สรุปข่าว
- Paul Atkins ประธาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) คนปัจจุบัน กล่าวว่านโยบายคริปโตในยุค Gary Gensler คือ “โอกาสใหญ่ที่สหรัฐฯ พลาดไป”
- Atkins ยืนยันว่า SEC กำลังเร่งมือเต็มที่เพื่อชดเชยเวลาที่เสียไปในช่วงก่อนหน้า และปรับปรุงกรอบกฎระเบียบด้านคริปโตให้ดีขึ้น
- การส่งสัญญาณที่ชัดเจนจากหัวหน้า ก.ล.ต. บ่งชี้ถึงยุคใหม่ที่เป็นมิตรกับอุตสาหกรรมคริปโตมากขึ้น ซึ่งน่าจับตาว่าจะมีกฎใหม่ออกมาเมื่อใด
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่หัวหน้า ก.ล.ต. ออกมาวิจารณ์ยุคเก่าและส่งสัญญาณว่าจะเร่งปรับกฎระเบียบคริปโตเป็นเรื่องบวกต่อตลาดอย่างชัดเจน เพราะแสดงถึงทิศทางนโยบายที่เป็นมิตรกับอุตสาหกรรมมากขึ้น และอาจเปิดทางให้ผลิตภัณฑ์คริปโตหน้าใหม่ได้รับการอนุมัติเร็วขึ้น
เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2569 ตามรายงานจาก CoinDesk Paul Atkins ประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (ก.ล.ต. หรือ SEC) คนปัจจุบัน ได้ออกมาระบุว่านโยบายกำกับดูแลคริปโตในยุคของ Gary Gensler อดีตประธาน SEC คือ “โอกาสใหญ่ที่สหรัฐฯ พลาดไปอย่างน่าเสียดาย” พร้อมประกาศว่าขณะนี้ ก.ล.ต. กำลังเร่งมือเต็มที่เพื่อชดเชยเวลาที่เสียไป ถ้อยแถลงนี้นับเป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดจากผู้นำสูงสุดของหน่วยงานกำกับหลักทรัพย์อเมริกา ว่าทิศทางนโยบายคริปโตกำลังเข้าสู่ยุคใหม่อย่างเป็นทางการ
ยุค Gensler คือ “โอกาสที่สูญเปล่า” ในสายตา Atkins
ในช่วงที่ Gary Gensler ดำรงตำแหน่งประธาน ก.ล.ต. ระหว่างปี 2564 2568 นั้น หน่วยงานได้ใช้แนวทาง “กำกับผ่านการบังคับใช้กฎหมาย” (enforcement-first) ต่อภาคคริปโต ซึ่งส่งผลให้บริษัทและโครงการคริปโตจำนวนมากถูกฟ้องร้อง ตั้งแต่ Coinbase, Binance ไปจนถึง Ripple การที่ Atkins ออกมาวิจารณ์แนวทางดังกล่าวอย่างตรงไปตรงมาในฐานะประธานคนปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายในระดับองค์กรอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่คำพูดทางการเมือง
Atkins ซึ่งมีประวัติการทำงานที่เป็นมิตรกับอุตสาหกรรมการเงินมาโดยตลอด เคยแสดงจุดยืนมาก่อนหน้านี้แล้วว่าเขามองคริปโตในแง่บวก ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ‘พอล แอตกินส์’ ประธาน SEC กล่าวว่า เหรียญคริปโทฯ ส่วนใหญ่ไม่ใช่หลักทรัพย์ ซึ่งตรงข้ามกับจุดยืนของ Gensler ที่มองว่าโทเคนส่วนใหญ่เข้าข่ายหลักทรัพย์และอยู่ภายใต้อำนาจ ก.ล.ต.
เร่งชดเชยเวลาที่เสียไป กฎระเบียบใหม่กำลังมา
การที่ Atkins ใช้คำว่า “กำลังแข่งกับเวลาเพื่อชดเชยสิ่งที่เสียไป” บ่งชี้ถึงความเร่งด่วนที่ผู้นำ ก.ล.ต. รับรู้อยู่ ในบริบทที่ประเทศอื่น ๆ เช่น สหภาพยุโรปที่ออกกฎหมาย MiCA มาใช้บังคับแล้ว หรือสิงคโปร์และฮ่องกงที่พัฒนากรอบกำกับคริปโตล้ำหน้าสหรัฐฯ ไปหลายปี ถ้อยแถลงนี้จึงไม่ใช่แค่การวิจารณ์อดีต แต่เป็นการส่งสัญญาณว่าจะมีความเคลื่อนไหวในเชิงนโยบายตามมาอีกมาก
สิ่งที่นักลงทุนและผู้ประกอบการคริปโตควรจับตาในช่วงต่อจากนี้ ได้แก่ กรอบกฎระเบียบใหม่สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล แนวทางการจัดประเภทโทเคน รวมถึงความเป็นไปได้ที่ ก.ล.ต. จะผ่อนปรนกระบวนการอนุมัติผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง ETF หรือบัญชีคริปโตในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่าง 401(k) ซึ่งก่อนหน้านี้ Siam Blockchain เคยรายงานว่า Elizabeth Warren เตือน! ชาวอเมริกันเสี่ยงหมดตัวตอนแก่ หาก 401(k) ลงทุน Bitcoin ได้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการถกเถียงเรื่องนี้ยังคงร้อนแรงอยู่
มุมมองนักวิเคราะห์ต่อทิศทาง ก.ล.ต. ยุคใหม่
การส่งสัญญาณจากหัวหน้า ก.ล.ต. ในครั้งนี้สอดคล้องกับทิศทางโดยรวมของรัฐบาล Trump ที่ต้องการให้สหรัฐฯ เป็นศูนย์กลางคริปโตของโลก แต่สิ่งที่ตลาดรอดูอยู่คือ ไม่ใช่แค่ถ้อยคำ แต่คือความเร็วและรายละเอียดของกฎระเบียบที่จะออกมาจริง เพราะที่ผ่านมาสัญญาณเชิงบวกจากฝ่ายกำกับมีมาหลายครั้ง แต่กว่าจะเป็นกฎหมายที่บังคับใช้ได้จริงยังต้องผ่านกระบวนการอีกหลายขั้นตอน
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าถ้อยแถลงของ Atkins ครั้งนี้มีน้ำหนักมากกว่าที่เห็นในหน้าข่าว เพราะเป็นครั้งแรกที่ประธาน ก.ล.ต. นั่งวิจารณ์คนก่อนหน้าโดยตรงต่อสาธารณะในแง่นโยบาย ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว นั่นหมายความว่าเขาต้องการส่งสัญญาณชัด ๆ ว่าทิศทางจากนี้จะต่างออกไปจริง ๆ แต่สิ่งที่ควรระวังคือช่องว่างระหว่าง “เจตนา” กับ “การปฏิบัติ” เพราะแม้แต่ประธาน ก.ล.ต. ที่เป็นมิตรกับคริปโตก็ยังต้องทำงานภายใต้ข้อจำกัดทางกฎหมายที่มีอยู่ ถ้าอยากเห็นกฎใหม่จริง ๆ ก็ต้องรอดูว่าจะมีการออกกฎหมายผ่านรัฐสภาหรือเปล่า ซึ่งอาจใช้เวลานานกว่าที่หลายคนคาด

