สรุปข่าว
- รัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่ของอิหร่านถูกลอบสังหาร เพียง 24 ชั่วโมงหลังรับตำแหน่งต่อจากผู้ดำรงตำแหน่งก่อนหน้าที่ก็ถูกลอบสังหารเช่นกัน
- เหตุการณ์ต่อเนื่องนี้บ่งชี้ถึงปฏิบัติการลับที่มีความแม่นยำสูงในการกำจัดผู้นำระดับสูงของอิหร่าน ซึ่งส่งสัญญาณถึงการยกระดับความขัดแย้งอย่างรุนแรง
- ต้องจับตาว่าอิหร่านจะตอบโต้อย่างไร และตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกรวมถึงคริปโตจะได้รับแรงเทขายหนักแค่ไหนในระยะสั้น
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การลอบสังหารรัฐมนตรีกลาโหมอิหร่านสองรายติดต่อกันในเวลาไล่เลี่ยกัน เป็นสัญญาณของการยกระดับความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างรุนแรง กระตุ้นให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงหันหาสินทรัพย์ปลอดภัยแทน ในช่วงที่ตลาดโลกมีความผันผวนสูงอยู่แล้วจากวิกฤตพลังงานและการโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน ข่าวนี้ยิ่งเพิ่มแรงกดดันขาลงต่อราคา Bitcoin และคริปโตในระยะสั้น
เมื่อช่วงค่ำวันที่ 3 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย ตามรายงานจาก Crypto Rover รัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่ของอิหร่านถูกลอบสังหาร โดยเกิดขึ้นเพียง 24 ชั่วโมงหลังจากที่เขารับตำแหน่งต่อจากผู้ดำรงตำแหน่งก่อนหน้าที่ก็ถูกลอบสังหารเช่นกัน ถือเป็นการเร่งระดับความรุนแรงอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในสถานการณ์ตะวันออกกลาง เหตุการณ์นี้บ่งชี้ถึงปฏิบัติการลับที่มีความแม่นยำสูง และเพิ่มความน่าจะเป็นที่ความขัดแย้งจะบานปลายสู่สงครามเปิดอย่างมีนัยสำคัญ นับเป็นวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งคลื่นกระแทกไปยังตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
ปฏิบัติการต่อเนื่องที่ไม่มีใครหยุดได้
ประวัติศาสตร์แทบไม่มีบันทึกเหตุการณ์ที่รัฐมนตรีในระดับเดียวกันถูกลอบสังหารสองรายติดต่อกันในห้วงเวลาสั้นขนาดนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นส่อให้เห็นว่าผู้ก่อเหตุมีข้อมูลข่าวกรองระดับสูง สามารถระบุและกำจัดเป้าหมายได้รวดเร็วเกินกว่าที่ฝ่ายอิหร่านจะรับมือได้ทัน ปฏิบัติการในลักษณะนี้มักมาพร้อมกับความไม่แน่นอนสูงในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการตอบโต้ทางทหาร การเจรจาทางการทูต หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจภายในอิหร่านเอง
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ท่าเรือฟูไจราห์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ถูกระเบิด ซึ่งเป็นเส้นทางส่งออกน้ำมันสำรองหลักของภูมิภาค ขณะที่ โรงกลั่นน้ำมัน Ras Tanura ของ Saudi Aramco ก็ถูกโดรนโจมตี และ สายการบินยกเลิกเที่ยวบินสู่ตะวันออกกลางกว่า 41% แล้ว ทำให้การลอบสังหารครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำว่าวิกฤตในภูมิภาคนี้กำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต
ในสถานการณ์ที่ความไม่แน่นอนพุ่งสูงอย่างนี้ ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงมักปรับตัวลงก่อน แล้วค่อยคิดทีหลัง Bitcoin และคริปโตที่เหลือไม่ได้ถูกยกเว้น โดยเฉพาะในสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งตลาดรับข่าวร้ายซ้ำซ้อนทั้งจากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น ราคาก๊าซธรรมชาติยุโรปที่ พุ่งสูงถึง 54% ในวันเดียว รวมถึง ตลาดหุ้นโซลที่ดิ่งลง 7% ซึ่งถือเป็นวันที่แย่ที่สุดในรอบ 19 เดือน ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังส่งสัญญาณทางอ้อมมายังตลาดคริปโต ผ่านการที่ เงินทุนไหลออกจากกระดานเทรดของอิหร่านพุ่งขึ้นกว่า 700% หลังการโจมตีทางอากาศที่กรุงเตหะราน
อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ ในบางสถานการณ์วิกฤตทางภูมิรัฐศาสตร์ นักลงทุนส่วนหนึ่งมองว่า Bitcoin เป็นสินทรัพย์กันความเสี่ยงรูปแบบใหม่ ซึ่งอาจดึงเงินทุนบางส่วนจากประเทศที่ได้รับผลกระทบโดยตรงเข้าสู่ระบบ อย่างที่เห็นจากการไหลออกของเงินทุนจากอิหร่านเข้าสู่ คริปโต แต่ในภาพรวม แรงขายจากนักลงทุนสถาบันและตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงมีน้ำหนักมากกว่า
ต้องจับตาอะไรต่อจากนี้
คำถามสำคัญที่สุดในขณะนี้คืออิหร่านจะตอบโต้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการปิดช่องแคบฮอร์มุซ การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของชาติตะวันตกหรือพันธมิตร หรือการเร่งโครงการนิวเคลียร์ ทุกสถานการณ์ล้วนมีนัยยะต่อตลาดพลังงานโลกและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ตลาดการเงินต้องตีราคา นักลงทุนควรติดตามคำแถลงจากรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด หลังจากที่ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้กล่าวต่อชาติเรื่องอิหร่าน ไปก่อนหน้านี้แล้ว
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเหตุการณ์นี้หนักมาก ลองคิดดูว่าถ้ารัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่โดนลอบสังหารภายใน 24 ชั่วโมงหลังรับตำแหน่ง มันสะท้อนให้เห็นว่าฝ่ายที่ก่อเหตุมีข้อมูลและความสามารถในระดับที่น่ากลัวมาก ในมุมตลาดคริปโต ผู้เขียนมองว่าช่วงนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะ “เทรดสวนกระแส” เพราะข่าวร้ายยังไม่มีวี่แววว่าจะหยุด ตั้งแต่โรงกลั่นถูกโจมตี ท่าเรือระเบิด และตอนนี้รัฐมนตรีโดนลอบสังหาร สิ่งที่ควรจับตาคือถ้าอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ นั่นอาจเป็นทริกเกอร์ที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งและตลาดคริปโตร่วงหนักกว่านี้อีก ส่วนถ้าเกิดการเจรจาสงบศึกขึ้นมาเมื่อไหร่ นั่นถึงจะเป็นสัญญาณที่น่าสนใจสำหรับการฟื้นตัว

