นักเทรดไทยเชียร์ XRP ขึ้น แต่ไม่รู้ตัวว่ากำลังสร้างกรงขังทางการเงินให้ตัวเอง

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปบทความ
  • Ripple กำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐาน CBDC บน XRP Ledger ให้ธนาคารกลางหลายประเทศ ซึ่งเป็นระบบเงินดิจิทัลที่รัฐควบคุมและโปรแกรมได้
  • ชุมชน XRP เชียร์ราคาที่พุ่งขึ้น โดยไม่ตระหนักว่ากำลังเพิ่มทุนให้ Ripple สร้างเครื่องมือเฝ้าระวังทางการเงินให้รัฐบาล
  • ธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังพัฒนา CBDC อยู่จริง เรื่องนี้ไม่ใช่ทฤษฎีสมคบคิดแต่กำลังจะกระทบคนไทยทุกคน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  BEARISH

แม้ราคา XRP อาจได้รับแรงหนุนจากข่าว Institutional Adoption ในระยะสั้น แต่ภาพใหญ่ชี้ว่าโครงสร้าง CBDC ที่ Ripple สร้างจะเพิ่มอำนาจรัฐในการควบคุมเงิน ซึ่งขัดแย้งกับแนวคิดพื้นฐานของคริปโตที่เน้นเสรีภาพและการกระจายอำนาจ ในระยะยาวอาจส่งผลลบต่อความน่าเชื่อถือของ XRP ในฐานะสินทรัพย์ที่เป็นอิสระจากระบบรัฐ

ลองจินตนาการว่าวันหนึ่งเงินในกระเป๋าของคุณมีวันหมดอายุ ใช้ซื้อเหล้าไม่ได้ ใช้บริจาคให้พรรคการเมืองฝ่ายค้านไม่ได้ และรัฐบาลสามารถอายัดมันได้ภายในเสี้ยววินาทีโดยไม่ต้องผ่านศาล ฟังดูเหมือนนิยายดิสโทเปีย แต่โครงสร้างพื้นฐานที่จะทำให้สิ่งนี้เป็นจริงกำลังถูกสร้างอยู่ตอนนี้ และที่ตลกร้ายที่สุดคือ ชุมชนคริปโตจำนวนมากกำลังเชียร์และทุ่มเงินให้กับมันด้วยความกระตือรือร้น

เรากำลังพูดถึง Ripple, XRP Ledger และโครงสร้างพื้นฐานสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) ที่กำลังถูกสร้างขึ้นบนระบบนิเวศนี้อย่างเงียบ ๆ แต่รวดเร็ว

XRP พุ่ง ชุมชนเฮ แต่ไม่มีใครถามว่า “สร้างไว้ให้ใคร”

Image from @xrpofficial24
ภาพจาก: @xrpofficial24 (X)

ถ้าเปิดดูฟีดในชุมชนคริปโตบน X ตอนนี้ จะเห็นกระแสตื่นเต้นเรื่อง XRP ท่วมท้น @xrpofficial24 โพสต์ว่า JPMorgan Chase กำลังยกให้ XRP ซึ่งพัฒนาโดย Ripple Labs เป็นสินทรัพย์คริปโตชั้นนำสำหรับการใช้งานในภาคธนาคาร ทั้งในด้านการชำระเงินข้ามพรมแดนที่รวดเร็ว ต้นทุนการทำธุรกรรมต่ำ และถูกสร้างมาเพื่อการชำระเงินระดับสถาบัน

@CryptoHulk19 ประกาศอย่างตื่นเต้นว่าคริปโต 4 ตัวกำลังจะเข้าสู่ตลาดหุ้นในรูปแบบหลักทรัพย์โทเคน (Tokenized Securities) โดยมี XRP อยู่ในรายชื่อ ด้าน @BellaChen589448 ก็ชี้ว่า SBI Holdings ออกพันธบัตรโทเคนมูลค่า $64 ล้าน พร้อมให้ผลตอบแทนเป็น XRP แก่นักลงทุน

ข่าวทุกชิ้นดูเป็นบวก ราคาขยับ ชุมชนเฮ แต่มีคำถามหนึ่งที่แทบไม่มีใครถาม สิ่งที่ Ripple กำลังสร้างให้ธนาคารกลางทั่วโลก มันคืออะไรกันแน่?

