bitkub-banner

ETH พุ่งกว่า 5% แตะ $2,085 แต่แนวต้าน $2,100 จะผ่านไหม?

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ราคา ETH พุ่งขึ้นกว่า 5.08% มาแตะ $2,085.95 ในวันที่ 4 มี.ค. 2569 โดยมี Market Cap รวมกว่า 2.51 แสนล้านดอลลาร์
  • แรงซื้อหนุนท่ามกลางปริมาณซื้อขาย 24 ชั่วโมงสูงถึง 2.68 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่ราคายังวนอยู่ในกรอบ $1,850-$2,100 ที่เคยเป็นพื้นที่แกว่งตัวมานานกว่าเดือน
  • จุดชี้ขาดอยู่ที่แนวต้าน $2,100 หากทะลุผ่านพร้อมปริมาณซื้อขายหนาแน่นจะเปลี่ยนโครงสร้างตลาดระยะกลางได้ แต่ถ้าราคาหมดแรงในโซนนี้อีกครั้ง อาจเห็นการย่อตัวกลับลงใต้ $2,000

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

การดีดตัวครั้งนี้เป็นบวกระยะสั้น แต่ยังเกิดขึ้นภายในกรอบการแกว่งตัวเดิมที่ ETH ติดอยู่มาตลอดเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยยังไม่มีการยืนยันว่าโครงสร้างขาลงระยะยาวจากจุดสูงสุด $4,829 สิ้นสุดลงแล้ว

ราคา Ethereum (ETH) ดีดตัวพุ่งแรงขึ้นกว่า 5.08% มาแตะ $2,085.95 ในวันที่ 4 มี.ค. 2569 หลังจากแตะจุดต่ำสุดในรอบวันที่ $1,936.81 ก่อนจะพลิกกลับขึ้นอย่างรวดเร็ว การขยับในครั้งนี้ทำให้ ETH เกือบแตะจุดสูงสุดรอบวันที่ $2,082.95 และทำให้ Market Cap ของ ETH พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 2.51 แสนล้านดอลลาร์ พร้อมปริมาณซื้อขายใน 24 ชั่วโมงที่คึกคักถึง 2.68 หมื่นล้านดอลลาร์ สะท้อนให้เห็นว่าแรงซื้อกลับเข้ามาอย่างหนักในช่วงเวลานี้

ETH 4H price chart

อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบริบทตลาดที่ซับซ้อน เพราะ ETH ยังอยู่ในช่วงการแกว่งตัวภายในกรอบ $1,850-$2,100 ที่ดำเนินมาตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 หลังจากถูกเทขายหนักลงไปแตะ $1,821 ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดในรอบหลายเดือน

ผลกระทบต่อผู้ถือครองระยะยาว

สำหรับนักลงทุนที่ถือครอง ETH มาตั้งแต่ช่วงที่ราคาพุ่งขึ้นไปใกล้ $4,829 ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2568 การดีดตัวครั้งนี้ยังไม่ได้เปลี่ยนภาพรวมของพอร์ตโฟลิโอมากนัก เพราะราคาปัจจุบันยังคงต่ำกว่าจุดสูงสุดนั้นกว่า 57% การฟื้นตัวในระดับนี้เป็นเพียงการดีดกลับภายในกรอบซึ่งเห็นมาแล้วหลายครั้งในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา

ในแง่ของกลยุทธ์การลงทุนแบบทยอยซื้อสะสม (DCA) บรรดาผู้ที่ทำมาตลอดช่วงขาลงอาจเริ่มเห็นราคาต้นทุนเฉลี่ยเข้าใกล้ราคาปัจจุบันมากขึ้น แต่ยังต้องติดตามดูว่าโครงสร้างตลาดจะเปลี่ยนทิศทางได้จริงหรือไม่ เพราะโครงสร้างระยะยาวยังเป็นชุดของ higher high และ lower low ที่ชี้ถึงแนวโน้มขาลงที่ยังไม่สิ้นสุด

มุมมองจากนักเทรดและตลาดอนุพันธ์

การดีดตัวขึ้นกว่า 5% ในช่วงเวลาสั้นมักมาพร้อมกับการล้างพอร์ตของฝั่งชอร์ต (Short Squeeze) โดยเฉพาะในตลาดอนุพันธ์ที่มีสถานะเปิดค้างไว้จำนวนมากในโซนต่ำกว่า $2,000 ตัวเลขปริมาณซื้อขาย 2.68 หมื่นล้านดอลลาร์ใน 24 ชั่วโมงที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยช่วงนี้บ่งชี้ว่ามีแรงเก็งกำไรระยะสั้นเข้ามามีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญ

