ทฤษฎีสมคบคิด! Jane Street ถูกฟ้องเรื่อง Luna Crash แต่ซื้อหุ้น Anthropic ของ FTX เกือบ $100 ล้าน

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Terraform Labs ฟ้อง Jane Street เมื่อ 24 ก.พ. 2026 ข้อหา insider trading ทำให้ Luna/UST พังเร็วขึ้น
  • Jane Street เป็นผู้ซื้อหุ้น Anthropic อันดับ 2 จาก FTX มูลค่า $100 ล้าน (3,100 ล้านบาท) ในมีนาคม 2024
  • Caroline Ellison และ SBF เคยทำงานที่ Jane Street ก่อนก่อตั้ง FTX/Alameda
  • ทฤษฎีสมคบคิดระบุว่า Jane Street อาจมีเป้าหมายทำให้ Luna พัง ไม่ใช่แค่ 10AM manipulation

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral

เป็นเพียงคดีความที่ยังไม่มีคำตัดสิน แต่เพิ่มความไม่แน่นอนในตลาดคริปโต หาก Jane Street ถูกพิสูจน์ว่ามีความผิดจริง อาจทำให้นักลงทุนสถาบันระมัดระวังมากขึ้นและอาจส่งผลให้เกิด selloff ระยะสั้น ในทางกลับกัน หากคดีถูกยกฟ้อง ความเชื่อมั่นอาจกลับมา สำหรับ 10AM manipulation ที่หยุดลงหลังฟ้องคดีและทำให้ Bitcoin พุ่ง 10% นั้น ยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจนว่าเป็นผลโดยตรงหรือเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ

วงการคริปโตกำลังเดือดกับทฤษฎีสมคบคิดที่เชื่อมโยง Jane Street บริษัทเทรดชื่อดังจาก Wall Street เข้ากับเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์คริปโต หลังจาก Terraform Labs ฟ้องบริษัทเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2026 ข้อหาใช้ข้อมูลวงในเพื่อเร่งให้ Terra Luna ล่มสลายเร็วขึ้นในปี 2022

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจมากขึ้นคือความเชื่อมโยงระหว่าง Jane Street กับ FTX และ Anthropic ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ หรือเป็นส่วนหนึ่งของแผนที่ใหญ่กว่า

Jane Street คือใคร

Jane Street เป็นบริษัทเทรดแบบ quantitative และ high-frequency trading ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีชื่อเสียงในด้านความลับสูง เทคโนโลยีขั้นสูง และผลกำไรมหาศาล

บริษัทก่อตั้งในปี 2000 โดยมีฐานอยู่ในนิวยอร์ก ใช้อัลกอริธึมและโมเดลทางคณิตศาสตร์ในการทำกำไรจากความแตกต่างของราคาในตลาดต่าง ๆ

สิ่งที่น่าสนใจคือ Jane Street เป็นที่ทำงานแห่งแรกของ Sam Bankman-Fried ผู้ก่อตั้ง FTX หลังจากจบการศึกษาจาก MIT ในปี 2014 เขาทำงานที่นี่เป็นเวลา 3 ปีก่อนจะออกไปสร้าง Alameda Research และ FTX

นอกจาก SBF แล้ว Caroline Ellison อดีต CEO ของ Alameda Research และอดีตแฟนสาวของ SBF ก็เคยทำงานที่ Jane Street เช่นกัน ก่อนจะย้ายมาร่วมงานกับ SBF

ความเชื่อมโยงกับ FTX และ Anthropic

ในเดือนเมษายน 2021 FTX ซื้อหุ้น 8% ใน Anthropic บริษัท AI ที่ก่อตั้งโดยอดีตพนักงาน OpenAI ในราคา $500 ล้านดอลลาร์หรือ 15,500 ล้านบาท ผ่านบริษัทลูกชื่อ Clifton Bay

การลงทุนนี้เกิดขึ้นก่อนที่ ChatGPT จะเปิดตัวและก่อนกระแส AI จะบูม ทำให้ถือเป็นการลงทุนที่มองการณ์ไกลมาก

หลังจาก FTX ล่มสลายในปลายปี 2022 ทีมบริหารล้มละลายต้องการขายหุ้น Anthropic เพื่อนำเงินไปชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ โดยในช่วงนั้นมูลค่า Anthropic พุ่งขึ้นเป็น $18,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้หุ้น 8% ของ FTX มีมูลค่าประมาณ $1,400 ล้านดอลลาร์

ในเดือนมีนาคม 2024 FTX ขายหุ้น Anthropic สองในสามของที่ถือครองไปในราคารวม $884 ล้านดอลลาร์หรือ 27,400 ล้านบาท ให้ผู้ซื้อ 24 ราย

ผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดคือ ATIC Third International Investment บริษัทที่เชื่อมโยงกับ Mubadala กองทุนอธิปไตยของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซื้อไปเกือบ $500 ล้านดอลลาร์

