bitkub-banner

ประธาน CFTC ประกาศแผนหลายปี ดันกฎหมายคริปโตให้ชัดและยุติศึกแย่งอำนาจกับ SEC

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ประธาน CFTC Michael Selig ประกาศวาระการทำงานหลายปี โดยมีเป้าหมายหลักคือสร้างความชัดเจนด้านกฎระเบียบคริปโต ยุติข้อพิพาทเรื่องเขตอำนาจระหว่าง CFTC กับ ก.ล.ต. สหรัฐฯ และผลักดันให้สหรัฐฯ เป็นตลาดชั้นนำด้าน AI compute
  • นี่เป็นสัญญาณเชิงบวกจากหน่วยงานกำกับดูแล แต่ยังอยู่ในขั้นประกาศทิศทาง ยังไม่ใช่กฎหมายหรือนโยบายที่มีผลบังคับใช้จริง
  • จับตาว่า Clarity Act จะผ่านสภาหรือไม่ หลังจากก่อนหน้านี้ Trump เองเคยขู่จะระงับการพิจารณาร่างกฎหมายหลายฉบับเพื่อผลักดันกฎหมาย voter-ID

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่ประธาน CFTC ประกาศวาระชัดเจนในการสร้างกรอบกฎระเบียบคริปโตและยุติการขัดแย้งกับ ก.ล.ต. เป็นสัญญาณเชิงบวกต่อตลาด เพราะความไม่แน่นอนด้านกฎหมายคือปัจจัยหลักที่กดดันราคาคริปโตมาตลอด อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นเพียงการประกาศทิศทาง ผลกระทบต่อราคาระยะสั้นจึงมีจำกัด

เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2569 ตามรายงานจาก Cointelegraph ประธานคณะกรรมการซื้อขายล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์สหรัฐฯ (CFTC) Michael Selig ได้ประกาศวาระการทำงานระยะหลายปี ซึ่งครอบคลุมสามประเด็นหลักได้แก่ การสร้างความชัดเจนด้านกฎระเบียบคริปโต การยุติข้อพิพาทเรื่องเขตอำนาจระหว่าง CFTC กับ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) และการผลักดันให้สหรัฐฯ กลายเป็นตลาดชั้นนำของโลกด้านการประมวลผล AI การประกาศครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการวางกรอบทิศทางการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาล Trump

สกรีนช็อตทวีตจาก Mike Selig ประธาน CFTC ที่ประกาศแผนงานหลายปี รวมถึงการสร้างความชัดเจนทางกฎหมายคริปโต การยุติข้อพิพาทกับ SEC และการผลักดันให้สหรัฐฯ เป็นผู้นำด้าน AI compute
สกรีนช็อตทวีตจาก Mike Selig ประธาน CFTC ที่ประกาศแผนงานหลายปี รวมถึงการสร้างความชัดเจนทางกฎหมายคริปโต การยุติข้อพิพาทกับ SEC และการผลักดันให้สหรัฐฯ เป็นผู้นำด้าน AI compute (ภาพจาก: @Cointelegraph)

ยุติสงครามเขตอำนาจ CFTC-SEC ปัญหาเรื้อรังวงการคริปโต

ข้อพิพาทเรื่องเขตอำนาจระหว่าง CFTC และ ก.ล.ต. นับเป็นปัญหาเรื้อรังที่บั่นทอนความชัดเจนในการกำกับดูแลคริปโตของสหรัฐฯ มาหลายปี ทั้งสองหน่วยงานต่างอ้างสิทธิ์กำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในลักษณะที่ทับซ้อนกัน ทำให้บริษัทคริปโตต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ขัดแย้งกัน หรือเผชิญความเสี่ยงถูกดำเนินคดีจากทั้งสองฝั่ง การที่ Selig ระบุเป้าหมายนี้ไว้ในวาระหลักแสดงให้เห็นว่าเขามองว่าปัญหานี้เป็นอุปสรรคสำคัญที่ต้องแก้ก่อนเพื่อให้อุตสาหกรรมเติบโตได้อย่างมั่นคง

