bitkub-banner

หุ้นเกาหลีดิ่ง 7% เลวร้ายสุดรอบ 19 เดือน ฟิวเจอร์สสหรัฐฯ แดงหนัก คริปโตร่วงตาม

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ตลาดหุ้นโซลปิดร่วง 7% ถือเป็นวันที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 19 เดือน สร้างแรงกดดันต่อตลาดการเงินทั่วโลก
  • ฟิวเจอร์สหรัฐฯ ร่วงลึกพร้อมกัน ขณะที่ตลาดคริปโตถูกกดดันและทดสอบแนวรับระดับล่าง
  • การร่วงครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และปัจจัยมหภาคหลายอย่างพร้อมกัน ต้องจับตาว่าแนวรับสำคัญของ Bitcoin จะยืนหยัดได้หรือไม่

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การร่วงของตลาดหุ้นโซล 7% พร้อมกับฟิวเจอร์สหรัฐฯ ที่ติดลบหนักเป็นสัญญาณของการหนีความเสี่ยงในวงกว้าง นักลงทุนมักเทขายสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึง Bitcoin และ Altcoin ในช่วงที่ตลาดดั้งเดิมเจ็บปวดหนัก ส่งผลให้แรงขายคริปโตในระยะสั้นอาจรุนแรงขึ้นอีก

เมื่อคืนวันที่ 3 มี.ค. 2569 ตามรายงานจาก Crypto Rover ตลาดหุ้นโซล (Seoul Stock Exchange) ปิดการซื้อขายร่วงลงถึง 7% นับเป็นวันที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 19 เดือน พร้อมกันนั้น ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ก็ร่วงลึกอยู่ในแดนลบอย่างหนัก ขณะที่ตลาดคริปโตเองก็ถูกแรงขายกดดันและกำลังทดสอบแนวรับระดับล่างอยู่ในเวลาเดียวกัน สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าความกังวลของนักลงทุนกำลังแผ่กระจายออกไปในทุกตลาดทั่วโลกพร้อมกัน

ภาพกราฟแสดงตลาดหุ้นดิ่งลงอย่างรุนแรงพร้อมเทียนแดง (candlestick) และลูกศรชี้ลงแสดงถึงการปรับตัวลงของตลาดหลักทรัพย์เกาหลีและตลาดสัญญาฟิวเจอร์สสหรัฐฯ
ภาพกราฟแสดงตลาดหุ้นดิ่งลงอย่างรุนแรงพร้อมเทียนแดง (candlestick) และลูกศรชี้ลงแสดงถึงการปรับตัวลงของตลาดหลักทรัพย์เกาหลีและตลาดสัญญาฟิวเจอร์สสหรัฐฯ (ภาพจาก: @CryptoRover)

ทำไมตลาดโซลถึงดิ่งหนักขนาดนี้

การร่วงของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางพายุปัจจัยมหภาคหลายลูกที่ซัดเข้ามาพร้อมกัน ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้น และความไม่แน่นอนเรื่องนโยบายการค้าระหว่างประเทศ ตลาดเอเชียโดยเฉพาะเกาหลีใต้และญี่ปุ่นมักได้รับผลกระทบในช่วงแรก เนื่องจากเป็นตลาดที่เปิดก่อนตลาดสหรัฐฯ ทำให้เป็น “ตัวชี้นำ” สำหรับทิศทางของตลาดในวันนั้น

การที่ตลาดร่วงหนักถึง 7% ในวันเดียวถือว่าผิดปกติมาก เพราะในภาวะปกติตลาดหุ้นมักเคลื่อนไหวไม่เกิน 1-2% ต่อวัน การร่วง 7% บ่งชี้ว่ามีแรงขายที่หนักและรวดเร็วผิดปกติ ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อนักลงทุนสถาบันและรายย่อยต่างเทขายพร้อมกันโดยไม่มีผู้ซื้อรองรับเพียงพอ

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

ตลาดคริปโตไม่ได้อยู่เหนือแรงกดดันครั้งนี้ เมื่อตลาดหุ้นดั้งเดิมร่วงหนัก นักลงทุนมักเทขายสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงทุกประเภทพร้อมกัน รวมถึง Bitcoin, Ethereum และ Altcoin เพื่อแปลงเป็นเงินสดหรือสินทรัพย์ปลอดภัย ทำให้แนวรับสำคัญของ Bitcoin กำลังถูกทดสอบอยู่ในขณะนี้

สถานการณ์นี้ยิ่งน่าเป็นห่วงเมื่อพิจารณาจากบริบทที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Bitcoin ปิดแท่งเทียนรายเดือนสีแดงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 ในเดือนกุมภาพันธ์ ร่วงถึง 15% และยังมีรายงานเรื่อง ราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปพุ่ง 50% รวมถึง สายการบินยกเลิกเที่ยวบินกว่า 41% ไปยังตะวันออกกลาง ซึ่งล้วนเป็นสัญญาณของความตึงเครียดในระดับโลกที่สะสมมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลที่น่าสังเกตจากสัปดาห์ที่ผ่านมา นั่นคือ กองทุนคริปโตมีเงินไหลเข้า 1 พันล้านดอลลาร์ หลังจากไหลออกต่อเนื่อง 5 สัปดาห์ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าบางส่วนของตลาดยังมีแรงซื้อจากสถาบันอยู่

สัญญาณที่ต้องจับตาต่อจากนี้

นักลงทุนควรจับตาทิศทางของฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพราะถ้าตลาดวอลล์สตรีทเปิดในแดนลบหนักตามที่ฟิวเจอร์สบ่งชี้ แรงขายในตลาดคริปโตก็มีโอกาสรุนแรงขึ้นอีก ในทางกลับกัน ถ้าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวได้บางส่วนในช่วงกลางวัน แรงขายในคริปโตก็อาจลดลงตาม ปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางในระยะสั้นคือท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ต่อสถานการณ์นี้ และพัฒนาการทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงร้อนแรงอยู่

แม้บรรยากาศตลาดขณะนี้จะเต็มไปด้วยความกลัว แต่นักวิเคราะห์บางส่วนชี้ว่าช่วงที่ตลาดดิ่งหนักเหล่านี้มักเป็นจุดที่นักลงทุนระยะยาวเริ่มสนใจสะสม ดังที่เห็นจากรายงาน ลูกค้า BlackRock ซื้อ Bitcoin มูลค่าเกือบ 7.7 แสนล้านดอลลาร์ ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งบ่งชี้ว่าสถาบันบางแห่งกำลังมองหาโอกาสซื้อในช่วงที่ตลาดอ่อนแอ


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการดิ่งของตลาดโซล 7% ในวันเดียวนั้นน่าเป็นห่วงมาก เพราะมันไม่ใช่แค่ความผันผวนปกติ แต่เป็นสัญญาณว่าตลาดกำลังย่อย “ข่าวร้าย” หลายอย่างพร้อมกัน ทั้งเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ พลังงาน และความไม่แน่นอนเชิงนโยบาย สำหรับนักลงทุนคริปโต สิ่งที่ต้องระวังในตอนนี้คืออย่าใช้ leverage สูง เพราะในตลาดที่ผันผวนแบบนี้ ล้างพอร์ตสามารถเกิดขึ้นได้เร็วมาก สิ่งที่ผู้เขียนจะจับตาดูในช่วงนี้คือว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะเปิดแล้วฟื้นขึ้นมาได้หรือไม่ ถ้าฟื้นได้ คริปโตก็มีโอกาสเด้งกลับ แต่ถ้ายังแดงต่อเนื่อง ก็ต้องเตรียมรับมือกับแรงขายรอบใหม่