แต่ผู้ซื้อรายใหญ่อันดับสองที่น่าสนใจคือ Jane Street ซึ่งซื้อหุ้นไปเกือบ $100 ล้านดอลลาร์หรือ 3,100 ล้านบาท

นอกจากนี้ Craig Falls หัวหน้าฝ่ายวิจัย quantitative ของ Jane Street ยังซื้อหุ้นส่วนตัวอีก $20 ล้านดอลลาร์หรือ 620 ล้านบาท

คดีความ Terra Luna

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2026 Todd Snyder ผู้บริหารล้มละลายของ Terraform Labs ยื่นฟ้อง Jane Street ที่ศาลในแมนฮัตตัน กล่าวหาว่าบริษัทใช้ข้อมูลวงในเพื่อเร่งให้ Terra Luna ล่มสลายเร็วขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2022

คดีนี้อ้างว่า Jane Street ทำให้ตลาด Luna และ UST พังเร็วขึ้น ส่งผลให้มูลค่าตลาดสูญหายไปประมาณ $40,000 ล้านดอลลาร์หรือ 1.24 ล้านล้านบาทในเวลาเพียงไม่กี่วัน

รายละเอียดในคำฟ้องระบุว่า

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2022 Terraform Labs แอบถอน TerraUSD หรือ UST มูลค่า $150 ล้านดอลลาร์ออกจาก Curve3pool ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเทรด stablecoin แบบ decentralized

เพียง 10 นาทีถัดมา กระเป๋าเงินที่เชื่อมโยงกับ Jane Street ถอน UST มูลค่า $85 ล้านดอลลาร์ออกมาและขายทิ้ง ก่อนที่สาธารณะจะรู้เรื่องนี้

การถอนและขาย UST ครั้งนี้ช่วยผลักดันให้ UST หลุดจากการยึด $1 และเริ่มต้นวงจรมรณะที่ทำให้ Luna และ UST พังลงไปด้วยกัน

คำฟ้องอ้างว่ามีแชทกลุ่มส่วนตัวชื่อ Bryce’s Secret ซึ่ง Bryce Pratt พนักงาน Jane Street ที่เคยเป็นอินเทิร์นที่ Terraform Labs ใช้ในการสื่อสารกับ Do Kwon และทีมงาน

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม Pratt ส่งข้อความในแชทกลุ่มเสนอซื้อ Bitcoin หรือ Luna แต่ Do Kwon ตอบกลับด้วยความโกรธว่า Bill DiSomma หัวหน้า Jump Trading ควรจะบอกข้อมูลเกี่ยวกับการระดมทุนของ Terraform ให้รู้ตั้งแต่แรก

คำฟ้องกล่าวหาว่า Jane Street หลีกเลี่ยงการสูญเสียมากกว่า $200 ล้านดอลลาร์หรือ 6,200 ล้านบาท จากการมีข้อมูลล่วงหน้า ขณะที่นักลงทุนรายย่อยต้องรับความเสียหายอย่างหนัก

Jane Street ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยโฆษกของบริษัทกล่าวว่า นี่เป็นคดีที่สิ้นหวังและไร้มูลความจริง เป็นความพยายามอย่างโปร่งใสในการเอาเงินออกมา เมื่อที่ความจริงแล้วการสูญเสียที่ผู้ถือ Terra และ Luna ต้องรับเป็นผลมาจากการฉ้อโกงหลายพันล้านดอลลาร์ที่ฝีมือผู้บริหารของ Terraform Labs เอง

ทฤษฎี 10AM Manipulation

นอกจากคดี Terra Luna แล้ว Jane Street ยังถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ 10AM manipulation ที่เป็นที่พูดถึงในวงการคริปโตมาตลอด

นักเทรดหลายคนสังเกตเห็นว่า Bitcoin มักจะร่วงลงอย่างกะทันหันในช่วงเวลาประมาณ 10 โมงเช้าตามเวลาตะวันออกของสหรัฐฯ หรือ 22.00 น. ตามเวลาไทย เกือบทุกวันตลอดปี 2025 และต้นปี 2026

Mike Alfred นักเทรดชื่อดังอ้างว่าได้รับข้อมูลจากคนวงในว่า Jane Street มีอัลกอริธึมที่เรียกว่า 10 a.m. dump algorithm ซึ่งขาย Bitcoin อัตโนมัติทุกวันในเวลานี้

สิ่งที่น่าสนใจคือหลังจากที่คดีความ Terra Luna ถูกยื่นฟ้องในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2026 ปรากฏการณ์ 10AM manipulation หยุดลงทันที Bitcoin พุ่งขึ้น 10% ภายในสองวัน เพิ่มมูลค่าตลาดไปกว่า $120,000 ล้านดอลลาร์

นักวิเคราะห์บางคนอ้างว่า Jane Street หยุด dump เพราะกลัวว่าจะถูกมองว่าเป็นหลักฐานเพิ่มเติมในคดี แต่ก็มีคนอื่นโต้แย้งว่านี่เป็นเพียงเรื่องบังเอิญ และ Bitcoin พุ่งเพราะปัจจัยอื่น

