สรุปข่าว
- Bitmine บรรลุความคืบหน้าไปแล้วถึง 72.3% ในการสะสม Bitcoin เพื่อเป้าหมายถือครอง 5% ของอุปทานทั้งหมด
- การสะสม Bitcoin ในปริมาณมหาศาลนี้สะท้อนกลยุทธ์การลงทุนระยะยาวที่คล้ายกับ MicroStrategy
- ต้องจับตาว่า Bitmine จะสามารถสะสมเหรียญได้ครบตามเป้าหมายหรือไม่ และจะส่งผลต่อพลวัตอุปทานของ Bitcoin อย่างไร
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การสะสม Bitcoin ในปริมาณมากจากสถาบันขนาดใหญ่ส่งผลให้อุปทานที่หมุนเวียนในตลาดลดลง ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันด้านราคาในเชิงบวกระยะยาว หากความต้องการยังคงอยู่ในระดับสูง การที่ผู้ถือครองรายใหญ่เพิ่มสัดส่วนการถือครองต่อเนื่องจะสนับสนุนให้ราคามีเสถียรภาพและมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้
Bitmine องค์กรที่มุ่งเน้นการสะสม Bitcoin อย่างจริงจัง ได้บรรลุความคืบหน้า 72.3% ของเป้าหมายในการถือครอง 5% ของอุปทาน Bitcoin ทั้งหมด เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2569 ตามรายงานจาก Cointelegraph การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสถาบันในการสะสมสินทรัพย์ดิจิทัลระยะยาว ซึ่งหากบรรลุเป้าหมาย Bitmine จะกลายเป็นผู้ถือครอง Bitcoin รายใหญ่ที่สุดกลุ่มหนึ่งในโลก โดยจะถือครองประมาณ 1.05 ล้าน BTC จากอุปทานสูงสุด 21 ล้านเหรียญ
กลยุทธ์การสะสมที่ท้าทายพลวัตตลาด
การที่ Bitmine ตั้งเป้าหมายถือครอง 5% ของอุปทาน Bitcoin ทั้งหมดถือเป็นกลยุทธ์ที่ทะเยอทะยานมาก เนื่องจากปัจจุบันมี Bitcoin หมุนเวียนอยู่ในตลาดประมาณ 19.8 ล้านเหรียญ และมีเหรียญจำนวนมากที่สูญหายหรือถูกเก็บไว้ในกระเป๋าที่ไม่เคลื่อนไหวมานานหลายปี การสะสมในปริมาณมหาศาลเช่นนี้อาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของตลาดและอาจเป็นปัจจัยหนุนราคาในระยะยาว
แม้ว่า Bitmine จะเป็นองค์กรที่รู้จักน้อยกว่า MicroStrategy หรือ BlackRock แต่การเคลื่อนไหวครั้งนี้แสดงให้เห็นว่ามีผู้เล่นสถาบันหลายรายที่กำลังดำเนินกลยุทธ์การสะสม Bitcoin อย่างเงียบ ๆ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มที่ว่า Bitcoin กำลังกลายเป็นสินทรัพย์สำรองที่สำคัญสำหรับสถาบันการเงินและบริษัทขนาดใหญ่มากขึ้นเรื่อย ๆ
ผลกระทบต่ออุปทานและราคา Bitcoin
การที่ผู้ถือครองรายใหญ่เพิ่มสัดส่วนการถือครอง Bitcoin อย่างต่อเนื่องส่งผลให้อุปทานที่พร้อมซื้อขายในตลาดลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ความต้องการยังคงเพิ่มขึ้นจากนักลงทุนสถาบันและกองทุน ETF ที่ได้รับการอนุมัติในหลายประเทศ นอกจากนี้ การที่มีผู้เล่นหลายรายแข่งกันสะสม Bitcoin อาจทำให้เกิดสถานการณ์ที่อุปทานมีจำกัดมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายชี้ว่าต้องติดตามว่า Bitmine มีแหล่งเงินทุนจากที่ใดและมีแผนการลงทุนอย่างไรในระยะยาว เนื่องจากการสะสมในปริมาณมากต้องใช้เงินทุนมหาศาลและต้องมีกลยุทธ์การจัดการความเสี่ยงที่ชัดเจน หากองค์กรไม่สามารถดำเนินการตามแผนได้ อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาด
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้น่าสนใจแต่ต้องติดตามอย่างระมัดระวัง เพราะ Bitmine ยังไม่ใช่ชื่อที่คุ้นหูเท่ากับ MicroStrategy หรือ BlackRock ซึ่งทำให้ต้องตั้งคำถามว่าองค์กรนี้มีความน่าเชื่อถือแค่ไหนและมีเงินทุนจากแหล่งใด การที่มีผู้เล่นรายใหญ่เข้ามาสะสม Bitcoin เป็นสัญญาณบวกต่อตลาดแน่นอน แต่ถ้าองค์กรนี้ไม่สามารถดำเนินการได้จริงหรือมีปัญหาด้านสภาพคล่อง อาจส่งผลเสียได้เช่นกัน ผมแนะนำให้ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Bitmine ว่าเป็นใครและมีแผนการอย่างไร ก่อนที่จะตีความว่าเป็นข่าวดีต่อตลาดอย่างเต็มที่ สำหรับนักลงทุนทั่วไป ควรจับตาดูพฤติกรรมการสะสมของสถาบันรายใหญ่ที่มีชื่อเสียงมากกว่า เพราะมีข้อมูลที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ง่ายกว่า

