สรุปข่าว
- ราคา ETH ร่วงหนักกว่า 5.1% ในช่วงเวลาสั้น ๆ ลงมาแตะ $1,959.69 จากจุดสูงสุด 24 ชั่วโมงที่ $2,072 มูลค่าตลาดรวมเหลือเพียง 2.37 แสนล้านดอลลาร์
- แรงขายเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศตลาดคริปโตโดยรวมที่อ่อนแอ กระแสความกังวลด้านมหภาคจากท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ และแรงกดดันจากเงินทุนไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยง
- ราคาปัจจุบันอยู่ในช่วงล่างของกรอบการแกว่งตัว $1,820 $2,100 ที่ ETH ติดอยู่นานกว่าหนึ่งเดือน นักวิเคราะห์จับตาว่าราคาจะสามารถยืนเหนือแนวรับบริเวณ $1,940 ได้หรือไม่
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การร่วงลงกว่า 5% ครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ ETH ยังไม่สามารถหลุดออกจากกรอบแกว่งตัวได้ และยังอยู่ในวัฏจักรขาลงระยะยาวที่เริ่มต้นตั้งแต่ปลายปี 2568 แรงขายที่ถาโถมลงมาในลักษณะนี้ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่ราคาจะทดสอบแนวรับส่วนล่างของกรอบ ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนเป็นขาลงในระยะสั้น
ราคา Ethereum (ETH) ดิ่งลงอย่างรุนแรงในวันที่ 3 มี.ค. 2569 โดยร่วงหนักกว่า 5.1% ภายในช่วงเวลาสั้น ๆ จากจุดสูงสุดของวันที่ $2,072 ลงมาแตะระดับต่ำสุดที่ $1,923.84 ก่อนจะดีดกลับมาซื้อขายบริเวณ $1,959.69 ในขณะที่รายงาน ความเสียหายครั้งนี้กินพื้นที่กว่า $148 ในเวลาไม่นาน และทำให้มูลค่าตลาดรวมของ ETH หดตัวลงมาเหลือเพียง 2.37 แสนล้านดอลลาร์ ท่ามกลางปริมาณการซื้อขายที่พุ่งขึ้นมาสูงถึง 5.35 หมื่นล้านดอลลาร์ในรอบ 24 ชั่วโมง

สิ่งที่น่ากังวลไปกว่าตัวเลขเพียงอย่างเดียวคือบริบทที่การร่วงครั้งนี้เกิดขึ้น ETH ร่วงลงมาจากจุดสูงสุดของวงจรใกล้ $4,829 ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2568 ไปแล้วกว่า 59% และยังไม่มีสัญญาณการกลับตัวที่ชัดเจน การดิ่งครั้งล่าสุดนี้จึงไม่ใช่แค่การปรับตัวปกติ แต่คือแรงกดดันเพิ่มเติมในตลาดที่กำลังแบกรับความเจ็บปวดสะสมมาหลายเดือน
โดมิโนที่ล้มต่อกัน เกิดอะไรขึ้นก่อนราคาพัง
ก่อนที่ราคาจะดิ่งลง ETH กำลังพยายามยืนเหนือโซนต้านแนวสำคัญบริเวณ $2,050 $2,100 มาหลายสัปดาห์ แต่ทุกครั้งที่ราคาพยายามยืนเหนือโซนนี้ แรงขายก็กลับเข้ามากดดันซ้ำโดยตลอด จนในที่สุดแรงซื้อก็เริ่มหมดแรงสู้ และเมื่อราคาหลุดลงมาต่ำกว่า $2,000 แรงขายก็ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ปัจจัยเร่งปฏิกิริยามาจากหลายทิศทางพร้อมกัน บรรยากาศมหภาคยังคงกดดันสินทรัพย์เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ทำให้นักลงทุนสถาบันยังลังเลที่จะเพิ่มสัดส่วนการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล ขณะเดียวกัน กระแสเงินไหลออกจากกองทุน ETF ที่ติดตามราคา ETH ก็ยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัวที่แข็งแกร่งพอที่จะพยุงราคาได้ เมื่อแนวรับทางจิตวิทยาที่ $2,000 หลุดลงไป แรงขายที่ถูกกักเก็บไว้ก็ถาโถมออกมาพร้อมกัน ทำให้ราคาร่วงลงอย่างรวดเร็ว
ประเมินความเสียหาย ตัวเลขที่บอกว่าหนักแค่ไหน
การร่วงลงกว่า 5.1% ในรอบสั้นถือว่ารุนแรงในบริบทของตลาดที่กำลังแกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบ มูลค่าตลาดรวมของ ETH หายไปหลายพันล้านดอลลาร์ภายในช่วงเวลาเดียว ปริมาณการซื้อขาย 24 ชั่วโมงที่พุ่งขึ้นมาสูงถึง 5.35 หมื่นล้านดอลลาร์สะท้อนให้เห็นว่ามีการล้างพอร์ตของนักเล่นฟิวเจอร์สเกิดขึ้นในวงกว้าง แรงขายที่ขนาดนี้มักมาพร้อมกับการล้างพอร์ตสถานะ Long จำนวนมากบนกระดานเทรดอนุพันธ์รายใหญ่