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานที่ยืนยันได้ว่า Jane Street ทำ 10AM manipulation จริง และบริษัทก็ไม่เคยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้

ทฤษฎีสมคบคิดที่ใหญ่กว่า

ชุมชนคริปโตเริ่มเชื่อมจุดทั้งหมดเข้าด้วยกัน และสร้างทฤษฎีสมคบคิดที่น่าสะพรึงกลัว

ทฤษฎีนี้เสนอว่า Jane Street วางแผนยาว โดยทำลาย Terra/Luna เพื่อให้ตลาดคริปโตพัง ส่งผลให้ FTX อ่อนแอลงและล่มสลายในที่สุด เมื่อ FTX ล่มสลาย ทีมบริหารจำเป็นต้องขายสินทรัพย์ทั้งหมด รวมถึงหุ้น Anthropic ซึ่งในขณะนั้นยังไม่ได้รับความสนใจมากนัก

Jane Street ที่รู้จัก SBF และ Caroline Ellison ดีเพราะเคยเป็นพนักงาน คงรู้ว่า Anthropic มีศักยภาพสูงแค่ไหน จึงรอจังหวะที่เหมาะจะซื้อหุ้นในราคาต่ำ เมื่อ FTX เสนอขายหุ้น Anthropic ในมีนาคม 2024 Jane Street ก็กระโดดเข้ามาทันที ได้หุ้นเกือบ $100 ล้านดอลลาร์ในราคาที่ถูกกว่าตลาดมาก

ปัจจุบัน Anthropic มีมูลค่า $380,000 ล้านดอลลาร์ หุ้นที่ Jane Street ซื้อไปน่าจะพุ่งขึ้นหลายสิบเท่าแล้ว นี่คือ masterplan ที่สมบูรณ์แบบ ถ้าทฤษฎีเป็นจริง

ข้อโต้แย้งกับทฤษฎี

แน่นอนว่าทฤษฎีนี้ก็มีจุดอ่อน ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่า Jane Street วางแผนตั้งแต่ต้น อาจเป็นเพียงการฉวยโอกาสเมื่อเห็นว่า Luna กำลังมีปัญหา FTX ล่มสลายเพราะการฉ้อโกงของ SBF เอง ไม่ใช่เพราะตลาดพัง การที่ Jane Street ซื้อหุ้น Anthropic ในมีนาคม 2024 ห่างจาก Luna crash เกือบ 2 ปี นานเกินไปหากเป็นแผนที่วางไว้ตั้งแต่แรก

นอกจากนี้ยังมีผู้ซื้อหุ้น Anthropic อีก 23 ราย รวมถึงกองทุนอธิปไตยและ Fidelity ที่ไม่มีความเชื่อมโยงกับ Jane Street แต่อย่างใด และการที่ SBF กับ Caroline เคยทำงานที่ Jane Street ไม่ได้หมายความว่าพวกเขายังมีความเชื่อมโยงหลังออกมา

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

คดีนี้ส่งผลกระทบหลายประการ หาก Jane Street ถูกพิสูจน์ว่าจงใจทำให้ Luna พัง จะพิสูจน์ว่าตลาดคริปโตถูก manipulate ได้โดยบริษัท Wall Street มันทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับบทบาทของ high-frequency trading firms และว่าพวกเขามีอำนาจมากเกินไปหรือไม่

การเชื่อมโยง Luna crash FTX collapse และ Anthropic investment ทำให้เห็นภาพใหญ่ของตลาดคริปโตในช่วง 2021-2024 และทำให้นักลงทุนระมัดระวังมากขึ้นเกี่ยวกับ inside information และ front-running

ไม่เพียงแค่ Jane Street ในเดือนธันวาคม 2025 Terraform Labs ก็ฟ้อง Jump Trading ในข้อหาคล้ายกัน อ้างว่าใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศ Terraform ผ่านข้อตกลงลับ เรียกค่าเสียหาย $4,000 ล้านดอลลาร์ การที่หลายบริษัท Wall Street ถูกฟ้องเรื่องเดียวกันทำให้เกิดคำถามว่า Terra crash เป็นเหตุการณ์ธรรมชาติ หรือมีการจัดฉากโดยผู้เล่นใหญ่


ส่วนผู้เขียนตัวมองว่าทฤษฎีสมคบคิดที่ว่า Jane Street วางแผนทั้งหมดตั้งแต่ต้นนั้นฟังดูเกินจริงไป แต่ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าบริษัทอาจมีข้อมูลวงในเกี่ยวกับ Luna crash และใช้ประโยชน์จากมัน การซื้อหุ้น Anthropic จาก FTX ในราคาถูกอาจเป็นเพียงโอกาสทางธุรกิจที่ดี สิ่งที่น่าสนใจคือคดีนี้จะเปิดเผยอะไรออกมา และจะเปลี่ยนการรับรู้ของสาธารณชนต่อบริษัท Wall Street ในตลาดคริปโตหรือไม่

แหล่งข้อมูล: cnbc, coindesk, disruptionbanking, beincrypto