CBDC บน XRP Ledger คือ “เงินที่ถูกโปรแกรมได้” ไม่ใช่เสรีภาพ

CBDC บน XRP Ledger คือ
ภาพจาก AI

Ripple ไม่ได้ซ่อนเรื่องนี้ บริษัทประกาศอย่างเปิดเผยมาหลายปีว่ากำลังทำงานร่วมกับธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลกเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน CBDC บน XRP Ledger ซึ่งรวมถึงระบบ Ripple CBDC Platform ที่ออกแบบมาให้รัฐบาลสามารถออกสกุลเงินดิจิทัลของตัวเอง

คำว่า “เงินที่ถูกโปรแกรมได้” (Programmable Money) ฟังดูเท่และล้ำสมัย แต่เมื่อแปลเป็นภาษาชาวบ้าน มันหมายความว่ารัฐบาลสามารถตั้งกฎเกณฑ์ลงไปในตัวเงินได้โดยตรง เช่น เงินช่วยเหลือที่ต้องใช้ภายใน 30 วัน ถ้าไม่ใช้ก็หายไปเฉย ๆ เงินที่ซื้อสินค้าบางประเภทไม่ได้ เงินที่ถูกอายัดได้ทันทีโดยไม่ต้องมีหมายศาล และที่สำคัญที่สุด ทุกธุรกรรมถูกบันทึกและตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์

นี่ไม่ใช่ทฤษฎีสมคบคิด นี่คือฟีเจอร์ที่ถูกออกแบบมาอย่างตั้งใจในระบบ CBDC ทั่วโลก และ Ripple กำลังเป็นผู้สร้างโครงสร้างพื้นฐานนั้น

Bitcoin ถูกสร้างมาเพื่อต่อสู้กับสิ่งที่ Ripple กำลังสร้าง

Image from @Diksha_b16
ภาพจาก: @Diksha_b16 (X)

ย้อนกลับไปปี 2008 Satoshi Nakamoto สร้าง Bitcoin ขึ้นมาเพราะอะไร? เพราะวิกฤตการเงินที่ธนาคารกลางพิมพ์เงินช่วยธนาคารยักษ์ใหญ่ ในขณะที่คนธรรมดาสูญเสียบ้านและเงินออม Bitcoin ถูกออกแบบมาให้เป็นเงินที่ไม่มีศูนย์กลาง ไม่มีใครควบคุมได้ ไม่มีใครอายัดได้ และไม่มีใครสอดส่องการใช้จ่ายของคุณได้

แต่สิ่งที่ CBDC เสนอ คือสิ่งตรงกันข้ามทุกประการ เป็นระบบศูนย์กลางที่ควบคุมโดยรัฐ ตรวจสอบทุกธุรกรรม และสามารถแทรกแซงได้ตลอดเวลา @Diksha_b16 ชี้ว่า CEO ของ Ripple เดิมพันว่าร่างกฎหมายคริปโตของสหรัฐฯ มีโอกาส 90% ที่จะผ่านภายในเดือนเมษายน ขณะเดียวกัน @almas9510 รายงานว่า Ripple และตัวแทนจากภาคธนาคารกำลังเข้าประชุมที่ทำเนียบขาวเรื่อง CLARITY Act ซึ่งเป็นร่างกฎหมายคริปโตฉบับสำคัญ

ตัวแทน Ripple นั่งคุยกับรัฐบาลสหรัฐฯ ในทำเนียบขาว สร้างโครงสร้าง CBDC ให้ธนาคารกลาง ในขณะที่ชุมชน XRP เชียร์อยู่ข้างนอกว่า “เรากำลังชนะ!” คำถามคือ ชนะอะไร? และชนะให้ใคร?

ธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังทดลอง CBDC อยู่แล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว

Image from @TheBulbMagazine
ภาพจาก: @TheBulbMagazine (X)

สำหรับนักเทรดไทยที่คิดว่าเรื่อง CBDC เป็นเรื่องไกลตัว ต้องบอกว่าคิดผิดอย่างแรง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดำเนินโครงการ CBDC มาตั้งแต่ปี 2018 ภายใต้ชื่อ Project Inthanon และต่อยอดเป็น mBridge ร่วมกับธนาคารกลางของจีน ฮ่องกง และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