ในส่วนของ Funding Rate และ Open Interest นักเทรดควรติดตามอย่างใกล้ชิดว่าตัวเลขเหล่านี้ปรับตัวขึ้นตามราคาหรือไม่ ถ้า Open Interest เพิ่มขึ้นพร้อมราคาที่พุ่ง แสดงว่ามีการเปิดสถานะซื้อใหม่เข้ามาจริง แต่ถ้า Open Interest ลดลงขณะราคาขึ้น อาจหมายความว่าเป็นเพียงการล้างพอร์ตชอร์ตโดยไม่มีแรงซื้อจริงเข้ามาหนุน ซึ่งราคามักย่อตัวลงได้รวดเร็วหลังจากนั้น

นอกจากนี้ ปัจจัยมหภาคอย่างทิศทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และข้อมูลเงินเฟ้อที่กำลังจะประกาศในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2569 ยังคงมีบทบาทสำคัญต่อความเชื่อมั่นในสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโต โดยตลาดจะตีความสัญญาณจาก Fed อย่างระมัดระวังเพื่อประเมินแนวโน้มสภาพคล่องในระบบ

ระดับราคาสำคัญที่ต้องจับตา

ราคาปัจจุบันที่ $2,085.95 กำลังทดสอบบริเวณขอบบนของกรอบการแกว่งตัวที่ดำเนินมาหลายสัปดาห์ โดยโซน $2,100 ถือเป็นแนวต้านสำคัญที่ ETH พยายามทะลุผ่านมาแล้วหลายครั้งแต่ยังไม่สำเร็จ การที่ราคาสามารถยืนเหนือระดับนี้ได้อย่างมั่นคงพร้อมปริมาณซื้อขายที่หนาแน่นจะเป็นสัญญาณเปลี่ยนแปลงโครงสร้างระยะกลาง ในทางกลับกัน หากราคาหมดแรงและย่อตัวกลับลงมาในโซนนี้อีกครั้ง แนวรับสำคัญที่ตลาดจะจับตาคือบริเวณ $1,940 และ $1,850 ซึ่งเป็นโซนที่เคยรองรับราคาในช่วงการแกว่งตัวที่ผ่านมา

ภาพรวมระยะยาวยังอยู่ในโครงสร้างขาลงที่เริ่มต้นตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 โดยทุกการฟื้นตัวที่ผ่านมาล้วนไม่สามารถยึดระดับที่ทะลุขึ้นไปได้ในระยะยาว แนวต้านถัดไปที่สำคัญหากทะลุ $2,100 ได้จริงอยู่บริเวณ $2,200 และ $2,500 ตามลำดับ ซึ่งยังห่างไกลจากราคาปัจจุบันพอสมควร


ความเห็นผู้เขียน

ผมมองว่าการดีดตัวครั้งนี้น่าตื่นเต้นในแง่ตัวเลข แต่ยังไม่พอให้ฟันธงว่าตลาดกลับตัวแล้ว เพราะนี่คือครั้งที่ N ที่ ETH พยายามแตะโซน $2,100 แล้วก็ยังไม่ผ่าน ถ้าจะดูว่าครั้งนี้ต่างออกไปจริงหรือเปล่า ผมจะดูที่ว่าราคาสามารถยืนเหนือ $2,100 ได้เกิน 24-48 ชั่วโมงโดยที่ปริมาณซื้อขายยังหนาแน่นอยู่หรือไม่ ถ้าทำได้ โครงสร้างจะเริ่มเปลี่ยน แต่ถ้าราคาหมดแรงแล้วร่วงกลับลงมาใต้ $2,000 อีกรอบ นั่นบอกว่ายังเป็นกับดักขาขึ้นภายในกรอบเดิม

สำหรับคนที่ติดตามตลาดอนุพันธ์ ผมแนะนำให้ดู Funding Rate ใกล้ชิด เพราะถ้ามันพุ่งขึ้นเร็วเกินไปพร้อมกับราคา มักจะเป็นสัญญาณว่าแรงซื้อเก็งกำไรระยะสั้นเริ่ม overheated และตลาดมักปรับตัวด้วยการย่อแรง โดยรวมผมมองการดีดตัวครั้งนี้เป็นโอกาสสังเกตพฤติกรรมตลาดที่น่าสนใจมากกว่าสัญญาณเปลี่ยนทิศทางที่แน่ชัด

คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน