สรุปข่าว
- ศาลการค้าของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ สั่งให้รัฐบาลทรัมป์เริ่มคืนเงินภาษีนำเข้ามูลค่ากว่า 1.3 แสนล้านดอลลาร์ให้กับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก
- คำสั่งดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากศาลสูงสุดสหรัฐฯ ตัดสินเมื่อเดือนก่อนว่า ภาษีนำเข้าที่รัฐบาลทรัมป์เรียกเก็บนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย
- นักลงทุนจับตาว่าผลกระทบจากคำสั่งนี้จะช่วยลดความกังวลเรื่องสงครามการค้าและดันราคาสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโตให้ฟื้นตัวหรือไม่
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
การที่ศาลสั่งให้คืนเงินภาษีนำเข้ามูลค่ามหาศาลถือเป็นสัญญาณว่าสงครามการค้าอาจใกล้ถึงจุดสิ้นสุด ซึ่งช่วยลดความไม่แน่นอนในตลาดโลก นักลงทุนมีแนวโน้มหันมาถือสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น รวมถึง Bitcoin และสินทรัพย์คริปโตอื่น ๆ
เมื่อช่วงดึกของวันที่ 5 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย ตามรายงานจาก Cointelegraph ศาลการค้าของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้มีคำสั่งให้รัฐบาลทรัมป์เริ่มกระบวนการคืนเงินภาษีนำเข้ามูลค่ากว่า 1.3 แสนล้านดอลลาร์ให้กับคู่ค้าทั่วโลก คำสั่งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ได้ตัดสินเมื่อเดือนก่อนว่าภาษีนำเข้าที่รัฐบาลทรัมป์เรียกเก็บนั้นไม่มีความชอบธรรมตามกฎหมาย ถือเป็นการพลิกนโยบายเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี และส่งผลให้ตลาดการเงินโลกปรับตัวรับข่าวทันที

ภาษีนำเข้าหมื่นล้านที่ถูกตัดสินว่าผิดกฎหมาย
ตลอดช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์ได้ใช้อำนาจบริหารในการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากหลายประเทศในอัตราสูง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย “America First” ที่มุ่งปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ อย่างไรก็ตาม ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ได้ตัดสินเมื่อเดือนก่อนว่ามาตรการดังกล่าวเกินกว่าอำนาจที่ฝ่ายบริหารพึงมีตามรัฐธรรมนูญ ทำให้ภาษีทั้งหมดที่เรียกเก็บไปนั้นตกเป็นโมฆะ และบัดนี้ศาลการค้าของรัฐบาลกลางได้ออกคำสั่งให้คืนเงินทั้งหมด ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเกี่ยวกับการแถลงข่าวของทรัมป์เรื่องคำตัดสินของศาลสูงสุดในบทความ ทรัมป์เตรียมแถลงคำสั่งศาลสูงสุดฯ ภาษีนำเข้า วันนี้ 19:45 น. ตลาดคริปโตจับตา
มูลค่า 1.3 แสนล้านดอลลาร์ที่ต้องคืนนั้นถือเป็นตัวเลขมหาศาล ซึ่งจะส่งผลให้เงินจำนวนมากไหลกลับสู่ภาคธุรกิจและผู้นำเข้าสินค้าทั่วโลก รวมถึงบริษัทอเมริกันที่ต้องแบกรับต้นทุนภาษีเหล่านี้มาตลอด กระบวนการคืนเงินอาจใช้เวลาหลายเดือน แต่ทิศทางนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนแล้ว
ผลกระทบต่อตลาดคริปโตและสินทรัพย์เสี่ยง
ข่าวนี้ถือเป็นปัจจัยบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก รวมถึงตลาดคริปโต เพราะสงครามการค้าที่ดำเนินมายาวนานเป็นหนึ่งในปัจจัยกดดันหลักที่ทำให้นักลงทุนระมัดระวังในการลงทุน เมื่อความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าลดลง ตลาดมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวในโหมด Risk-On ซึ่งหมายความว่านักลงทุนอาจหันมาซื้อสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น เช่น Bitcoin, Ethereum และสกุลเงินคริปโตอื่น ๆ
ในบริบทที่ตลาดคริปโตกำลังได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น เงินไหลเข้า Stablecoin ที่ฟื้นตัวกลับมาที่ 1.7 พันล้านดอลลาร์ หรือ จุดยืนของทรัมป์ที่สนับสนุนให้สหรัฐฯ เป็นผู้นำด้านคริปโต ข่าวการคืนเงินภาษีครั้งใหญ่นี้อาจเป็นตัวเร่งที่ช่วยให้ตลาดมีแรงส่งเพิ่มขึ้นอีกระลอก อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามว่ารัฐบาลทรัมป์จะตอบสนองต่อคำสั่งศาลนี้อย่างไร เนื่องจากยังมีความเป็นไปได้ที่จะมีการต่อสู้ทางกฎหมายต่อไป
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้เป็นหนึ่งในเหตุการณ์มหภาคที่ใหญ่ที่สุดในปีนี้สำหรับตลาดการเงินโลก การที่ศาลสูงสุดประกาศว่าภาษีนำเข้าผิดกฎหมายและตอนนี้ศาลการค้าสั่งให้คืนเงินกว่า 1.3 แสนล้านดอลลาร์นั้น มันไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมาย แต่มันเปลี่ยนแผนที่เศรษฐกิจโลกทั้งใบเลย ถ้ากระบวนการคืนเงินดำเนินไปได้จริง เชื่อว่าบรรยากาศ Risk-On จะกลับมาชัดขึ้น ซึ่งน่าจะดีกับ Bitcoin และคริปโตในภาพรวม สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือรัฐบาลทรัมป์จะยอมทำตามคำสั่งศาลหรือจะหาทางสู้ต่อ เพราะถ้ามีการอุทธรณ์หรือลากยาวทางการเมือง ความไม่แน่นอนก็จะยังคงอยู่
