bitkub-banner

นักวิเคราะห์ฟันธง Bitcoin ร่วงแตะ $10,000-อีกฝั่งสวนต้องเกิดสงครามนิวเคลียร์ถึงจะลงไปได้

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • นักวิเคราะห์อาวุโสจากค่ายบลูมเบิร์กยังคงยืนยันคำเดิมว่าราคาบิตคอยน์มีโอกาสที่จะร่วงลงไปแตะระดับหนึ่งหมื่นดอลลาร์สหรัฐหากตลาดสินทรัพย์เสี่ยงเกิดการปรับฐานครั้งใหญ่
  • ผู้เชี่ยวชาญหลายรายในวงการคริปโตต่างออกมาตอบโต้การคาดการณ์ดังกล่าวอย่างดุเดือดโดยมองว่าการที่ราคาจะดิ่งลงลึกขนาดนั้นได้โลกต้องเผชิญกับวิกฤตสภาพคล่องหรือสงครามนิวเคลียร์เท่านั้น
  • นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าตลาดหมีรอบใหญ่ได้ผ่านพ้นไปแล้วตั้งแต่ปี 2022 และการพยายามเดาจุดต่ำสุดที่แน่นอนนั้นเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

การที่นักวิเคราะห์จากค่ายใหญ่ออกมาคาดการณ์ตัวเลขที่ต่ำมากจนดูขัดกับความเป็นจริงในปัจจุบันได้ถูกตอกกลับด้วยเหตุผลที่หนักแน่นกว่าจากผู้เชี่ยวชาญหลายรายในวงการ ทำให้ข่าวนี้ไม่ได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับนักลงทุนหรือทำให้เกิดแรงเทขายแต่อย่างใด ตลาดจึงรับรู้ข่าวนี้ในฐานะมุมมองส่วนบุคคลที่ดูสุดโต่งและยังคงขับเคลื่อนด้วยปัจจัยพื้นฐานอื่นๆ ตามปกติ

Mike McGlone นักกลยุทธ์อาวุโสด้านสินค้าโภคภัณฑ์จาก Bloomberg Intelligence ได้ออกมาตอกย้ำจุดยืนเดิมของเขาที่เคยสร้างความฮือฮาไว้ โดยเขายังคงเชื่อมั่นอย่างหนักแน่นว่าราคา Bitcoin มีโอกาสที่จะร่วงลงไปต่ำกว่าระดับ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐในอนาคตอันใกล้ ซึ่งการออกมาคาดการณ์สวนทางกับทิศทางตลาดในครั้งนี้ได้สร้างแรงกระเพื่อมอย่างมาก จนทำให้นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญหลายคนในวงการต้องออกมาโต้แย้งอย่างดุเดือด โดยส่วนใหญ่มองว่าเหตุการณ์ที่ราคาจะดิ่งลงลึกขนาดนั้นได้ จะต้องเกิดจากวิกฤตเศรษฐกิจระดับโลกที่เลวร้ายสุดขั้ว หรือแม้กระทั่งการเกิดสงครามนิวเคลียร์เท่านั้น

ในการให้สัมภาษณ์ล่าสุด McGlone ได้ส่งสัญญาณเตือนนักลงทุนว่าตลาดหมีของคริปโตเคอร์เรนซียังไม่ได้สิ้นสุดลงอย่างที่หลายคนเข้าใจ และ Bitcoin ยังคงอยู่ในจุดที่เปราะบางอย่างมากหากสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกเกิดการปรับฐานราคาครั้งใหญ่ เขามองว่าปัจจุบัน Bitcoin ได้สูญเสียสถานะการเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงที่ไม่สัมพันธ์กับตลาดดั้งเดิมไปแล้ว เนื่องจากการเข้ามาของนักลงทุนสถาบันจำนวนมากทำให้พฤติกรรมการซื้อขายของ Bitcoin ล้อไปกับสินทรัพย์เก็งกำไรอื่นๆ อย่างชัดเจน นอกจากนี้เขายังเชื่อว่าภาคคริปโตกำลังติดกับดักของแรงกดดันด้านเงินฝืด ภาวะอุปทานส่วนเกินจากการเก็งกำไร และการปรับฐานที่ยังไม่เสร็จสิ้นในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงแบบดั้งเดิม พร้อมทั้งแนะนำนักลงทุนว่าในช่วงตลาดหมีเช่นนี้ควรหาจังหวะขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น

