CEO ของ Ripple เผย! บริษัทกำลัง “สับสวิตช์” ให้ XRP อยู่ตลอด แต่จริงๆ แล้วมันมีเป็นพันสวิตช์

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Brad Garlinghouse ยืนยันในงาน XRP Australia Sydney 2026 ว่า Ripple กำลังเดินหน้ากลยุทธ์ “Flip the Switch” แต่เป็นการสับสวิตช์ย่อยนับพันตัว ไม่ใช่ปุ่มลัดปุ่มเดียวที่จะเปลี่ยนทุกอย่างในชั่วข้ามคืน
  • ยอดการลงทุนกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่ปี 2023 ในการเข้าซื้อกิจการ ถูกใช้เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมต่อโลกการเงินดั้งเดิมและ DeFi เข้าด้วยกันทีละก้าว
  • ซีอีโอเน้นย้ำความสำคัญของชุมชนในการต่อสู้กับข่าวลือ และข้อมูลที่ผิด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันให้ XRP ก้าวสู่การใช้งานจริงในระดับสถาบัน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral 

แม้คำพูดของซีอีโอจะสร้างความมั่นใจในเชิงปัจจัยพื้นฐานระยะยาว แต่การดับฝันเรื่อง “ปุ่มวิเศษ” ที่จะทำให้ราคา XRP พุ่งทะยานในทันทีอาจทำให้นักลงทุนสายเก็งกำไรระยะสั้นผิดหวัง

ข่าวนี้ส่งผลให้ราคา XRP เคลื่อนไหวในกรอบแคบ เนื่องจากตลาดยังคงรอคอยการสับสวิตช์ตัวสำคัญๆ ที่จะส่งผลต่อวอลุ่มการใช้งานจริงในภาคธนาคารอย่างเป็นรูปธรรม

กลายเป็นประเด็นทันที เมื่อ Brad Garlinghouse ซีอีโอของ Ripple ปรากฏตัวในงาน XRP Australia Sydney 2026 เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเขาได้ไขข้อข้องใจเกี่ยวกับตำนานสโลแกน “Flip the Switch” ที่ชุมชน XRP เฝ้ารอมานานหลายปี 

Brad Garlinghouse  ระบุชัดเจนว่า Ripple ได้เริ่มสับสวิตช์สำหรับการใช้งาน XRP ไปแล้ว เพียงแต่สวิตช์ที่ว่านั้นไม่ใช่ปุ่มกดขนาดใหญ่ปุ่มเดียวที่จะเปลี่ยนโลกในวินาทีเดียว แต่มันคือสวิตช์ย่อยๆ นับร้อยนับพันตัวที่ต้องทยอยเปิดใช้งานไปตามจังหวะของเทคโนโลยี และกฎระเบียบโลก

ไม่ใช่ปุ่มเดียวจบ แต่เป็นร้อยๆ ก้าวเล็กๆ ที่มั่นคง

ภายในงานที่จัดขึ้นโดย Wave of Innovation ณ Crown Towers Sydney ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 400 คน รวมถึงผู้บริหารระดับสูงอย่าง Monica Long และ David Schwartz 

ซีอีโอ Brad Garlinghouse ได้อธิบายว่า กลยุทธ์ของ Ripple คือการสะสมความสำเร็จทีละขั้น ไม่ใช่อีเวนต์ใหญ่เพียงครั้งเดียวที่ทำให้ XRP เปิดใช้งานเต็มระบบในชั่วข้ามคืนซึ่งการทำงานตลอด 10 ปีที่ผ่านมาคือ การเปิดสวิตช์เล็กๆ มาโดยตลอด แม้บางดีลจะใช้เวลานานกว่าที่พาร์ทเนอร์หรือเหล่านักลงทุนคาดหวัง แต่ความคืบหน้าเหล่านั้นเมื่อรวมกันแล้วจะสร้างแรงกระเพื่อมมหาศาลในอนาคต 

โดยเฉพาะการใช้เงินทุนกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ในการเข้าซื้อกิจการต่างๆ เพื่อสร้างสะพานเชื่อมระหว่างโลกการเงินเก่า และโลกคริปโต

เคลียร์ชัดที่มา “Flip the Switch” จากปากซีอีโอ

คำว่า “Flip the Switch” กลายเป็นคำติดปากของชุมชนคริปโตมาตั้งแต่ปี 2017-2018 โดยหลายคนตีความว่า ธนาคารกลางหรือสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่จะกดปุ่มเปิดระบบโอนเงินข้ามประเทศผ่าน XRP ในวงกว้างทันที 

Garlinghouse ย้อนความหลังว่า ต้นตอส่วนหนึ่งมาจากการให้สัมภาษณ์ของเขาในปี 2019 ที่พูดถึงความพร้อมของธนาคารในการเริ่มใช้ xRapid

แต่ในปัจจุบันเขาอยากให้ทุกคนมองภาพความเป็นจริงว่า Ripple ไม่เคยพึ่งพาโมเมนต์เดียวที่เปลี่ยนทุกอย่าง กลยุทธ์ที่แท้จริงคือ การเดินหมากทีละตัว เปิดสวิตช์ทีละดวง จนกว่าภาพรวมของระบบการเงินโลกจะเปลี่ยนไปเองโดยธรรมชาติ

ชุมชนคือ แรงขับเคลื่อนสำคัญในการสับสวิตช์

นอกเหนือจากเรื่องเทคโนโลยี Garlinghouse ยังยกย่องชุมชน XRP โดยเฉพาะในออสเตรเลียที่เหนียวแน่นมาก เขาเรียกการที่แฟนคลับออกมาโต้ตอบข้อมูลที่ผิดหรือข่าวลือ (FUD) ว่า เป็นหนึ่งในสวิตช์ตัวสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนโปรเจกต์ 

การสร้างความเชื่อมั่นและการปกป้องระบบนิเวศคือ ส่วนสำคัญที่ทำให้ XRP ยังคงแข็งแกร่งและก้าวเดินต่อไปได้ท่ามกลางความผันผวนของตลาดกฎหมายคริปโตในปัจจุบัน

ที่มา : thecryptobasic


มุมมองผู้เขียน : การออกมาพูดแบบตรงไปตรงมาของซีอีโอ Ripple ครั้งนี้เหมือนเป็นการตบหน้าเรียกสติคนที่ยังฝันถึงการ “รวยทางลัด” 

นี่คือการแสดงความรับผิดชอบในฐานะผู้นำที่ต้องการให้คนโฟกัสที่การใช้งานจริงมากกว่าการเก็งกำไรจากคำพูดสวยหรู