bitkub-banner

น้ำมัน Brent พุ่ง 25% แตะ $115 ในวันเดียว คริปโตเตรียมรับแรงกระแทกเต็ม ๆ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ราคาน้ำมัน Brent พุ่งขึ้นแตะ $115 ต่อบาร์เรล บวกกว่า 25% ในวันเดียว ถือเป็นการขึ้นแบบรายวันที่ใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี
  • การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันขนาดนี้สะท้อนว่ามีเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์หรือการหยุดชะงักของอุปทานครั้งใหญ่กำลังเกิดขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคุกรุ่น
  • ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกรวมถึงคริปโตมีแนวโน้มถูกแรงขายกดดันอย่างหนัก เพราะนักลงทุนจะหันหนีสู่สินทรัพย์ปลอดภัยในภาวะความไม่แน่นอนสูง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การพุ่งขึ้น 25% ในวันเดียวของน้ำมันโลกคือสัญญาณวิกฤตระดับประวัติศาสตร์ที่จะสร้างบรรยากาศ risk-off อย่างรุนแรง นักลงทุนสถาบันและรายย่อยจะเทสินทรัพย์เสี่ยงทุกชนิดรวมถึง Bitcoin และ altcoin เพื่อถือเงินสดและสินทรัพย์ปลอดภัย ตลาดคริปโตที่อ่อนแอลงอยู่แล้วในช่วงนี้จะยิ่งเผชิญแรงกดดันหนักมากขึ้น

ราคาน้ำมัน Brent พุ่งขึ้นแตะระดับ $115 ต่อบาร์เรล ในวันที่ 9 มี.ค. 2569 บวกกว่า 25% ในวันเดียว ตามรายงานจาก Watcher.Guru นับเป็นการขึ้นรายวันของน้ำมันที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี และถือเป็นสัญญาณชัดเจนของเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์หรือการหยุดชะงักของอุปทานโลกอย่างฉับพลัน การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีทีท่าคลี่คลาย โดยก่อนหน้านี้ทั้งอิสราเอลโจมตีโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันของอิหร่าน และอิรักเผชิญการผลิตน้ำมันลดลงกว่า 60% จากการปิดกั้นเส้นทางเดินเรือ สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ตลาดการเงินทั่วโลกเข้าสู่โหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยงอย่างเต็มตัว

กราฟแสดงราคา CFD ของน้ำมันดิบ Brent ที่พุ่งขึ้นไปแตะระดับ $116.71
กราฟแสดงราคา CFD ของน้ำมันดิบ Brent ที่พุ่งขึ้นไปแตะระดับ $116.71 (ภาพจาก: @Watcher.Guru)

วิกฤตอุปทานน้ำมันที่สั่งสมมาต่อเนื่อง

การพุ่งขึ้นของ Brent ครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ ก่อนหน้านี้ราคาน้ำมัน WTI ของสหรัฐฯ ก็พุ่งทะลุ $104 ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กรกฎาคม 2565 หรือบวกกว่า 90% จากจุดต่ำสุดในเดือนธันวาคม ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก รวมกับการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันอิหร่านและการหยุดชะงักของการผลิตในอิรัก ทำให้ตลาดโลกต้องเผชิญกับภาพความขาดแคลนอุปทานที่ไม่เคยเห็นมานานหลายปี การขึ้น 25% ในวันเดียวสะท้อนว่าตลาดกำลังรับรู้ถึงเหตุการณ์ใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิมและยังไม่เปิดเผยรายละเอียดครบถ้วน

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า การผลิตน้ำมันอิรักพังลง 60% จากความขัดแย้งอิหร่านที่ปิดกั้นเส้นทางเดินเรือ และ อิสราเอลโจมตีทางอากาศโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันของอิหร่าน ซึ่งรวมกันแล้วได้สร้างแรงกดดันด้านอุปทานน้ำมันโลกอย่างหนักแม้ก่อนวันนี้

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

วิกฤตพลังงานระดับนี้คือข่าวร้ายโดยตรงสำหรับตลาดคริปโต เมื่อราคาน้ำมันพุ่งขึ้นกะทันหัน ต้นทุนการผลิตและการดำเนินงานทั่วโลกก็สูงขึ้นตาม กดดันให้เงินเฟ้อกลับมาเป็นปัญหาอีกครั้ง ธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่กำลังพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยจะต้องหยุดชะงักหรือกลับทิศ ยิ่งทำให้บรรยากาศ risk-off รุนแรงขึ้น นักลงทุนสถาบันที่ถือทั้งหุ้นและสินทรัพย์ดิจิทัลจะเทขายพร้อมกันเพื่อถือสภาพคล่อง

สัญญาณเตือนนี้ไม่ใช่สิ่งใหม่สำหรับตลาดคริปโตในช่วงนี้ ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain รายงานว่า นักลงทุนทั่วโลกเทเงิน 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ออกจากตลาดหุ้นเอเชียในสัปดาห์เดียว และ ฟิวเจอร์ Dow Jones ร่วงกว่า 4,000 จุด รวมถึง ตลาดคริปโตโดยรวมร่วงหนักตั้งแต่ต้นปี การพุ่งของน้ำมัน 25% ในวันเดียวจึงเหมือนเป็นตัวเร่งที่จะกระชากทุกอย่างลงเร็วยิ่งขึ้น ต้นทุนการขุด Bitcoin ที่ผูกกับค่าไฟฟ้าซึ่งอิงราคาพลังงานโลกก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย กดดันนักขุดให้เทขายมากขึ้น

สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้

ตลาดพลังงานโลกและตลาดคริปโตกำลังรอคำตอบสำคัญหลายข้อพร้อมกัน เหตุการณ์ใดทำให้น้ำมันพุ่ง 25% ในวันเดียว ไม่ว่าจะเป็นการปิดช่องแคบสำคัญ การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ หรือการประกาศมาตรการพิเศษจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง คำตอบจะกำหนดว่าวิกฤตนี้จะสั้นหรือยาว นอกจากนี้ยังต้องจับตาปฏิกิริยาของกลุ่ม OPEC+ และประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อย่างซาอุดีอาระเบีย รวมถึงว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉิน (Strategic Petroleum Reserve) เพื่อสกัดราคาหรือไม่ ทิศทางของดอลลาร์และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ในช่วงนี้จะเป็นตัวบ่งชี้ว่านักลงทุนหนีไปหาสินทรัพย์ปลอดภัยมากแค่ไหนแล้ว


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการพุ่งขึ้น 25% ในวันเดียวของน้ำมัน Brent ครั้งนี้น่ากลัวมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะมันไม่ใช่แค่ราคาน้ำมันที่แพงขึ้น แต่มันคือสัญญาณว่ามีบางอย่างใหญ่มากกำลังเกิดขึ้นอยู่ในตะวันออกกลาง ตลาดคริปโตที่อ่อนแออยู่แล้วในช่วงนี้คงยิ่งถูกกดดันหนัก โดยเฉพาะถ้าดอลลาร์แข็งขึ้นพร้อมกัน สิ่งที่น่าจับตาที่สุดคือถ้าราคาน้ำมันยืนอยู่เหนือ $100 ได้ต่อเนื่อง นั่นหมายความว่าเงินเฟ้อจะกลับมา และธนาคารกลางจะไม่ลดดอกเบี้ยง่ายๆ ซึ่งจะทำให้ตลาดคริปโตไม่มีลมหนุนจากนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายในอนาคตอันใกล้ ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องกระทบต้นทุนขุดเหมือง สำหรับใครที่ถือคริปโตอยู่ ต้องคอยดูว่าสถานการณ์ตะวันออกกลางจะพัฒนาไปทางไหน เพราะนั่นคือตัวแปรสำคัญที่สุดตอนนี้

ภาพจาก AI