แม้ ธปท. จะยังไม่ประกาศว่าจะใช้ XRP Ledger เป็นโครงสร้างพื้นฐาน แต่กระแสโลกกำลังเคลื่อนไปในทิศทางที่ CBDC จะเป็นจริง ข้อมูลจาก Atlantic Council ระบุว่ากว่า 130 ประเทศทั่วโลกกำลังพัฒนา CBDC ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ครอบคลุมกว่า 98% ของ GDP โลก

@byul_finance โพสต์ว่า XRP Ledger กำลังเป็นโครงสร้างพื้นฐานให้กับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์โทเคนของกรมที่ดินดูไบ โดยมีโทเคน 7.8 ล้านชิ้นได้รับการดูแลผ่าน Ripple Custody ถ้าเทคโนโลยีนี้สามารถจัดการอสังหาริมทรัพย์ของดูไบได้ การจัดการเงินบาทดิจิทัลก็ไม่ใช่เรื่องเกินจินตนาการ

สำหรับคนไทย เมื่อ CBDC มาถึง มันจะไม่ใช่แค่ “เงินดิจิทัล” แบบที่เราคุ้นเคยกับ PromptPay หรือ Mobile Banking มันจะเป็นเงินรูปแบบใหม่ที่รัฐมีอำนาจควบคุมในระดับที่ไม่เคยเป็นไปได้มาก่อนในประวัติศาสตร์

ความย้อนแย้งที่เจ็บปวด คุณกำลังลงทุนสร้างกรงขังให้ตัวเอง

Image from @lborderpulse
ภาพจาก: @lborderpulse (X)

นี่คือหัวใจของปัญหา และเป็นสิ่งที่แทบไม่มีใครในชุมชนคริปโตพูดถึง

ทุกครั้งที่คุณซื้อ XRP คุณกำลังเพิ่มมูลค่าตลาดให้กับระบบนิเวศ Ripple ทุกครั้งที่ราคา XRP พุ่งขึ้น Ripple ซึ่งยังถือ XRP จำนวนมหาศาลอยู่ก็มีเงินทุนมากขึ้นในการขยายธุรกิจ และธุรกิจหลักของ Ripple ตอนนี้คืออะไร? คือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้ธนาคารกลางออกเงินดิจิทัลที่ถูกควบคุมได้

@WRamsdenXRP ซึ่งเป็นผู้ถือ XRP เอง ก็ตั้งข้อสังเกตว่า Ripple ยังคงเอา XRP ไปทำกำไรจากนักลงทุนรายย่อย โดยกล่าวว่า “Brad (CEO ของ Ripple) และทีมงานต้องไปซื้อธนาคารซะแล้ว งั้นมาปั่นราคาเก็บเงินจากรายย่อยอีกหน่อยเพื่อระดมทุนเพิ่มอีกสักสองสามพันล้านดอลลาร์ Ripple แค่เก็บกำไรจากหัวคิวรายย่อยไปเรื่อย ๆ ราคาเลยไม่ไปไหนสักที”

แม้จะเป็นความเห็นที่อาจรุนแรงไป แต่มันสะท้อนความรู้สึกของผู้ถือ XRP บางส่วนที่เริ่มตั้งคำถามว่า ผลประโยชน์ของ Ripple ในฐานะบริษัท กับผลประโยชน์ของผู้ถือ XRP ในฐานะนักลงทุน มันตรงกันจริงหรือ?

@skadbsgml93 รายงานว่า Bank of America เปิดเผยว่าธนาคารหลายแห่งกำลังเตรียมเปิดตัวบริการคริปโต โดยเรียกมันว่า “การเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ที่จะส่งผลกระทบต่อระบบการเงินโลก” แต่คำถามที่ต้องถามคือ เมื่อธนาคารยักษ์ใหญ่และรัฐบาลเข้ามาใน “ คริปโต” แล้ว สิ่งที่พวกเขาสร้างจะยังเป็น “คริปโต” ในความหมายดั้งเดิมอยู่หรือไม่?

