สรุปข่าว
- Trump ประชุมลับกับ Brian Armstrong ซีอีโอ Coinbase ก่อนจะออกมาวิจารณ์ธนาคารที่ขัดขวางกฎหมายคริปโต Clarity Act ในรัฐสภา
- การพบกันแบบเงียบๆ ครั้งนี้ส่งสัญญาณชัดว่าทำเนียบขาวกำลังประสานงานกับภาคอุตสาหกรรมคริปโตโดยตรง เพื่อเร่งผลักดันนโยบาย
- ต้องจับตาว่า Clarity Act จะผ่านสภาได้หรือไม่ และท่าทีของธนาคารใหญ่จะเปลี่ยนไปหลังถูก Trump กดดันสาธารณะ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่ Trump ประชุมกับซีอีโอ Coinbase เป็นการส่วนตัวก่อนออกมากดดันธนาคารในที่สาธารณะ แสดงให้เห็นว่าทำเนียบขาวพร้อมใช้แรงกดดันทางการเมืองเพื่อดันกฎหมายคริปโตให้ผ่าน หากกฎหมาย Clarity Act ผ่านได้จริง ตลาดคริปโตจะได้รับกรอบกฎระเบียบที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อราคาในระยะยาว
ตามรายงานจาก Coin Bureau เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2569 ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี Donald Trump ได้ประชุมส่วนตัวกับ Brian Armstrong ซีอีโอของ Coinbase กระดานเทรดคริปโตรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ก่อนที่จะออกมาวิจารณ์ธนาคารพาณิชย์ต่อสาธารณะในเรื่องที่พวกเขาขัดขวางการผ่านกฎหมายคริปโต Clarity Act ในรัฐสภา ลำดับเหตุการณ์นี้บ่งชี้ว่า Trump ไม่ได้แค่พูดเพื่อสนับสนุนคริปโตอย่างลอยๆ แต่มีการวางแผนร่วมกับผู้นำอุตสาหกรรมมาก่อนล่วงหน้า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่แข็งแกร่งว่าทำเนียบขาวพร้อมเดินหน้าผลักดันนโยบายสนับสนุนคริปโตอย่างจริงจัง
ทำเนียบขาวจับมืออุตสาหกรรมคริปโตโดยตรง
การที่ Trump เลือกนัดพบ Brian Armstrong แบบส่วนตัวก่อนออกมาวิจารณ์ธนาคารในที่สาธารณะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันแสดงให้เห็นว่ามีการประสานงานกันอย่างเป็นระบบระหว่างทำเนียบขาวกับผู้นำอุตสาหกรรมคริปโต ซึ่งต่างจากการประกาศนโยบายแบบเดิมที่มักทำฝ่ายเดียว
Armstrong เป็นหนึ่งในซีอีโอด้านคริปโตที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาล Trump มาโดยตลอด ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Armstrong ชี้ว่า Trump กำลังบังคับให้ทุกคนเล่นตามเกมของเขา และ เคยชี้ว่าวิกฤตหนี้สหรัฐฯ อาจทำให้ Bitcoin ขึ้นมาเป็นสกุลเงินหลักของโลก ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นนี้ทำให้การพบกันครั้งล่าสุดมีน้ำหนักมากกว่าแค่การพูดคุยทั่วไป
ธนาคารใหญ่คือกำแพงหลักที่กีดขวาง Clarity Act
ประเด็นที่ Trump ออกมาวิจารณ์คือการที่ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ต่อต้านการผ่านกฎหมาย Clarity Act ซึ่งเป็นกฎหมายที่จะกำหนดกรอบการกำกับดูแลตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ อย่างครบถ้วน กฎหมายนี้ถูกมองว่าเป็นหัวใจสำคัญของนโยบายคริปโตของรัฐบาล Trump แต่ยังติดขัดในรัฐสภามาหลายเดือนแล้ว
Jamie Dimon ซีอีโอของ JPMorgan เป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจการเงินที่ออกมาตั้งคำถามต่อนโยบายคริปโตหลายครั้ง โดย Siam Blockchain เคยรายงานว่า Dimon ต้องการให้ Stablecoin ที่จ่ายดอกเบี้ยถูกกำกับดูแลเหมือนธนาคาร ซึ่งสวนทางกับทิศทางที่ทำเนียบขาวต้องการอย่างชัดเจน
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า โอกาสผ่านของ Clarity Act บนตลาด Polymarket พุ่งขึ้นถึง 72% หลัง Trump ออกมาแสดงการสนับสนุนอย่างเปิดเผย และการประชุมลับกับ Armstrong ก็ยิ่งตอกย้ำว่า Trump ไม่ได้แค่พูดเพื่อโชว์ แต่กำลังขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างจริงจังในเบื้องหลังด้วย
ความเคลื่อนไหวนี้หมายความว่าอะไรต่อตลาดคริปโต
หาก Trump สามารถกดดันธนาคารจนยอมถอยและ Clarity Act ผ่านสภาได้ นั่นจะเท่ากับเป็นการเปิดประตูให้สถาบันการเงินทั่วโลกเข้ามาในตลาดคริปโตได้อย่างเต็มที่ภายใต้กรอบกฎหมายที่ชัดเจน ซึ่งเป็นสิ่งที่อุตสาหกรรมรอคอยมานานหลายปี
อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามว่าแรงกดดันของ Trump จะพอเพียงในการเปลี่ยนใจธนาคารพาณิชย์ที่มีล็อบบี้ยิสต์แน่นในวอชิงตันหรือไม่ บทเรียนจาก GENIUS Act ที่เป็นกฎหมาย Stablecoin ฉบับแรกที่ Trump ลงนามชี้ให้เห็นว่าการผ่านกฎหมายคริปโตในสหรัฐฯ ต้องใช้เวลาและการต่อรองหนักกว่าที่คาด
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการที่ Trump นัดพบ Armstrong แบบลับก่อนออกมากดดันธนาคารสาธารณะเป็นสัญญาณที่น่าสนใจมาก มันแสดงให้เห็นว่ามีกลยุทธ์อยู่เบื้องหลัง ไม่ใช่แค่คำพูดโชว์ แต่สิ่งที่ต้องจับตาคือฝั่งธนาคารจะยืนหยัดได้นานแค่ไหนภายใต้แรงกดดันจากทำเนียบขาว และในขณะเดียวกัน การที่ซีอีโอของบริษัทคริปโตรายใหญ่มีช่องทางตรงถึงประธานาธิบดี ก็อาจทำให้คนตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใสของนโยบายได้เช่นกัน ขอให้ติดตามความคืบหน้าของ Clarity Act ในรัฐสภาต่อไป เพราะถ้าผ่านได้จริงน่าจะเป็นตัวเร่งสำคัญสำหรับตลาดคริปโตช่วงครึ่งปีหลัง