ก่อนหน้านี้ ทั้ง CFTC และ ก.ล.ต. ได้เริ่มกระบวนการประสานงานร่วมกันผ่าน “Project Crypto” ที่ Siam Blockchain ได้รายงานไปก่อนหน้านี้ ในขณะที่ประธาน ก.ล.ต. Paul Atkins เองก็ส่งสัญญาณแนวทางกำกับดูแลที่เป็นมิตรกับอุตสาหกรรมมากขึ้น การที่ทั้งสองหน่วยงานเดินหน้าในทิศทางเดียวกันถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับนักลงทุนสถาบันที่รอความชัดเจนก่อนเข้าตลาด

คริปโตและ AI มัดรวมในแผนเดียว ส่งสัญญาณสหรัฐฯ แข่งเป็นผู้นำโลก

น่าสังเกตว่าวาระของ Selig ไม่ได้จำกัดเฉพาะคริปโต แต่ยังรวมถึงการทำให้สหรัฐฯ เป็นตลาดชั้นนำด้าน AI compute ด้วย การมัดรวมสองเรื่องนี้ในวาระเดียวกันสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาล Trump มองเทคโนโลยีบล็อกเชนและ AI ว่าเป็นสองเสาหลักของการแข่งขันทางเทคโนโลยีกับจีนและประเทศอื่น โครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลที่แข็งแกร่งยังเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาระบบ DeFi และบล็อกเชนรุ่นต่อไปด้วย

วาระประกาศดี แต่ยังไม่ใช่กฎหมาย ต้องรอ Clarity Act

แม้การประกาศวาระของ Selig จะเป็นสัญญาณเชิงบวก แต่ต้องย้ำว่าการสร้างความชัดเจนด้านกฎหมายคริปโตอย่างแท้จริงต้องอาศัยการผ่านร่างกฎหมาย เช่น Clarity Act ในสภา ซึ่ง Siam Blockchain ได้รายงานก่อนหน้านี้ว่า Polymarket ชี้โอกาสผ่าน Clarity Act พุ่งกว่า 70% หลัง Trump หนุนเต็มตัว และ ประธาน CFTC ย้ำ กฎหมายคริปโตต้องผ่านสภาให้ได้ เพื่อสร้างกรอบรองรับอนาคต อย่างไรก็ตาม ล่าสุด Siam Blockchain ยังรายงานด้วยว่า Trump ขู่ระงับการพิจารณากฎหมายเพื่อผลักดัน voter-ID ซึ่งอาจสร้างความล่าช้าให้กับร่างกฎหมายคริปโตได้

นอกจากนี้ JPMorgan ก็ชี้ว่า Clarity Act อาจเป็นตัวจุดชนวนให้สถาบันการเงินแห่เข้าตลาดคริปโต ซึ่งหมายความว่าหากวาระของ Selig เดินหน้าได้ตามแผน อาจเปิดประตูให้เม็ดเงินสถาบันไหลเข้าตลาดคริปโตอีกระลอกใหญ่


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการประกาศวาระของ Selig ครั้งนี้ไม่ได้เซอร์ไพรส์อะไรมาก เพราะเขาพูดเรื่องนี้มาตลอดตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่ง สิ่งที่น่าจับตาจริงๆ คือว่าในปีนี้เขาจะสามารถแปลงวาระพวกนี้ให้กลายเป็นกฎระเบียบที่มีผลบังคับใช้ได้มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะประเด็นการยุติข้อพิพาทกับ ก.ล.ต. ที่ถ้าทำสำเร็จจริงจะเป็นข่าวดีมากสำหรับโปรเจกต์คริปโตที่ไม่รู้ว่าตัวเองต้องขอใบอนุญาตกับหน่วยงานไหน ตอนนี้ยังต้องรอดูกันต่อ โดยเฉพาะในสภาวะที่ Trump กำลังใช้กฎหมายหลายฉบับเป็นไม้ต่อรองทางการเมือง

ภาพจาก AI