สรุปข่าว
- อายาตอลเลาะห์ อาลีเรซา อาราฟี ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้นำเปลี่ยนผ่าน และรับมอบหมายหน้าที่ผู้นำสูงสุดอิหร่านชั่วคราว ภายหลังการเสียชีวิตของคาเมเนอี
- สถานการณ์สุญญากาศอำนาจในอิหร่านสร้างความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ขั้นสูงสุด เสี่ยงต่อการเพิ่มความตึงเครียดกับอิสราเอลและสหรัฐฯ
- จับตาว่าสภาผู้เชี่ยวชาญอิหร่านจะเลือกผู้นำสูงสุดถาวรคนใหม่อย่างไร และตลาดการเงินทั่วโลกจะตอบสนองต่อความเสี่ยงที่ยกระดับขึ้นแค่ไหน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การเปลี่ยนผ่านอำนาจในอิหร่านที่ยังไม่ชัดเจนเพิ่มความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์อีกชั้น นักลงทุนมีแนวโน้มหนีออกจากสินทรัพย์เสี่ยงสู่สินทรัพย์ปลอดภัย ราคาคริปโตอาจเผชิญแรงกดดันในระยะสั้นจนกว่าสถานการณ์จะชัดเจนขึ้น
เมื่อช่วงค่ำวันที่ 1 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย ตามรายงานจาก Coin Bureau อายาตอลเลาะห์ อาลีเรซา อาราฟี (Alireza Arafi) ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกของสภาผู้นำเปลี่ยนผ่าน (Transitional Leadership Council) และได้รับมอบหมายหน้าที่ผู้นำสูงสุดอิหร่านชั่วคราว ตามรายงานของสื่อท้องถิ่นอิหร่าน การตั้งผู้นำชั่วคราวนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการเสียชีวิตของอายาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ซึ่ง Siam Blockchain ได้รายงานก่อนหน้านี้ว่าเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล อ่านข่าวเดิม การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของอิหร่าน เนื่องจากคาเมเนอีดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดมานานกว่า 35 ปี
ใครคืออาราฟี และสภาผู้นำเปลี่ยนผ่านทำงานอย่างไร
อาลีเรซา อาราฟี เป็นนักวิชาการศาสนาชั้นสูงและเป็นที่รู้จักในฐานะผู้บริหารองค์กรการศึกษาศาสนาอิสลามของอิหร่าน เขาถูกมองว่าเป็นบุคคลที่มีความใกล้ชิดกับกลุ่มอนุรักษ์นิยมภายในระบบการปกครองของอิหร่าน อย่างไรก็ตาม บทบาทของเขาในฐานะ “ชั่วคราว” สะท้อนว่าระบบยังไม่พร้อมเลือกผู้สืบทอดถาวร
ตามรัฐธรรมนูญอิหร่าน เมื่อผู้นำสูงสุดเสียชีวิต หน้าที่จะถูกส่งต่อชั่วคราวให้คณะกรรมการที่ประกอบด้วยประธานาธิบดี หัวหน้าฝ่ายตุลาการ และสมาชิกสภาผู้พิทักษ์รัฐธรรมนูญ ขณะที่สภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) มีหน้าที่เลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ถาวร กระบวนการนี้อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน และอาจนำมาซึ่งการต่อสู้แย่งชิงอำนาจภายในระหว่างกลุ่มต่างๆ ในระบบการปกครองของอิหร่าน
ผลกระทบต่อตลาดคริปโตและสินทรัพย์เสี่ยง
การเปลี่ยนผ่านอำนาจที่ยังคลุมเครือในอิหร่านเป็นปัจจัยที่ตลาดการเงินทั่วโลกไม่ชอบที่สุด นั่นคือ “ความไม่แน่นอน” สถานการณ์สุญญากาศอำนาจเปิดทางให้เกิดได้หลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มแข็งกร้าวที่ต้องการตอบโต้อิสราเอลและสหรัฐฯ อย่างรุนแรงเพื่อรักษาหน้า หรือกลุ่มที่ต้องการเจรจาลดความตึงเครียดเพื่อรักษาเสถียรภาพในประเทศ ทั้งสองทิศทางล้วนมีความเป็นไปได้ในช่วงเวลานี้
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่าทองคำในรูปแบบโทเคนบนเชนพุ่งสูงเกิน $5,400 ต่อออนซ์ เนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขณะที่ตลาดดั้งเดิมยังปิดอยู่ ดู รายงานทองคำโทเคนไนซ์ และ รายงาน Hyperliquid ที่นักเทรดใช้ป้องกันความเสี่ยงจากน้ำมันและทองคำ นอกจากนี้ Polymarket มีเงินเดิมพันกว่า $50 ล้านในสัญญาที่เกี่ยวข้องกับสงครามอิหร่านและอนาคตของคาเมเนอี ตามรายงานก่อนหน้า สะท้อนว่าตลาดคาดการณ์ว่าความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังคงสูงและยังไม่สิ้นสุด
ในภาพรวม สถานการณ์ที่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงตึงเครียด โดย Siam Blockchain รายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันหลายลำหลีกเลี่ยงการผ่านช่องแคบ ตามรายงานช่องแคบฮอร์มุซ ความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันที่ยกระดับขึ้นจากการเมืองอิหร่านที่ผันผวนอาจส่งผลต่อเงินเฟ้อทั่วโลก ซึ่งในที่สุดกดดันให้ธนาคารกลางต้องคงนโยบายการเงินเข้มงวด กระทบต่อสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโตด้วย
ภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลางยังไม่นิ่ง จับตาสัปดาห์นี้
นอกจากการเปลี่ยนผ่านอำนาจในอิหร่านแล้ว บริบทรอบข้างยังคงซับซ้อน ซาอุดีอาระเบียประกาศเข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านตามรายงานก่อนหน้า ขณะที่สายการบินเอมิเรตส์ระงับเที่ยวบินจากดูไบชั่วคราวตามรายงานก่อนหน้า สัญญาณเหล่านี้ชี้ว่าประเทศในภูมิภาคยังไม่แน่ใจว่าสถานการณ์จะลุกลามมากน้อยแค่ไหน
ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามในระยะนี้ได้แก่ ท่าทีของกองทัพและกองกำลัง IRGC ของอิหร่านว่าจะยอมรับการเปลี่ยนผ่านอำนาจหรือไม่ ว่าจะมีการตอบโต้ทางทหารต่อไปอีกหรือเปล่า และกระบวนการเลือกผู้นำสูงสุดถาวรจะดำเนินไปในทิศทางใด เพราะทุกตัวแปรเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดในสัปดาห์ที่กำลังจะมาถึง
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการตั้งผู้นำชั่วคราวเป็นสัญญาณที่ “ทำให้สถานการณ์คาดเดาได้ยากขึ้น” ไม่ใช่ลดลง เพราะในช่วงสุญญากาศอำนาจแบบนี้ กลุ่มต่างๆ ในอิหร่านอาจพยายามแสดงความแข็งกร้าวเพื่อสร้างฐานทางการเมืองของตัวเอง ซึ่งเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่สมเหตุสมผลในช่วงนี้ สำหรับนักลงทุนคริปโต สิ่งที่น่าจับตาคือว่าตลาดหุ้นและน้ำมันจะเปิดตัวอย่างไร เพราะนั่นคือตัวชี้วัดว่าตลาดดั้งเดิมมองความเสี่ยงนี้หนักแค่ไหน และมักจะพาคริปโตไปในทิศทางเดียวกันในช่วงที่ตลาดกังวลเรื่องภูมิรัฐศาสตร์

