คริปโตใน 401(k) กลายเป็นเรื่องปกติแล้ว หลังรัฐบาลสหรัฐฯ เปลี่ยนทิศนโยบายเต็มตัว

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • คริปโตกลายเป็นส่วนหนึ่งของกองทุนเกษียณอายุ 401(k) อย่างถาวรแล้ว หลังนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ เปลี่ยนจากการห้ามมาเป็นการส่งเสริม พร้อมแนวทางใหม่จากกระทรวงแรงงาน (DOL)
  • นักลงทุนสถาบันรายใหญ่เพิ่มการลงทุนในคริปโตผ่านกองทุนเกษียณมากขึ้นเรื่อยๆ สะท้อนความเชื่อมั่นระยะยาวต่อสินทรัพย์ดิจิทัล
  • ต้องจับตาว่ากระแสนี้จะดึงเม็ดเงินระยะยาวเข้าสู่ตลาดคริปโตได้มากแค่ไหน โดยเฉพาะเมื่อฐานผู้ลงทุนผ่าน 401(k) มีขนาดใหญ่มาก

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่คริปโตกลายเป็นสินทรัพย์ถาวรในกองทุนเกษียณ 401(k) เป็นสัญญาณบวกระยะยาวต่อตลาด เพราะเม็ดเงินจากกองทุนเกษียณมีลักษณะสะสมต่อเนื่องและถอนออกยาก ทำให้เป็นแรงซื้อที่ยั่งยืนกว่านักลงทุนรายย่อยทั่วไป อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อราคาเป็นเรื่องของแนวโน้มระยะกลาง-ยาว ไม่ใช่ตัวเร่งราคาในทันที

ตามรายงานจาก CoinDesk เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2569 คริปโตได้กลายเป็นส่วนประกอบถาวรในกองทุนเกษียณอายุ 401(k) ของสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากที่นโยบายของรัฐบาลพลิกผันจากการปิดกั้นมาเป็นการเปิดทางอย่างชัดเจน ทั้งจากคำสั่งระดับประธานาธิบดีและแนวทางใหม่ของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ (Department of Labor หรือ DOL) ที่ผ่อนคลายข้อจำกัดเดิมลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยนักลงทุนสถาบันรายใหญ่หลายแห่งได้เพิ่มสัดส่วนการเดิมพันในคริปโตผ่านกองทุนเกษียณอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่ากระแสนี้ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราวอีกต่อไป

จากนโยบายห้ามสู่การส่งเสริมเต็มตัว

ย้อนกลับไปในช่วงก่อนหน้านี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลชุดก่อนมีท่าทีระมัดระวังอย่างมากต่อการนำคริปโตเข้ากองทุนเกษียณ โดยเคยออกแนวทางเตือนผู้ดูแลแผนกองทุน 401(k) ให้ใช้ความระมัดระวังสูงสุดก่อนเสนอตัวเลือกคริปโตให้ผู้ลงทุน แต่ภาพนั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงหลังจากรัฐบาลทรัมป์ผลักดันนโยบายที่เป็นมิตรกับคริปโตมากขึ้น รวมถึงการออกแนวทาง DOL ชุดใหม่ที่เปิดทางให้แผนกองทุน 401(k) สามารถรวมสินทรัพย์ดิจิทัลไว้ในพอร์ตของผู้ลงทุนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลจากการผลักดันมาหลายปีทั้งจากภาคอุตสาหกรรมคริปโตและผู้สนับสนุนในสภาคองเกรส ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่าวุฒิสมาชิก Elizabeth Warren และ Bernie Sanders เคยโจมตีนโยบายของทรัมป์ที่ต้องการนำคริปโตเข้ากองทุนเกษียณ โดย Warren ถึงกับลั่นว่า “คริปโตคือการพนัน ไม่ใช่การลงทุน” ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการนี้ต้องผ่านการต่อสู้ทางการเมืองอย่างหนักหน่วง อ่านข่าวเดิม

สถาบันใหญ่เพิ่มพนัน เม็ดเงินเกษียณไหลเข้าคริปโตต่อเนื่อง

สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือพฤติกรรมของนักลงทุนสถาบัน ซึ่งหลังจากที่กรอบกฎหมายชัดเจนขึ้น สถาบันการเงินรายใหญ่หลายแห่งได้เพิ่มการเดิมพันในคริปโตผ่านช่องทาง 401(k) อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเสนอกองทุนที่มีสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นส่วนประกอบ หรือการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ลงทุนระยะยาวโดยเฉพาะ นี่สอดคล้องกับกระแสการรับเอาคริปโตเข้าสู่โลกสถาบันที่เห็นได้ชัดในช่วงเร็วๆ นี้ เช่น การที่ BlackRock เข้าซื้อ Bitcoin จำนวนมากต่อเนื่อง และ Morgan Stanley ที่ประกาศแผนเปิดให้บริการซื้อขาย Bitcoin ด้วย

ตลาด 401(k) ของสหรัฐฯ มีมูลค่าสินทรัพย์รวมมหาศาล การที่คริปโตสามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตเกษียณของชาวอเมริกันได้หมายความว่าเม็ดเงินใหม่จะไหลเข้าสู่ตลาดในรูปแบบที่มั่นคงและสม่ำเสมอมากกว่าเดิม เพราะโดยธรรมชาติของกองทุนเกษียณ ผู้ลงทุนมักจะหักเงินเดือนเข้ากองทุนทุกเดือนและไม่ค่อยถอนออกจนกว่าจะถึงวัยเกษียณ

ที่ปรึกษาการเงินต้องปรับตัว รับมือกระแสที่มาไม่หยุด

การเปลี่ยนแปลงนี้ยังสร้างแรงกดดันให้ที่ปรึกษาการเงินและผู้ดูแลแผนกองทุน 401(k) ต้องทำความเข้าใจสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น เพราะลูกค้าจะเริ่มถามหาตัวเลือกคริปโตในพอร์ตเกษียณของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับ Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัลมาตั้งแต่ต้น ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรมการเงินสหรัฐฯ ในระยะยาว


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้สำคัญมากในเชิงโครงสร้าง แม้จะไม่ได้ทำให้ราคาคริปโตพุ่งขึ้นทันทีในวันนี้ แต่ถ้าลองนึกภาพว่าเงินเดือนของชาวอเมริกันนับล้านคนจะถูกหักเข้ากองทุน 401(k) ที่มีคริปโตอยู่ในพอร์ตทุกๆ เดือน นั่นคือแรงซื้อต่อเนื่องที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอารมณ์ตลาดรายวันเลย สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือว่ากองทุนรายใหญ่แต่ละเจ้าจะกำหนดสัดส่วนสินทรัพย์คริปโตไว้ที่เท่าไหร่ และจะมีสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นนอกจาก Bitcoin เข้ามาในพอร์ต 401(k) ได้อีกไหม เพราะถ้ามี Ethereum หรือสินทรัพย์อื่นด้วย ผลกระทบต่อตลาดจะยิ่งกว้างขึ้นไปอีก