อย่างไรก็ตาม มุมมองโลกสลดของ McGlone ถูกตอกกลับอย่างเจ็บแสบจาก Mati Greenspan ผู้ก่อตั้ง Quantum Economics ซึ่งระบุว่านักวิเคราะห์บางคนมักจะหลงทางไปกับเสียงรบกวนของเศรษฐกิจมหภาคระยะสั้นจนตีความออกมาเป็นข้อสรุปที่ไร้สาระ โดยเขาย้ำว่าสำหรับสินทรัพย์อย่าง Bitcoin ที่มีเม็ดเงินหมุนเวียนหลักหมื่นถึงแสนล้านดอลลาร์ต่อวัน การจะกลับไปแตะ 10,000 ดอลลาร์ได้นั้น โลกเราคงต้องเผชิญกับวิกฤตสภาพคล่องระดับโลก สงครามนิวเคลียร์ และอินเทอร์เน็ตต้องล่มสลายไปพร้อมๆ กัน ซึ่งในขณะที่เกิดการถกเถียงนี้ ราคา Bitcoin กำลังแกว่งตัวอย่างแข็งแกร่งอยู่ในช่วง 69,000 ถึง 71,000 ดอลลาร์สหรัฐ

นักวิเคราะห์รายอื่นๆ อย่าง Jason Fernandes และ Jonatan Randin ก็ออกมาประสานเสียงในทิศทางเดียวกัน แม้พวกเขาจะยอมรับว่าราคา Bitcoin อาจมีการย่อตัวลงได้อีก แต่เป้าหมาย 10,000 ดอลลาร์นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในทางปฏิบัติ Randin มองว่าหากจะมีการปรับฐานจริง โซนสะสมของรายใหญ่ในรอบถัดไปน่าจะอยู่ที่ระดับ 30,000 ถึง 40,000 ดอลลาร์สหรัฐมากกว่า ในขณะที่ Greenspan เสริมว่าโครงสร้างตลาดหมีรอบใหญ่ได้จบลงไปแล้วตั้งแต่ปี 2022 และการพยายามเดาจุดต่ำสุดที่แน่นอนนั้นเป็นเรื่องของคนเขลา ซึ่งการที่ราคาปรับฐานลงมาครึ่งหนึ่งจากจุดสูงสุดถือเป็นเรื่องปกติที่พบได้ประจำในวัฏจักรของ Bitcoin

ที่มา: coindesk


การออกมาให้เป้าหมายราคาแบบสุดโต่งมักจะเป็นกลยุทธ์ที่นักวิเคราะห์บางรายใช้เพื่อดึงดูดความสนใจจากสื่ออยู่เสมอ ซึ่งในกรณีของ Mike McGlone การให้เป้าหมายหมื่นดอลลาร์ในขณะที่ราคาปัจจุบันทะลุเจ็ดหมื่นดอลลาร์ไปแล้วนั้นดูจะเป็นการมองโลกในแง่ร้ายเกินกว่าเหตุ ผมเห็นด้วยกับนักวิเคราะห์ท่านอื่นๆ ที่มองว่าโครงสร้างตลาดของบิตคอยน์ในปัจจุบันมีความแข็งแกร่งและมีเม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบันค้ำยันอยู่เกินกว่าจะร่วงลงไปถึงจุดนั้นได้ หากไม่มีเหตุการณ์ระดับโลกที่ทำให้ระบบการเงินพังทลาย นักลงทุนจึงควรใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสารและไม่ควรตื่นตระหนกไปกับการคาดการณ์ที่ขาดน้ำหนักสนับสนุนที่สมเหตุสมผลครับ