สรุปข่าว
- Bitcoin และตลาดคริปโตไม่หวั่นไหวต่อข่าวการประกาศกำแพงภาษี 10% รอบใหม่ของโดนัลด์ ทรัมป์ โดยราคา BTC ยังคงเดินหน้าจ่อทะลุ 68,000 ดอลลาร์
- ตลาด Altcoin คึกคัก นำโดย BNB, DOGE, ADA และ SOL ที่ทำผลงานโดดเด่นบวกเพิ่มขึ้น 3-4%
- นักวิเคราะห์ประเมินว่าคริปโตจะยังคงแกว่งตัวในกรอบแคบเนื่องจากวอลุ่มซื้อขายที่เบาบาง ขณะที่ความตึงเครียดกับอิหร่านคือความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ต้องเฝ้าระวัง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
ตลาดแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่ไม่ถูกกดดันจากข่าวภาษีนำเข้า แต่ในขณะเดียวกันก็ยังขาดปริมาณการซื้อขายและปัจจัยหนุนที่มีน้ำหนักพอจะผลักดันให้เกิดเทรนด์ขาขึ้นที่ชัดเจน ทำให้คาดว่าราคาจะยังคงแกว่งตัวสะสมพลังอยู่ในกรอบต่อไป
Bitcoin (BTC) แทบไม่สะทกสะท้านกับความผันผวนจากข่าวการตั้งกำแพงภาษีรอบใหม่ของสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยราคายังคงไต่ระดับเข้าใกล้ 68,000 ดอลลาร์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งโมเมนตัมเชิงบวกนี้ได้ช่วยฉุดให้กลุ่มเหรียญทางเลือก (Altcoin) เริ่มขยับตัวบวกขึ้นมาตาม ๆ กัน
สถานการณ์เริ่มต้นขึ้นในช่วงเช้าเมื่อศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำตัดสินชี้ขาดว่า นโยบายกำแพงภาษีทั่วโลกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม คำตัดสินนี้ยังไม่ได้ให้ความชัดเจนว่าจะต้องจัดการกับเงินภาษีที่เก็บไปแล้วอย่างไร และไม่ได้แปลว่าสงครามการค้าของทรัมป์จะยุติลง เพราะรัฐบาลยังมีช่องทางกฎหมายและอำนาจบริหารอื่น ๆ ให้เลือกใช้อีกมาก
ซึ่งก็เป็นไปตามคาด เมื่อตกบ่าย ทรัมป์ได้ประกาศสวนทันควันว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกเพิ่มอีก 10% โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 122 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในอีก 3 วันข้างหน้า และจะลากยาวไปประมาณ 5 เดือน แต่ถึงกระนั้น มาตรการภาษีที่ถูกทบเพิ่มเข้ามาใหม่นี้ก็แทบจะไม่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดเลย
ตลอดช่วงการซื้อขาย สินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโตเคอร์เรนซีต่างพากันปรับตัวสูงขึ้น ดัชนีภาพรวมตลาดอย่าง CoinDesk 20 ปรับบวกขึ้น 2.5% ในรอบ 24 ชั่วโมง โดยมีเหรียญอย่าง BNB, DOGE, ADA และ Solana (SOL) ขยับตัวนำตลาดด้วยการบวกเพิ่มขึ้น 3-4% ขณะที่ Bitcoin ก็ประคองตัวรักษาระดับซื้อขายอยู่ต่ำกว่า 68,000 ดอลลาร์เพียงเล็กน้อย
ในฝั่งของตลาดหุ้นแบบดั้งเดิม ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq 100 ปรับตัวขึ้น 0.9% และ 0.7% ตามลำดับ หุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโตต่างได้รับอานิสงส์ไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นกระดานเทรด Coinbase (COIN), ผู้พยุงมูลค่าเหรียญ Stablecoin อย่าง Circle (CRCL) และบริษัทที่มีคลังเก็บ Bitcoin ขนาดใหญ่อย่าง Strategy (MSTR) ที่ต่างปรับตัวบวกมากกว่า 2% อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มเหมืองขุด Bitcoin ที่ไปลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI กลับมีแรงเทขายสวนทาง โดยบริษัทอย่าง Riot Platforms (RIOT), Cipher Mining (CIFR), IREN และ TeraWulf (WULF) ร่วงลงราว 3-6%
คาดตลาดคริปโตยังคงแกว่งตัวในกรอบแคบ
Paul Howard ผู้อำนวยการของบริษัทเทรด Wincent ให้มุมมองว่า สาเหตุที่สินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวขึ้นเล็กน้อยหลังมีข่าวเรื่องภาษี เป็นเพราะตลาดประเมินว่านโยบายกำแพงภาษีนั้นส่งผลเสียต่อภาพรวมเศรษฐกิจมหภาค (Macro) จึงทำให้เม็ดเงินไหลเข้าหาสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อเก็งกำไรแทน
อย่างไรก็ตาม เขามองว่าตลาดยังขาดแรงส่งที่มากพอจะดันให้ราคาเบรกทะลุกรอบเดิมขึ้นไปได้ เนื่องจากปริมาณการซื้อขายในปัจจุบันยังคงเบาบาง ทำให้คาดว่าราคาคริปโตจะยังคงแกว่งตัวออกข้าง (Rangebound) ต่อไปในระยะนี้ เว้นแต่ว่าจะมีปัจจัยช็อกตลาดจากฝั่งเศรษฐกิจหรือปัญหาภูมิรัฐศาสตร์เข้ามาแทรกแซง โดยความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดคือ โอกาสที่ทรัมป์อาจสั่งโจมตีอิหร่านในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า หลังจากที่สหรัฐฯ ได้ระดมกำลังทหารเข้าไปในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่องนานหลายสัปดาห์แล้ว
การตอบสนองของตลาดต่อข่าวสารรอบนี้สะท้อนให้เห็นถึงเสถียรภาพที่มากขึ้น การที่ศาลสูงสุดตีตกภาษีเดิมแต่ทรัมป์ก็งัดกฎหมายใหม่มาเก็บภาษีเพิ่มทันที แสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของนโยบายการค้า ทว่าการที่ Bitcoin สามารถประคองตัวอยู่ได้ เป็นการย้ำให้เห็นว่านักลงทุนเริ่มมองข้ามความผันผวนจากการเมืองสหรัฐฯ ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หากเกิดการปะทะกับอิหร่านจริง ย่อมส่งผลให้เกิดความตื่นตระหนกและเม็ดเงินอาจไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่างรวดเร็ว ช่วงเวลานี้จึงเป็นจังหวะที่ควรจัดสรรพอร์ตอย่างรัดกุมและหลีกเลี่ยงการใช้อัตราทด (Leverage) ที่สูงเกินไป
ที่มา: coindesk

