bitkub-banner

ทรัมป์ขู่ไม่เซ็นกฎหมายทุกฉบับ ร่างกฎหมายคริปโตที่รอคิวอยู่โดนหางเลขด้วย

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ทรัมป์ประกาศในงานประชุมพรรครีพับลิกันว่าจะไม่เซ็นกฎหมายใดๆ จนกว่าสภาคองเกรสจะผ่านร่างกฎหมายกำหนดให้ต้องแสดงบัตรประชาชนเพื่อลงคะแนนเสียง
  • คำประกาศนี้ส่งผลโดยตรงต่อร่างกฎหมายสำคัญด้านคริปโต ได้แก่ FIT21 (กฎหมายโครงสร้างตลาด) และ GENIUS Act (กฎหมาย Stablecoin) ที่นักลงทุนรอคอยมานาน
  • ความไม่แน่นอนด้านกฎหมายที่เพิ่มขึ้นอาจสร้างแรงกดดันต่อตลาดคริปโตในระยะสั้น โดยเฉพาะหากการเจรจาในสภาคองเกรสยืดเยื้อ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การที่ทรัมป์ขู่บล็อกกฎหมายทุกฉบับสร้างความไม่แน่นอนให้กับร่างกฎหมายคริปโตที่ตลาดรอคอย ความล่าช้าของ FIT21 และ GENIUS Act อาจทำให้ความเชื่อมั่นนักลงทุนสถาบันสั่นคลอนในระยะสั้น แม้จะไม่มีผลกระทบต่อราคาทันทีก็ตาม

ตามรายงานจาก CoinDesk ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขึ้นพูดในงานประชุมพรรครีพับลิกันเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยย้ำจุดยืนว่าจะไม่ลงนามกฎหมายฉบับใดๆ จนกว่าสภาคองเกรสจะผ่านร่างกฎหมายกำหนดให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งต้องแสดงบัตรประชาชนก่อนลงคะแนน ถ้อยแถลงดังกล่าวสร้างความกังวลอย่างมากในวงการคริปโต เนื่องจากร่างกฎหมายสำคัญ 2 ฉบับที่ตลาดรอคอย ได้แก่ FIT21 ว่าด้วยโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล และ GENIUS Act ที่เกี่ยวกับ Stablecoin อาจตกอยู่ในภาวะชะงักงันไปด้วย นับเป็นสัญญาณความไม่แน่นอนด้านกฎหมายที่ตลาดคริปโตไม่อยากเห็นในเวลานี้

ร่างกฎหมายคริปโตสำคัญสองฉบับอาจโดนบล็อกไปด้วย

ก่อนหน้านี้ ร่าง FIT21 และ GENIUS Act ถือเป็นสองร่างกฎหมายที่วงการคริปโตสหรัฐฯ ฝากความหวังไว้มากที่สุดในยุครัฐบาลทรัมป์ โดย FIT21 จะกำหนดกรอบการกำกับดูแลตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างชัดเจน ส่วน GENIUS Act จะวางรากฐานทางกฎหมายสำหรับ Stablecoin ในสหรัฐฯ ซึ่งทั้งสองฉบับมีความสำคัญมากต่อการดึงดูดนักลงทุนสถาบันและการพัฒนาระบบนิเวศคริปโตในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายทั้งสองฉบับนี้เผชิญกับอุปสรรคทางการเมืองอยู่แล้วก่อนที่ทรัมป์จะออกมาขู่ครั้งนี้ ทำให้การประกาศของทรัมป์ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนขึ้นไปอีก หากสภาคองเกรสไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องกฎหมายบัตรประชาชนได้เร็ว กรอบเวลาการผ่านกฎหมายคริปโตก็จะยืดออกไปโดยไม่มีกำหนด

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

นักวิเคราะห์หลายรายมองว่าความล่าช้าของกฎหมายคริปโตในสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันในระยะสั้น โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดกำลังฟื้นตัวและมีสัญญาณบวกจากหลายด้าน อาทิ เงินทุนสถาบันที่ไหลเข้ากองทุนสินทรัพย์ดิจิทัล และการที่ Strategy เพิ่งซื้อ Bitcoin มูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านบาท ความไม่แน่นอนด้านกฎหมายถือเป็น “ปัจจัยเสี่ยงซ่อนเร้น” ที่อาจดึงให้ตลาดคริปโตชะลอตัวได้

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนบางส่วนมองว่าแม้กฎหมายจะล่าช้า แต่ทิศทางการกำกับดูแลคริปโตในสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ยังคงเป็นบวกในภาพรวม ทั้งนี้เพราะรัฐบาลชุดนี้แสดงจุดยืนชัดเจนว่าต้องการทำให้สหรัฐฯ เป็นศูนย์กลางคริปโตโลก ดังนั้นการล่าช้าของกฎหมายจึงอาจเป็นแค่ชั่วคราวมากกว่าการเปลี่ยนทิศทางนโยบาย

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า คริปโตเฮ! วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติ 70 ต่อ 27 เสียง ล้มเลิกกฎภาษีคริปโตของรัฐบาลไบเดน ซึ่งเป็นสัญญาณบวกด้านกฎหมายที่ตลาดตอบรับอย่างดี แต่สถานการณ์ครั้งนี้อาจสวนทางกัน หากการเมืองในสภาคองเกรสยังคงชะงักงัน


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้น่าเป็นห่วงในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ถึงขั้นวิกฤต ทรัมป์เป็นคนที่ใช้ไพ่ต่อรองทางการเมืองบ่อยมาก คำขู่แบบนี้อาจเป็นแค่กลยุทธ์กดดันสภาคองเกรส ไม่ใช่ความตั้งใจจริงที่จะบล็อกกฎหมายคริปโตตลอดไป สิ่งที่ต้องจับตาดูต่อจากนี้คือการเจรจาในสภาคองเกรสจะคืบหน้าแค่ไหน และ FIT21 กับ GENIUS Act จะถูกแยกออกจากการต่อรองทางการเมืองได้หรือเปล่า ถ้าหากสองร่างนี้ถูกดึงเข้าสู่วังวนการเมืองยาวนาน นั่นถึงจะน่ากังวลจริงๆ

เครดิตภาพจาก @Globalwatchwire