bitkub-banner

BlackRock จำกัดถอนเงินจากกองทุนสินเชื่อ $26 พันล้าน สัญญาณอันตรายที่คริปโตต้องจับตา

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • BlackRock จำกัดการถอนเงินจาก HPS Corporate Lending Fund มูลค่า 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังนักลงทุนยื่นขอถอนเงินรวม 1.2 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็นกว่า 9% ของสินทรัพย์ในกองทุน
  • สัญญาณนี้ชี้ให้เห็นความตึงเครียดในตลาดสินเชื่อเอกชน (Private Credit) ซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจนมีขนาดรวมกันหลายล้านล้านดอลลาร์ทั่วโลก
  • หากปัญหาสภาพคล่องลุกลามไปยังกองทุนอื่น นักลงทุนอาจเทขายสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโตเพื่อหาสภาพคล่อง ต้องจับตาว่า BlackRock จะออกคำชี้แจงเพิ่มเติมหรือไม่

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

วิกฤตสภาพคล่องในกองทุนสินเชื่อเอกชนขนาดใหญ่ของบริษัทจัดการสินทรัพย์ระดับโลกอย่าง BlackRock ถือเป็นสัญญาณเชิงลบต่อตลาดโดยรวม หากนักลงทุนสถาบันเริ่มขาดสภาพคล่อง พวกเขามักเทขายสินทรัพย์เสี่ยงสูงอย่างคริปโตเป็นกลุ่มแรก เพื่อนำเงินสดมาชดเชยความเสียหายในพอร์ต ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อราคาได้อย่างมีนัยสำคัญ

ในช่วงคืนวันที่ 6 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย ตลาดการเงินโลกเริ่มจับตามองสัญญาณที่น่าเป็นห่วงจาก BlackRock บริษัทจัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยสินทรัพย์ภายใต้การจัดการกว่า 10 ล้านล้านดอลลาร์ ตามรายงานจาก Bull Theory ระบุว่า BlackRock ได้จำกัดการถอนเงินจาก HPS Corporate Lending Fund ซึ่งเป็นกองทุนสินเชื่อเอกชนมูลค่าราว 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังจากนักลงทุนยื่นขอถอนเงินรวม 1.2 พันล้านดอลลาร์ในคราวเดียว คิดเป็นสัดส่วนกว่า 9.3% ของสินทรัพย์ทั้งหมดในกองทุน เหตุการณ์นี้จุดชนวนความกังวลในวงการการเงินว่า ตลาดสินเชื่อเอกชนที่เติบโตพองโตในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาอาจกำลังเผชิญแรงกดดันจากภายในอย่างเงียบๆ

ภาพข่าวแสดงพาดหัวข่าวที่ระบุว่า BlackRock จำกัดการถอนเงินจากกองทุนสินเชื่อส่วนบุคคลเนื่องจากมีการไหลออกของเงินทุนจำนวนมาก และภาพถ่ายของชื่อ BlackRock บนป้ายแสดงข้อมูลทางการเงิน
ภาพข่าวแสดงพาดหัวข่าวที่ระบุว่า BlackRock จำกัดการถอนเงินจากกองทุนสินเชื่อส่วนบุคคลเนื่องจากมีการไหลออกของเงินทุนจำนวนมาก และภาพถ่ายของชื่อ BlackRock บนป้ายแสดงข้อมูลทางการเงิน (ภาพจาก: @BullTheory)

HPS Corporate Lending Fund คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ

กองทุน HPS Corporate Lending Fund เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจสินเชื่อเอกชน (Private Credit) ของ BlackRock ซึ่งบริษัทได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วหลังจากเข้าซื้อกิจการ HPS Investment Partners มูลค่าราว 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว กองทุนประเภทนี้จะปล่อยสินเชื่อโดยตรงให้แก่บริษัทขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่ต้องการเงินทุนนอกระบบธนาคารแบบดั้งเดิม โดยทั่วไปจะให้ผลตอบแทนสูงกว่าตราสารหนี้ทั่วไป แต่แลกกับสภาพคล่องที่ต่ำกว่ามาก