เมื่อเทียบกับภาพรวมระยะยาว ความเจ็บปวดสะสมของผู้ถือ ETH นั้นหนักหน่วงมาก ราคาปัจจุบันที่ $1,959.69 ยังห่างจากจุดสูงสุดวงจรที่ $4,829 ถึงกว่า 59% ซึ่งหมายความว่าผู้ที่ซื้อในช่วงขาขึ้นปี 2568 กำลังถือสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเหลือไม่ถึงครึ่ง ดัชนีความกลัวในตลาดคริปโตโดยรวมปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เปราะบางของนักลงทุนในช่วงนี้
สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือโครงสร้างราคาระยะกลางที่ยังคงเป็น high ต่ำลงเรื่อย ๆ และ low ต่ำลงเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่ราคาพยายามดีดกลับขึ้นไปบริเวณ $2,050 $2,100 ก็มักถูกแรงขายดักรอกดกลับลงมา ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่นักวิเคราะห์เทคนิคมองว่าเป็นสัญญาณของตลาดขาลงที่ยังไม่สิ้นสุด
ทางข้างหน้า ราคาจะไปถึงจุดไหนก่อนจะฟื้นตัวได้
หลังจากแรงขายถาโถมครั้งนี้ สิ่งที่นักลงทุนต้องจับตามองคือความสามารถของราคาในการยืนเหนือแนวรับสำคัญในกรอบล่างของช่วงแกว่งตัว บริเวณ $1,853 และ $1,820 คือโซนที่ ETH เคยพบแรงซื้อเข้ามารองรับในช่วงที่ผ่านมา หากราคาสามารถยืนเหนือระดับเหล่านี้ได้และเริ่มสร้างฐานกลับขึ้นมา ก็อาจเป็นสัญญาณเบื้องต้นว่าแรงขายกำลังหมดแรง แต่ถ้าหลุดลงไป สถานการณ์ก็จะยิ่งซับซ้อนขึ้น
ในมุมของปัจจัยพื้นฐาน การฟื้นตัวที่ยั่งยืนของ ETH ต้องการมากกว่าแค่แนวรับทางเทคนิค ตลาดกำลังรอสัญญาณที่ชัดเจนจากธนาคารกลางสหรัฐฯ ว่าวัฏจักรดอกเบี้ยสูงกำลังจะสิ้นสุดลง รวมถึงกระแสเงินทุนไหลเข้ากองทุน ETF ที่ต้องกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง และการพัฒนาระบบนิเวศของ Ethereum เองที่ต้องดึงดูดนักพัฒนาและผู้ใช้งานกลับเข้ามา ประวัติศาสตร์บอกว่าการฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดของวงจรต้องใช้เวลาเป็นเดือนหรือแม้แต่เป็นไตรมาส ไม่ใช่สัปดาห์
ความเห็นผู้เขียน
ในมุมมองของผม การร่วงครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจถ้าเราดูภาพใหญ่ ETH อยู่ในวัฏจักรขาลงมาเกือบ 3 เดือนแล้วนับจากจุดสูงสุดที่เกือบ $4,829 และยังไม่มีสัญญาณการกลับตัวที่แข็งแกร่งพอให้เชื่อมั่นได้ การที่ราคาพยายามยืนเหนือ $2,000 แล้วร่วงลงมาอีกครั้งในลักษณะนี้ สะท้อนว่าแรงซื้อยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะเปลี่ยนทิศทางของตลาดได้จริง
สิ่งที่ผมจะจับตามองใน 24 48 ชั่วโมงข้างหน้าคือพฤติกรรมของราคาหลังจากแรงขายถาโถมครั้งนี้ ถ้าราคาสามารถกลับขึ้นมาและยืนเหนือ $1,980 $2,000 ได้อย่างมั่นคง ก็อาจเป็นสัญญาณว่าแรงขายรอบนี้จบลงแล้ว แต่ถ้ายังคงอ่อนแอและไม่สามารถฟื้นตัวได้ ก็ต้องเฝ้าระวังโซนแนวรับถัดไปในกรอบล่างของช่วงแกว่งตัวอย่างใกล้ชิด
สำหรับคนที่ถือ ETH อยู่ในตอนนี้ ผมอยากให้ยึดสติและอย่าตัดสินใจด้วยอารมณ์กลัว บรรยากาศแบบนี้มักทำให้เกิดการขายตัดใจในจุดที่เจ็บปวดที่สุด ที่สำคัญที่สุดคือต้องติดตามปัจจัยมหภาคอย่างใกล้ชิด เพราะตอนนี้ทิศทางของ ETH ผูกติดกับความเคลื่อนไหวของตลาดการเงินโดยรวมมากกว่าปัจจัยภายในของ Ethereum เองเสียอีก
คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
