bitkub-banner

อิสราเอลปิดน่านฟ้าทั้งหมดแล้ว สัญญาณบุกโจมตีอิหร่านใกล้เข้ามา

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • อิสราเอลประกาศปิดน่านฟ้าทั้งหมดในวันที่ 28 ก.พ. 2569 สัญญาณว่าการโจมตีทางทหารต่ออิหร่านอาจใกล้เกิดขึ้นแล้ว
  • การปิดน่านฟ้าถือเป็นขั้นตอนก่อนปฏิบัติการทางทหารตามแนวทางที่อิสราเอลเคยทำมาแล้วในอดีต เป็นสัญญาณให้ตลาดโลกตื่นตัวสูงสุด
  • ตลาดคริปโตและสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกอาจเผชิญแรงขายหนักในระยะสั้น ขณะที่ทองคำและดอลลาร์สหรัฐฯ อาจได้รับอานิสงส์จากการย้ายเงินเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การปิดน่านฟ้าของอิสราเอลส่งสัญญาณว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังจะยกระดับขึ้นอีก ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตและหันไปถือสินทรัพย์ปลอดภัยแทน ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่าทุกครั้งที่ความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่านรุนแรงขึ้น ตลาดคริปโตมักเผชิญแรงขายในระยะสั้นอย่างหนัก

อิสราเอลได้ประกาศปิดน่านฟ้าของประเทศทั้งหมดแล้วในช่วงบ่ายของวันที่ 28 ก.พ. 2569 ตามเวลาไทย ตามรายงานจาก Crypto Rover ผ่านทาง X การปิดน่านฟ้าในลักษณะนี้ถือเป็นขั้นตอนปฏิบัติที่อิสราเอลมักดำเนินการก่อนเริ่มปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่ ทำให้นักวิเคราะห์และนักลงทุนทั่วโลกจับตามองว่าสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและอิหร่านกำลังจะพัฒนาไปสู่การเผชิญหน้าโดยตรงอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่าความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้ดันเงินกว่า 6.5 แสนล้านดอลลาร์ไหลเข้าสู่ตลาดทองคำและเงินภายในเพียง 4 ชั่วโมง อ่านข่าวเดิม

ปิดน่านฟ้าหมายความว่าอะไร และทำไมถึงน่าเป็นห่วง

การปิดน่านฟ้าสมบูรณ์แบบ (total airspace closure) ไม่ใช่เรื่องปกติในสถานการณ์ทั่วไป รัฐบาลมักใช้มาตรการนี้เฉพาะในกรณีที่มีความเสี่ยงทางทหารสูงมาก เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องบินพลเรือนตกอยู่ในพื้นที่อันตรายระหว่างปฏิบัติการ อิสราเอลเคยใช้มาตรการเดียวกันนี้ก่อนเปิดฉากโจมตีในความขัดแย้งครั้งก่อน ๆ ทำให้สัญญาณที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีทางทหารต่ออิหร่านในเร็ว ๆ นี้

ย้อนกลับไปในช่วงกลางปี 2568 ที่ผ่านมา สองฝ่ายได้เคยเผชิญหน้ากันในสงคราม 12 วันที่สร้างความสูญเสียมหาศาล โดย Siam Blockchain ได้รายงานไว้ก่อนหน้านี้ว่า อิหร่านและอิสราเอลใช้งบประมาณรวมกันกว่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ไปกับสงคราม 12 วัน ก่อนที่จะมีการประกาศหยุดยิงในที่สุด การที่น่านฟ้าถูกปิดอีกครั้งในวันนี้จึงบ่งชี้ว่าสถานการณ์อาจกลับมาระเบิดใหม่อีกรอบ

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

ทุกครั้งที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยกระดับขึ้น ตลาดคริปโตมักได้รับผลกระทบในทิศทางลบในระยะสั้น เนื่องจากนักลงทุนย้ายเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยงสูงอย่าง Bitcoin และ Altcoin ไปพักในสินทรัพย์ที่เสถียรกว่าอย่างทองคำ ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือพันธบัตรรัฐบาล รูปแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในทุกครั้งที่มีวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ขนาดใหญ่ โดย Siam Blockchain เคยรายงานว่า Bitcoin ETF เผชิญเงินไหลออกสูงสุดในรอบเดือน หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้นในปี 2567 ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม มุมมองระยะกลางและระยะยาวอาจแตกต่างออกไป เพราะหากสถานการณ์คลี่คลายได้อย่างรวดเร็วเหมือนที่เกิดขึ้นในกลางปี 2568 ตลาดคริปโตก็เคยพลิกกลับมาเป็นสีเขียวได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน โดยในครั้งนั้น Siam Blockchain รายงานว่า ตลาดพุ่งขึ้นยกแผงหลังประกาศสงบศึก สิ่งที่นักลงทุนต้องติดตามจึงไม่ใช่แค่ว่าสงครามเริ่มหรือไม่ แต่คือว่ามันจะยืดเยื้อแค่ไหนและจะลามไปถึงประเทศอื่นในภูมิภาคหรือเปล่า

บริบทที่กว้างขึ้นกับตลาดโลกที่กำลังเปราะบาง

ข่าวนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ตลาดการเงินโลกกำลังอ่อนแอเป็นพิเศษ เพราะก่อนหน้านี้ในสัปดาห์เดียวกัน Siam Blockchain ได้รายงานเรื่องการปลดพนักงานครั้งใหญ่ในสหรัฐฯ และบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่ง รวมถึงกองทุน Hedge Fund ที่เปิดสถานะ Short ในหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ การที่ปัจจัยเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ถูกซ้อนทับบนพื้นฐานตลาดที่เปราะบางอยู่แล้ว อาจทำให้แรงขายในตลาดคริปโตรุนแรงกว่าที่เคยเห็นในวิกฤตครั้งก่อน ๆ


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการปิดน่านฟ้าครั้งนี้เป็นสัญญาณที่น่าเป็นห่วงมากกว่าครั้งก่อน ๆ เพราะมันเกิดขึ้นในบริบทที่ตลาดการเงินโลกโดยรวมไม่ได้แข็งแกร่งเลย ความผันผวนในระยะสั้นน่าจะสูงมาก สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือ ท่าทีของสหรัฐฯ ว่าจะเข้าร่วมหรือสนับสนุนอิสราเอลในการโจมตีครั้งนี้หรือไม่ และอิหร่านจะตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในภูมิภาคหรือเปล่า ถ้าราคาน้ำมันพุ่งขึ้นหนักพร้อมกับสงครามที่ยืดเยื้อ นั่นอาจเป็นฝันร้ายของตลาดคริปโตในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปีนี้เลยก็ว่าได้