BTC&ETH เปิดปี 2026 ร่วงหนักสุดเป็นประวัติการณ์ ชวนคนงง “ขาลงเพิ่งเริ่ม” หรือ “ใกล้จบแล้ว” กันแน่

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bitcoin ร่วง 24% และ Ethereum ร่วง 34% นับตั้งแต่ต้นปี 2026 ถือเป็นการเปิดปีที่แย่ที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา ย้อนไปกว่าทศวรรษ ตามข้อมูลจาก CoinGecko
  • ตลาดคริปโต Decouple จากหุ้นอย่างชัดเจน โดย S&P 500 ยังบวก 0.4%, Dow Jones บวก 2.3% และทองคำพุ่ง 17% YTD ขณะที่คริปโตกลับดิ่งลงเหว สะท้อนว่าเงินทุนไหลออกจากคริปโตอย่างเฉพาะเจาะจง
  • นักวิเคราะห์แตกเป็นสองฝ่าย Danny Nelson จาก Bitwise ชี้ว่าเข้า Crypto Winter เต็มตัวแล้ว ขณะที่ Tom Lee จาก Fundstrat มองว่า “ใกล้จบแล้ว” และปัจจัยพื้นฐานของอุตสาหกรรมแข็งแกร่งกว่าที่เคย

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

ข่าวนี้สะท้อนภาพรวมที่เป็นลบต่อตลาดคริปโตในระยะสั้นถึงกลาง เพราะการร่วงลงครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์เฉพาะเจาะจงอย่างการล้มของ FTX แต่เป็นการไหลออกของเงินทุนอย่างต่อเนื่องจากทั้งนักลงทุนรายย่อยและ ETF สถาบัน ซึ่งบ่งชี้ว่าปัญหาเชิงโครงสร้างอาจลึกกว่าที่คิด อย่างไรก็ตาม Sentiment ระดับ “Extreme Fear” ในประวัติศาสตร์มักเป็นสัญญาณของจุดกลับตัวในระยะยาว

Fortune รายงานเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2026 ว่า Bitcoin และ Ethereum กำลังเผชิญกับการเปิดปีที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา โดย Bitcoin ร่วงลงเกือบ 24% นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม มาอยู่ที่ราว $67,000 ขณะที่ Ethereum ดิ่งลงประมาณ 34% มาเหลือราว $2,000 จากการวิเคราะห์ข้อมูล CoinGecko ที่ย้อนกลับไปถึงกลางปี 2013 สำหรับ Bitcoin และกลางปี 2014 สำหรับ Ethereum ยังไม่เคยมีปีไหนที่ทั้งสองเหรียญร่วงลงรุนแรงขนาดนี้ในช่วงต้นปี นอกจากนี้ ข้อมูลจาก Checkonchain ยังชี้ว่า BTC ไม่เคยร่วงทั้งเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ติดต่อกันมาก่อนเลยในประวัติศาสตร์

เมื่อคริปโตเดินคนละทางกับหุ้นและทองคำ

สิ่งที่ทำให้สถานการณ์นี้น่าสังเกตเป็นพิเศษคือ ตลาดคริปโตเกิด Decoupling จากตลาดหุ้นอย่างชัดเจน ในขณะที่ S&P 500 ยังเป็นบวก 0.4%, Dow Jones บวก 2.3% และทองคำพุ่งทะยานขึ้นถึง 17% นับตั้งแต่ต้นปี คริปโตกลับร่วงลงสวนทางอย่างสิ้นเชิง สะท้อนว่าเงินทุนไม่ได้ไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภท แต่ไหลออกจากคริปโตโดยเฉพาะ

จุดเริ่มต้นของการร่วงครั้งนี้ย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ Flash Crash เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2025 ที่ประธานาธิบดี Trump ประกาศขู่ขึ้นภาษีนำเข้าจีนอีกรอบ ทำให้เกิดการ Liquidation มูลค่ากว่า $19,000 ล้านภายในวันเดียว ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดเท่าที่ CoinGlass เคยบันทึก นับจากวันนั้น Bitcoin ร่วงลงมาแล้วกว่า 46% จากจุดสูงสุด $126,000

เริ่มขาลงหรือจบขาลง?

Danny Nelson นักวิเคราะห์จาก Bitwise ระบุชัดเจนว่าตลาดเข้าสู่ Crypto Winter เต็มตัวแล้ว โดยมองว่าสัญญาณที่ชัดที่สุดคือ “ดูจากวิธีที่นักลงทุนตอบสนองต่อข่าวดี ซึ่งพวกเขาไม่ตอบสนองเลย” ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของตลาดหมีที่ข่าวดีไม่สามารถดันราคาได้

ในทางกลับกัน Tom Lee ผู้ร่วมก่อตั้ง Fundstrat กลับมองต่างออกไปว่า “เราใกล้ถึงจุดจบแล้ว” โดย Nelson เองก็ยอมรับว่า “ความเป็นจริงของคริปโตกำลังแข็งแกร่งขึ้น” และ “การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะคงอยู่ต่อไปนานกว่าช่วงขาลงในปัจจุบัน” ซึ่งสะท้อนว่าแม้ราคาจะร่วง แต่ปัจจัยพื้นฐานอย่างการยอมรับจากหน่วยงานกำกับดูแลสหรัฐฯ และการเข้ามาของ Wall Street ยังคงดำเนินต่อไป

สิ่งที่ทำให้ขาลงครั้งนี้แตกต่างจากรอบก่อนคือ ไม่มี “ตัวร้าย” ที่ชัดเจน ไม่มีการล้มของเว็บเทรดอย่าง FTX ไม่มีการฉ้อโกงระดับ Luna/Terra แต่ตลาดกลับร่วงลงท่ามกลางบรรยากาศที่คริปโตได้รับการยอมรับมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา


การร่วงลงของ BTC และ ETH ในต้นปี 2026 นี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ว่า “ปัจจัยพื้นฐานดี” ไม่ได้หมายความว่า “ราคาจะขึ้นเสมอ” ตลาดคริปโตยังคงถูกขับเคลื่อนด้วยสภาพคล่องและจิตวิทยาของนักลงทุนเป็นหลัก ไม่ใช่แค่เรื่องของกฎระเบียบหรือการรับรองจากสถาบัน อย่างไรก็ตาม ในทุกรอบที่ผ่านมา ช่วงเวลาที่ Fear & Greed Index ต่ำสุดมักเป็นช่วงที่ผลตอบแทนระยะยาวดีที่สุดสำหรับผู้ที่กล้าเข้าซื้อ คำถามสำคัญตอนนี้ไม่ใช่ว่า “คริปโตจบแล้วหรือยัง” แต่คือ “คุณมีแผนรับมือกับทั้งสองฝั่งหรือเปล่า”

URL slug: bitcoin-ethereum-worst-start-year-record-2026-crypto-winter

แหล่งอ้างอิง: Fortune, CoinDesk, Phemex News, CoinGlass