เสรีภาพทางการเงิน vs ความสะดวกสบาย คุณเลือกอะไร

เสรีภาพทางการเงิน vs ความสะดวกสบาย คุณเลือกอะไร
ภาพจาก AI

หลายคนอาจแย้งว่า CBDC มีข้อดี ทำธุรกรรมเร็วขึ้น ลดต้นทุน ช่วยให้คนที่ไม่มีบัญชีธนาคารเข้าถึงระบบการเงินได้ เพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายเงินช่วยเหลือจากรัฐ ซึ่งเป็นเรื่องจริงทั้งหมด

แต่ข้อดีเหล่านี้มาพร้อมกับราคาที่ต้องจ่าย นั่นคือความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพทางการเงิน ลองคิดดูว่า ถ้ารัฐบาลไม่พอใจสิ่งที่คุณทำ ไม่ว่าจะเป็นการประท้วง การบริจาคให้องค์กรที่ “ไม่เหมาะสม” หรือแม้แต่การซื้อสินค้าที่ “ไม่สอดคล้องกับนโยบาย” เงินดิจิทัลที่ถูกโปรแกรมได้สามารถถูกอายัดหรือจำกัดการใช้งานได้ทันที

เราเห็นตัวอย่างแล้วในแคนาดาปี 2022 เมื่อรัฐบาลอายัดบัญชีธนาคารของผู้ประท้วง Freedom Convoy แม้จะอยู่ในระบบธนาคารแบบเดิมก็ยังทำได้ยาก ลองจินตนาการว่าถ้าทุกอย่างเป็น CBDC รัฐบาลจะทำได้ง่ายขนาดไหน

@Hamza_kaita ชี้ว่า ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) ผ่อนคลายกฎสำหรับ Stablecoin ให้โบรกเกอร์ ขณะที่ RLUSD ซึ่งเป็น Stablecoin ของ Ripple ได้รับการส่งเสริมจากสถาบันมากขึ้น ด้าน @ChrisZever อธิบายว่า RLUSD ถูกค้ำประกันเต็มจำนวน รอการอนุมัติจากกรมบริการการเงินนิวยอร์ก และทำงานบนทั้ง XRP Ledger และ Ethereum นี่คือหลักฐานว่า Ripple กำลังสร้างระบบการเงินที่ “ปฏิบัติตามกฎระเบียบ” อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งในภาษาของรัฐบาลหมายถึง “ควบคุมได้”

ความเห็นผู้เขียน

ความเห็นผู้เขียน
ภาพจาก AI

ผมไม่ได้จะบอกว่า XRP เป็นเหรียญที่ไม่ดี หรือว่า Ripple เป็นบริษัทชั่วร้าย ผมเชื่อว่าเทคโนโลยีของ Ripple มีประสิทธิภาพจริง และการชำระเงินข้ามพรมแดนที่เร็วและถูกลงเป็นสิ่งที่โลกต้องการ

แต่สิ่งที่ผมอยากชี้ให้เห็นคือ ชุมชนคริปโตไทยจำนวนมากกำลังเชียร์ XRP โดยไม่ได้คิดให้รอบด้านว่า โมเดลธุรกิจหลักของ Ripple คือการทำงานร่วมกับรัฐบาลและธนาคารกลาง สร้างเครื่องมือที่จะให้อำนาจรัฐในการควบคุมเงินของประชาชนในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน

ผมเข้าใจว่าคนส่วนใหญ่ซื้อ XRP เพราะอยากทำกำไร ไม่ได้ซื้อเพราะอุดมการณ์ และนั่นก็ไม่ผิดอะไร แต่ผมอยากให้ทุกคนรู้ว่ากำลังลงทุนในอะไร ไม่ใช่แค่ดูกราฟแท่งเทียนแล้วกดซื้อ

ส่วนตัวผมมองว่า ถ้าคุณเชื่อในเสรีภาพทางการเงินจริง ๆ คุณต้องถามตัวเองว่า เงินที่คุณใส่เข้าไปในระบบนี้ มันกำลังสร้างโลกแบบที่คุณอยากอยู่จริงหรือเปล่า? หรือมันกำลังสร้างกรงขังที่หรูหราแต่ล็อกจากข้างใน?

ธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังพัฒนา CBDC อยู่จริง ๆ วันที่เงินบาทดิจิทัลมาถึง ผมหวังว่าคนไทยจะตั้งคำถามกับมันอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่รับมาใช้เพราะ “สะดวก” โดยไม่คิดว่าเรากำลังแลกอะไรออกไป

นี่ไม่ใช่เรื่องของราคา XRP จะขึ้นหรือลง นี่คือเรื่องของอนาคตระบบการเงินที่เราทุกคนจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในนั้น