การที่นักลงทุนแห่ขอถอนเงิน 1.2 พันล้านดอลลาร์พร้อมกัน สะท้อนให้เห็นว่าความไว้วางใจในสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องต่ำกำลังสั่นคลอน ซึ่งอาจมาจากหลายปัจจัย ทั้งความกังวลด้านเศรษฐกิจมหภาค ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ หรือแนวโน้มดอกเบี้ยที่กดดันคุณภาพสินเชื่อในพอร์ต ตลาดสินเชื่อเอกชนทั่วโลกในปัจจุบันมีขนาดรวมกันหลายล้านล้านดอลลาร์ ดังนั้นหากปัญหาลุกลาม ผลกระทบอาจกว้างไกลกว่าที่หลายคนคาด

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

สำหรับนักลงทุนคริปโต เหตุการณ์นี้ควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะประวัติศาสตร์บอกเราว่า เมื่อสถาบันการเงินขนาดใหญ่เริ่มประสบปัญหาสภาพคล่อง สิ่งแรกที่พวกเขาทำคือเทขายสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงและสภาพคล่องดีที่สุด ซึ่ง Bitcoin และ Ethereum มักตกเป็นเป้าหมายแรกๆ ในวงจรดังกล่าว เนื่องจากตลาดคริปโตเปิด 24 ชั่วโมงและสามารถแปลงเป็นเงินสดได้รวดเร็ว

ความกังวลยิ่งทวีขึ้นเมื่อพิจารณาบริบทมหภาคในขณะนี้ ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า กองทุน Gold ETF (GLD) เพิ่งบันทึกเงินไหลออกมากที่สุดในรอบทศวรรษ มูลค่า 2.91 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งบ่งชี้ว่านักลงทุนสถาบันกำลังเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ครั้งใหญ่ ประกอบกับ ราคาน้ำมัน Brent พุ่งทะลุ $90 ต่อบาร์เรลครั้งแรกในรอบ 2 ปี หลัง Trump ส่งสัญญาณแข็งกร้าวต่ออิหร่าน ภาพรวมเหล่านี้ล้วนชี้ไปในทิศทางเดียวกัน ความเสี่ยงขาลงสำหรับสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้นกำลังสูงขึ้น

ความเสี่ยงแบบ Contagion ที่ต้องจับตา

ความกังวลหลักในตอนนี้ไม่ใช่แค่ตัวกองทุน HPS เพียงกองเดียว แต่คือความเสี่ยงที่ปัญหาจะลุกลามไปยังกองทุนสินเชื่อเอกชนอื่นๆ ทั้งของ BlackRock และของสถาบันอื่น หากนักลงทุนเริ่มสูญเสียความเชื่อมั่นในสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องต่ำโดยรวม พวกเขาอาจพร้อมใจกันถอนเงินออกจากกองทุนหลายแห่งพร้อมกัน สร้างวัฏจักรที่ยากจะหยุดได้ ซึ่งนักวิเคราะห์บางส่วนเปรียบเทียบกับสถานการณ์ที่นำไปสู่วิกฤตการเงินในอดีต

อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจาก BlackRock ว่าการจำกัดการถอนเงินครั้งนี้เป็นมาตรการชั่วคราวตามปกติของกองทุนประเภทนี้ หรือเป็นสัญญาณของปัญหาที่ลึกกว่านั้น ขนาดของ BlackRock ในฐานะผู้จัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกทำให้ทุกการเคลื่อนไหวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดโดยรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้น่าจับตามากกว่าที่หลายคนอาจคิด เพราะ BlackRock ไม่ใช่กองทุนเล็กๆ และ HPS ก็ไม่ใช่สินทรัพย์ที่ไม่มีใครสนใจ ตลาดสินเชื่อเอกชนเติบโตแบบก้าวกระโดดในยุคดอกเบี้ยต่ำ และตอนนี้กำลังเข้าสู่การทดสอบครั้งแรกในสภาพแวดล้อมที่ดอกเบี้ยสูงยาวนาน ถ้าปัญหาลุกลาม คริปโตจะเป็นหนึ่งในสินทรัพย์แรกที่โดนขายออกแน่นอน เพราะมันสภาพคล่องสูงและเปิดตลอด 24 ชั่วโมง สิ่งที่ผู้เขียนอยากให้จับตาคือ ในสัปดาห์หน้ามีกองทุนสินเชื่อเอกชนอื่นรายงานสถานการณ์คล้ายกันหรือไม่ ถ้ามีมากกว่าหนึ่งราย นั่นคือสัญญาณที่ต้องระวังอย่างจริงจัง