bitkub-banner

ทำเนียบขาวประกาศ อิหร่านยอมแพ้ขอโทษเพื่อนบ้าน หลังถูกสหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มไม่หยุด

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ทำเนียบขาวประกาศว่าอิหร่านได้ขอโทษและยอมแพ้ต่อประเทศเพื่อนบ้านในตะวันออกกลาง พร้อมสัญญาว่าจะไม่โจมตีประเทศเหล่านั้นอีกต่อไป
  • ทำเนียบขาวระบุว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นเพราะการโจมตีอย่างต่อเนื่องของสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งทำให้อิหร่านสูญเสียสถานะ “ผู้รังแกตะวันออกกลาง”
  • สัญญาณการลดความตึงเครียดนี้อาจช่วยให้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโตฟื้นตัวได้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ตลาดดิ่งหนักจากความกังวลเรื่องสงคราม

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่อิหร่านยอมแพ้และสัญญาณลดความตึงเครียดในตะวันออกกลางเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก รวมถึงคริปโต เพราะช่วยลดความกังวลเรื่องสงครามที่ขยายวงกว้าง อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาว่าสถานการณ์จะเป็นไปตามที่ทำเนียบขาวระบุหรือไม่ เนื่องจากความไม่แน่นอนในภูมิภาคยังคงสูง

ในช่วงค่ำของวันที่ 7 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย ทำเนียบขาวได้ออกแถลงการณ์ผ่านบัญชี X ระบุว่าอิหร่านได้ขอโทษและยอมแพ้ต่อประเทศเพื่อนบ้านในตะวันออกกลาง พร้อมสัญญาว่าจะไม่โจมตีประเทศเหล่านั้นอีก โดยตามรายงานจาก The White House ระบุว่า “อิหร่านซึ่งถูกโจมตีจนย่อยยับ ได้ขอโทษและยอมแพ้ต่อประเทศเพื่อนบ้านในตะวันออกกลาง พร้อมสัญญาว่าจะไม่โจมตีพวกเขาอีกต่อไป คำสัญญานี้เกิดขึ้นเพียงเพราะการโจมตีอย่างไม่หยุดยั้งของสหรัฐฯ และอิสราเอล อิหร่านไม่ใช่ ‘ผู้รังแกตะวันออกกลาง’ อีกต่อไปแล้ว” แถลงการณ์นี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่ชี้ว่าความตึงเครียดในภูมิภาคอาจกำลังคลี่คลายลงหลังจากที่ตลาดการเงินทั่วโลกเผชิญกับความผันผวนอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา

บริบทความขัดแย้ง หลังสงครามดำเนินมาหลายสัปดาห์

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า รมว.กลาโหมอิหร่านโดนลอบสังหารไม่ถึง 24 ชม.หลังรับตำแหน่ง ตลาดคริปโตดิ่งหนัก ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ทำให้สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางระอุขึ้นอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่นั้นมา สหรัฐฯ ได้ดำเนินมาตรการหลายอย่างเพื่อกดดันอิหร่าน ทั้งการประกาศเพิ่มกำลังการผลิตด้านการป้องกันประเทศอย่างมหาศาล รวมถึงการวางแผนยึดน้ำมันอิหร่าน นอกจากนี้ ยังมีโครงการประกันภัยมูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สำหรับเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสหรัฐฯ กำลังเตรียมรับมือกับสงครามในระยะยาว

และเมื่อวานนี้ Siam Blockchain ยังได้รายงานว่า อิหร่านประกาศหยุดโจมตีเพื่อนบ้านพร้อมขอโทษ ส่งสัญญาณลดความตึงเครียดตะวันออกกลาง ซึ่งตรงกับแถลงการณ์ล่าสุดของทำเนียบขาวที่ยืนยันว่าอิหร่านได้ยอมรับเงื่อนไขดังกล่าวอย่างเป็นทางการแล้ว ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ที่พุ่งขึ้นกว่า 16% ภายในวันเดียวไปแตะ 91.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงก่อนหน้านี้ อาจได้รับแรงกดดันลดลงหากสัญญาณสันติภาพนี้ชัดเจนมากขึ้น

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

การที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายเป็นสัญญาณบวกอย่างมีนัยสำคัญสำหรับตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก รวมถึงคริปโต ก่อนหน้านี้ความกังวลเรื่องสงครามที่อาจขยายวงกว้างทำให้นักลงทุนแห่ขายสินทรัพย์เสี่ยง Bitcoin และเหรียญอื่น ๆ ดิ่งลงตามแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางปรับตัวสู่ความสงบได้จริง ความกังวลด้านอุปทานน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซก็จะลดลง และตลาดการเงินโลกน่าจะรับรู้สัญญาณนี้ในเชิงบวก

ทั้งนี้ ต้องพิจารณาร่วมกับปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่ยังมีอยู่ในตลาด ไม่ว่าจะเป็นรายงานที่ว่า BlackRock เผชิญปัญหาสภาพคล่องในกองทุน HPS Corporate Lending Fund มูลค่า 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือการที่กองทุน Gold ETF เผชิญกับเงินไหลออกมากที่สุดในรอบทศวรรษ ซึ่งชี้ให้เห็นว่านักลงทุนกำลังปรับพอร์ตการลงทุนครั้งใหญ่ อย่างไรก็ตาม การลดความร้อนแรงของสงครามในตะวันออกกลางถือเป็นปัจจัยบวกที่หนักพอจะดึงความเชื่อมั่นกลับมาได้ในระยะสั้น


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าแถลงการณ์ของทำเนียบขาวครั้งนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะถ้าอิหร่านยอมแพ้จริงและหยุดคุกคามเพื่อนบ้านได้จริง มันหมายความว่าความเสี่ยงสงครามที่ตลาดกลัวมาหลายสัปดาห์อาจกำลังจบลงแล้ว ตลาดคริปโตที่ได้รับแรงกดดันหนักจากภูมิรัฐศาสตร์น่าจะฟื้นตัวได้ แต่ที่ต้องระวังคือทำเนียบขาวอาจพูดเกินจริง เพราะลักษณะข้อความที่ใช้คำว่า “ถูกโจมตีจนย่อยยับ” ฟังดูเป็นการประกาศชัยชนะมากกว่าการรายงานข้อเท็จจริง ต้องรอดูว่ามีการยืนยันจากฝั่งอิหร่านหรือผู้เฝ้าระวังระหว่างประเทศอย่างไรก่อนจะตัดสินว่าสถานการณ์จบลงจริง ๆ

เครดิตภาพจาก @velitesgear