bitkub-banner

โรงกลั่นน้ำมันยักษ์ซาอุฯ โดนโดรนถล่ม หวั่นวิกฤตพลังงานฉุดตลาดดิ่ง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • โรงกลั่นน้ำมัน Ras Tanura ของ Saudi Aramco ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถูกโดรนโจมตีเมื่อค่ำวันที่ 2 มี.ค. 2569 ยังไม่ทราบรายละเอียดความเสียหายและผู้บาดเจ็บ
  • เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ตึงเครียดอยู่แล้ว หลังอิสราเอลเปิดฉากโจมตีเตหะรานและเป้าหมายต่างๆ ในอิหร่าน ขณะที่ราคาก๊าซธรรมชาติยุโรปพุ่งขึ้นแล้วกว่า 50%
  • ต้องจับตาว่าราคาน้ำมันดิบและตลาดสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงคริปโต จะปรับตัวอย่างไรในช่วงชั่วโมงต่อจากนี้ เพราะเหตุโดรนถล่ม Aramco ในปี 2019 ก็เคยสร้างแรงกระเทือนไปทั่วตลาดโลกมาแล้ว

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานขนาดใหญ่ในตะวันออกกลางมักกระตุ้น sentiment แบบ risk-off ทำให้นักลงทุนขายสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโต ยิ่งเกิดขึ้นพร้อมกับวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์หลายจุดในคืนเดียวกัน แรงกดดันขาลงในระยะสั้นยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 2 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย Saudi Aramco ได้ยืนยันว่าโรงกลั่นน้ำมัน Ras Tanura ซึ่งตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันออกของซาอุดีอาระเบียและเป็นหนึ่งในโรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถูกโดรนโจมตี ตามรายงานจาก Coin Bureau ที่เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว โดย ณ ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับความเสียหายหรือผู้บาดเจ็บ เหตุการณ์นี้เพิ่มความตึงเครียดให้กับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลางที่ร้อนแรงอยู่แล้ว และอาจส่งผลกระทบต่อตลาดสินทรัพย์ทั่วโลกรวมถึงตลาดคริปโตอย่างมีนัยสำคัญ

Ras Tanura คือหัวใจน้ำมันของโลก

โรงกลั่นน้ำมัน Ras Tanura เป็นหนึ่งในสิ่งอำนวยความสะดวกด้านพลังงานที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในจังหวัดทางตะวันออกของซาอุดีอาระเบีย ริมอ่าวเปอร์เซีย โรงกลั่นแห่งนี้รับผิดชอบการกลั่นน้ำมันดิบและส่งออกปิโตรเลียมจำนวนมหาศาลสู่ตลาดโลก ความเสียหายใดๆ ต่อโรงกลั่นแห่งนี้จึงมีศักยภาพที่จะกระทบห่วงโซ่อุปทานพลังงานทั่วโลกได้ทันที

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โครงสร้างพื้นฐานของ Saudi Aramco ตกเป็นเป้าหมาย ในเดือนกันยายน 2019 โรงกลั่นน้ำมัน Abqaiq และ Khurais ก็ถูกโดรนและขีปนาวุธโจมตีจนกำลังการผลิตน้ำมันของซาอุฯ หายไปกว่าครึ่งชั่วคราว ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นกว่า 15% ในคืนเดียว และตลาดการเงินทั่วโลกเข้าสู่โหมด risk-off อย่างรวดเร็ว

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในบริบทที่ตลาดคริปโตและตลาดการเงินโลกเปราะบางอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นแล้วกว่า 12% สู่ระดับ $75 ต่อบาร์เรล เมื่อตลาดฟิวเจอร์สสหรัฐฯ เปิดทำการ และ ราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปก็พุ่งขึ้นกว่า 50% หลังการหยุดผลิต LNG ของกาตาร์ การโจมตี Ras Tanura จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นอีก

ในแง่ตลาดคริปโต เหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ระดับนี้มักกระตุ้นให้นักลงทุนขายสินทรัพย์เสี่ยงออกมาก่อน โดยเฉพาะในช่วงที่ยังไม่ทราบขนาดของความเสียหาย Bitcoin ซึ่ง Siam Blockchain รายงานว่าเพิ่งปิดแท่งเทียนรายเดือนสีแดงเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกันในเดือน ก.พ. อาจเผชิญแรงกดดันขาลงเพิ่มเติมในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม Bitcoin ยังถูกมองจากบางฝ่ายว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงในยามวิกฤต ซึ่งยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในหมู่นักลงทุน

น่าสังเกตว่าก่อนหน้านี้ Siam Blockchain เคยรายงานว่า มูลค่าตลาดของ Bitcoin เคยแซงหน้า Saudi Aramco ขึ้นเป็นสินทรัพย์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลกมาแล้ว การโจมตีครั้งนี้จึงยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างความมั่นคงด้านพลังงาน ภูมิรัฐศาสตร์ และตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ตะวันออกกลางเดือดพร้อมกันหลายจุด

การโจมตีโรงกลั่น Ras Tanura เกิดขึ้นในคืนเดียวกับที่ Siam Blockchain รายงานว่า อิสราเอลเปิดฉากโจมตีเตหะรานและเป้าหมายต่างๆ ในอิหร่าน ในปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่ ความตึงเครียดหลายจุดที่เกิดขึ้นพร้อมกันนี้สร้างภาพที่น่ากังวลสำหรับเสถียรภาพของภูมิภาค ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอุปทานพลังงานโลก

นักวิเคราะห์ตลาดจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่ามีฝ่ายใดออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีหรือไม่ และรัฐบาลซาอุดีอาระเบียจะตอบสนองอย่างไร เพราะหากสถานการณ์ลุกลามบานปลาย ผลกระทบต่อราคาน้ำมัน เงินเฟ้อโลก และ sentiment ของตลาดการเงินรวมถึงคริปโต อาจรุนแรงกว่าที่คาดได้มาก


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าคืนนี้เป็นคืนที่ข่าวร้ายมากองรวมกันหลายเรื่องพร้อมกันเลย ทั้งอิสราเอลตีอิหร่าน ก๊าซยุโรปพุ่ง 50% น้ำมันขึ้น 12% และตอนนี้มาอีกเรื่องกับโรงกลั่น Aramco ในสถานการณ์แบบนี้ตลาดคริปโตมักปรับตัวลงก่อนแล้วค่อยรอดูสถานการณ์ที่ชัดเจนขึ้น สิ่งสำคัญที่ต้องจับตาคือจะมีใครอ้างความรับผิดชอบหรือไม่ และซาอุฯ จะตอบโต้อย่างไร เพราะตรงนั้นแหละที่จะบอกว่าสถานการณ์จะจบแค่นี้หรือจะลากยาว ยังไม่แนะนำให้ตัดสินใจอะไรบนข้อมูลที่ยังไม่ครบ รอความชัดเจนก่อนดีกว่าครับ