bitkub-banner

อิหร่านประกาศหยุดโจมตีเพื่อนบ้านพร้อมขอโทษ ส่งสัญญาณลดความตึงเครียดตะวันออกกลาง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ประธานาธิบดีอิหร่าน Masoud Pezeshkian ประกาศจะไม่โจมตีประเทศเพื่อนบ้าน เว้นแต่จะถูกโจมตีจากดินแดนนั้นก่อน พร้อมขอโทษประเทศในภูมิภาค
  • การประกาศนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดสูงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หลังจากที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงและตลาดการเงินโลกเข้าสู่โหมดระมัดระวัง
  • แม้เป็นสัญญาณบวกระยะสั้น แต่ยังต้องจับตาว่าจะมีการเจรจาอย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่ เนื่องจากยังไม่มีข้อตกลงสันติภาพที่ชัดเจน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การลดระดับความตึงเครียดในตะวันออกกลางช่วยลดแรงกดดันจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งโดยทั่วไปส่งผลบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin และคริปโต อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจะจำกัดเนื่องจากยังไม่มีข้อตกลงสันติภาพถาวรระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ

เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 7 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย ตามรายงานจาก Coin Bureau ประธานาธิบดีอิหร่าน Masoud Pezeshkian ได้ออกมาประกาศว่าอิหร่านจะยุติการโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน โดยระบุว่าจะไม่มีการโจมตีใดๆ เว้นแต่จะมีการโจมตีอิหร่านที่มาจากดินแดนของประเทศนั้นก่อน นอกจากนี้ผู้นำอิหร่านยังได้ขอโทษประเทศในภูมิภาคสำหรับการโจมตีที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ด้วย ถ้อยแถลงดังกล่าวถือเป็นสัญญาณการลดระดับความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่สำคัญ หลังจากที่ภูมิภาคนี้ตกอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียดสูงมาหลายสัปดาห์

บริบทความตึงเครียดที่สะสมมา

การประกาศของประธานาธิบดี Pezeshkian เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ตลาดการเงินโลกกำลังเฝ้าระวังความเสี่ยงจากความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านอย่างใกล้ชิด ในช่วงก่อนหน้า ราคาน้ำมันโลกได้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดย Brent Crude ทะลุระดับ $90 ต่อบาร์เรล ขณะที่กาตาร์เตือนว่าราคาอาจพุ่งถึง $150 ได้ นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ารัสเซียให้ข้อมูลเป้าหมายแก่อิหร่านสำหรับการโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง รวมถึงตำแหน่งของเรือรบและอากาศยานอเมริกัน

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ทรัมป์ส่งสัญญาณแข็งกร้าวต่ออิหร่านพร้อมคำขาด ‘ไม่มีข้อตกลง’ ดันน้ำมัน Brent ทะลุ $90 และ ทรัมป์สั่งผลิตอาวุธเพิ่ม 4 เท่า พร้อมรับมืออิหร่าน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความตึงเครียดได้ถึงระดับสูงมากก่อนที่จะมีการประกาศลดระดับครั้งนี้

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

การลดระดับความตึงเครียดในตะวันออกกลางเป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น เนื่องจากนักลงทุนมักหันหลังให้สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและดอลลาร์เมื่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์สูงขึ้น ดังนั้นเมื่อความตึงเครียดลดลง เงินจึงมีแนวโน้มไหลกลับสู่สินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin และคริปโตอื่นๆ ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า นักเทรดฟันธงว่าน้ำมันจ่อทะลุ 100 ดอลลาร์ รับข่าวสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ซึ่งอาจทุบ Bitcoin หลุด 69K ดังนั้นสัญญาณที่ตรงข้ามกันอย่างการลดระดับความตึงเครียดครั้งนี้จึงอาจช่วยประคองราคา Bitcoin ได้

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบเชิงบวกนี้ยังมีขอบเขตจำกัด เนื่องจากถ้อยแถลงของประธานาธิบดีอิหร่านเป็นเพียงจุดยืนทางการทูตฝ่ายเดียว ยังไม่มีการเจรจาอย่างเป็นรูปธรรมระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และยังไม่มีข้อตกลงสันติภาพใดๆ นอกจากนี้ ยังต้องติดตามว่าสหรัฐฯ จะตอบรับสัญญาณนี้อย่างไร โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่า ทำเนียบขาวเคยแสดงท่าทีแข็งกร้าวถึงขนาดเตรียมยึดน้ำมันอิหร่านทั้งหมด มาก่อน

จับตาต่อ ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดของความขัดแย้ง

แม้จะเป็นสัญญาณบวกที่น่ายินดี แต่นักวิเคราะห์ตลาดควรระมัดระวังการตีความสัญญาณนี้มากเกินไป ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านมีรากเหง้าที่ลึกกว่าการโจมตีทางทหาร ทั้งเรื่องโครงการนิวเคลียร์ มาตรการคว่ำบาตร และการแข่งขันอิทธิพลในภูมิภาค ด้านราคาน้ำมันก็ยังอยู่ในระดับสูง และยังต้องดูว่าการประกาศของอิหร่านครั้งนี้จะส่งผลให้การเจรจาระหว่างสองฝ่ายเดินหน้าต่อได้จริงหรือไม่ สำหรับตลาดคริปโต ความผันผวนในระยะนี้ยังคงผูกกับข่าวภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด ดังนั้นการติดตามพัฒนาการในตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่องจึงยังมีความจำเป็น


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการประกาศของประธานาธิบดีอิหร่านครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ดี แต่ยังไม่ถึงขั้นที่จะทำให้คลายกังวลได้ทั้งหมด เพราะสถานการณ์ตะวันออกกลางรอบนี้มีหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งสหรัฐฯ อิสราเอล และรัสเซีย ซึ่งต่างมีผลประโยชน์ที่ซับซ้อนคาบเกี่ยวกัน สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือท่าทีของสหรัฐฯ ว่าจะตอบรับสัญญาณนี้ด้วยดีหรือยังคงกดดันต่อ และราคาน้ำมันจะปรับตัวลงหรือไม่ เพราะถ้าน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง แรงกดดันต่อเงินเฟ้อก็ยังอยู่ และคริปโตก็ยังคงเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง

เครดิตภาพจาก @CoinBureau