงินคืนให้พวกเขาโดยตรงในรูปแบบของ Stablecoins

เป็นเรื่องที่โชคดีเป็นอย่างมากที่ Karin เป็นนักลงทุนคริปโตเคอร์เรนซี โดยเธอระบุว่าเธอรู้สึกมีพลังและมีอิสระมากตอนที่เธอสามารถดูแลกระเป๋าเงินของตนเองโดยไม่มีใครมายุ่งหรือแอบเข้าถึงได้

การต่อสู้เพื่ออิสรภาพ

กระบวนการหย่าร้างดำเนินมาอย่างต่อเนื่องจนถึงจุดหนึ่งที่ผู้พิพากษาอนุญาตให้เธอสามารถใช้กำไรที่ได้จากการเทรดคริปโต ในการจ่ายค่าเล่าเรียนให้กับลูกๆ โดยสำหรับเธอแล้ว การรักษาภาพแวดล้อมที่คุ้นเคยให้ลูกคือ สิ่งสำคัญ แต่กว่าจะถึงจุดนั้น เธอก็เกือบต้องเสี่ยงกับข้อหาละเมิดอำนาจศาล 

Karin เล่าว่า เธอถูกศาลสั่งให้ล้างพอร์ตขาย Bitcoin และ Ethereum ที่เธอแอบเก็บหอมรอมริบไว้ในบัญชีของกระดานเทรดแบบรวมศูนย์ เพื่อนำมาแบ่งสินสมรสอย่างเท่าเทียม แต่เธอปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าเงินก้อนนี้คือ สายป่านประคองชีวิต จนในที่สุด ทนายฝ่ายตรงข้ามและผู้พิพากษาก็ยอมรับ โดยที่เธอถึงขั้นต้องเป็นคนสอนทนายความของเธอเอง รวมถึงทนายฝ่ายตรงข้ามและผู้พิพากษา ให้รู้จักวิธีใช้ Blockchain Explorer เพื่อตรวจสอบยืนยันว่า เงินนั้นยังไม่มีการเคลื่อนย้ายไปไหน

แม้ในปัจจุบันตลาดคริปโตจะถูกครองสัดส่วนโดยผู้ชาย แต่ Karin มองว่าคริปโตเป็นเครื่องมือสำคัญที่สามารถช่วยเหลือผู้คนได้เพราะเทคโนโลยี ไม่มีการตัดสินจากเพศ หรืออายุ “คริปโตไม่ใช่เรื่องของความร่ำรวยเหมือนที่เห็นกันในโซเชียล แต่เป็นสิ่งที่มอบความมั่นคงและความปลอดภัยให้กับลูกๆของเธอ”

Paul Wong ผู้อำนวยการฝ่ายโครงการพิเศษของ Stellar Development Fund (SDF) ให้ความเห็นว่า การอนุญาตให้ผู้หญิงสามารถถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลได้โดยตรง และได้รับการปฏิบัติในฐานะผู้รับผลประโยชน์เพียงผู้เดียวของเงินเหล่านั้น ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการเปลี่ยนแปลงพลวัตทางสังคมที่มีมาอย่างยาวนานสำหรับกลุ่มคนที่ถูกละเลย 

Wong เปิดเผยว่า ความเสี่ยงจากการถูกคุกคามทางกายภาพนั้นลดลงอย่างมาก เมื่อมีการกระจายรายได้พื้นฐานถ้วนหน้าให้กับผู้หญิงโดยตรง เพราะเงินนั้นจะไม่ไหลเข้าไปอยู่ในบัญชีร่วม ซึ่งตามประวัติศาสตร์ที่ผ่านมานั้นมักจะถูกผู้ชายนำไปใช้ในวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่ใช่เพื่อครอบครัว

สำหรับตัวของ Karin เธอเคยทำงานร่วมกับ National Cryptocurrency Association หรือ NCA องค์กรไม่แสดงหาผลกำไรที่ช่วยเหลือชาวอเมริกันให้เข้าใจการใช้งานคริปโต โดยมี Ripple อยู่เบื้องหลังการก่อตั้งองค์กรดังกล่าว เพื่อลบภาพลักษณ์การเป็นเศรษฐีคริปโตชั่วข้ามคืนสู่เส้นทางที่ยั่งยืนกว่า

Stu Alderoty ประธานของ NCA ยอมรับว่าเขารู้สึกขนลุก เวลาเจอพวกคำศัพท์เฉพาะกลุ่มที่พยายามสื่อว่าอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีนี้เป็นเรื่องของ ‘คริปโตโบร’ ที่หวังจะรวยจนซื้อแลมโบได้ ซึ่งทาง NCA ได้พยายามนำเสนอภาพลักษณ์ของผู้ใช้งานคริปโตในเชิงปฏิบัติจริง ตั้งแต่ศิลปินไปจนถึงเจ้าของไร่ปศุสัตว์ พวกเขาจัดกลุ่ม Karin ไว้ในฐานะเทรดเดอร์ แต่ในอนาคต เธออาจจะถูกนิยามเป็นอย่างอื่นมากกว่านั้น

ที่มา : Decrypt


มุมมองผู้เขียน : เรื่องราวของ Karin พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า คริปโตเคอร์เรนซีไม่ใช่แค่เรื่องของการเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว แต่คือเครื่องมือเพื่อความอยู่รอดสำหรับคนที่ถูกระบบการเงินดั้งเดิมทอดทิ้งจากระบบดั้งเดิมที่ไม่มีความยุติธรรม